Review ทริปเที่ยวฮ่องกงด้วยตัวเอง 3 วัน 2 คืน แค่นี้ก็เที่ยวได้เต็มที่แล้ว แถมไม่ต้องใช้งบเยอะ บิน Cathay pacific

o4c58o5rcIeLlq28sf6-o

กด Like ติดตาม Fanpage M Journey – เอ็ม พาบิน : คลิกที่นี่


สวัสดีครับ วันนี้ผมจะมารีวิวทริปเที่ยวฮ่องกงที่ไปมาเมื่อ 20-23 พ.ย. 2558 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการไปรอบที่ 5 ของผมแล้วครับ แต่ครั้งนี้เป็นการพาแม่กับพี่ไปเที่ยว ซึ่งแม่กับพี่ไปฮ่องกงเป็นครั้งแรกเลย และครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกเลยที่บินไปกลับที่สนามบินฮ่องกง ปกติจะได้ตั๋วบินไปลงมาเก๊าตลอด แล้วค่อยนั่งเรือข้ามมาเที่ยวฮ่องกงเอาอีกที

ทริปนี้ก็เรียกได้ว่า เป็นทริปเที่ยวเอง 3 วัน 2 คืน ที่ได้เที่ยวกันแบบเต็มอิ่มมาก เพราะบินไปไฟล์ทเช้า กลับไฟล์ทดึกเลย บินสบายๆ ในราคาประหยัดๆ กับ Cathay pacific จึงมีเวลาเที่ยวแบบเต็มที่ครับ เก็บสถานที่ไฮไลท์ๆ ของฮ่องกงได้ครบทุกที่ๆ ตั้งใจว่าจะไปครับ และเราก็ยังเน้นประหยัดค่าที่พักโดยการเลือกพัก โฮสเทล ย่านมงก๊ก แต่เรายังกินเที่ยวกันเต็มที่เหมือนเดิมครับ ปะ ไปเที่ยวด้วยกันครับ

สำหรับใครที่ ชอบสไตล์การท่องเที่ยวและเขียนรีวิวของผมสามารถติดตามได้อีกทางที่
Fanpage : https://www.facebook.com/MJourneyPrabin
ผมมีโอกาสได้เดินทางอยู่เรื่อยๆ ครับ จะมารีวิวให้ติดตามกันบ่อยๆครับ ^^

ก่อนอื่นต้องขอเล่าที่มาของทริป ฮ่องกงรอบที่ 5 นี้ก่อนซักนิดหนึงครับ เพราะได้ราคาตั๋วราคาหลุดของ Cathay pacific มาในราคาไปกลับ 2,480 บาท/คน รวมภาษีทุกอย่างแล้ว(ซึ่งตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะเป็นราคาหลุดนะครับ) แต่ตอนแรกก็คิดว่าจะไม่ได้บินแล้วนะครับ เพราะว่าคืนนั้นที่ เห็นจากเพจ “ติดโปร – PRO addict” โพส์ตปกติ ตอนประมาณตีหนึ่งตีสองแล้วครับ ดึกมากๆ แต่ผมยังไม่นอน 555 พร้อมต่อท้ายว่าโปรนี้มีความเสี่ยงนะ เพราะราคามันถูกเกินกว่าปกติ เห็นตอนแรก บอกเลยว่าราคานี้ไม่ต้องคิดเลย จองทันที มันคุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม จองพาที่บ้านไปพอดีเลย ได้มา 3 ใบ แบบ เอาไฟล์ทไหนวันไหนได้หมดเลยครับตอนนั้น จองเสร็จ ผมก็แชร์จากเพจ ติดโปร มาโพส์ตที่เพจผมต่อ Confirm ว่ามีราคาและจองได้จริงๆ เพราะมีเมล์จากสายการบินมาเรียบร้อย จากนั้นก็ไปนอน พร้อมความดีใจที่ได้ตั๋วพาที่บ้านไปเที่ยวแบบถูกมากๆ

ตื่นเช้ามาเปิดดูเพจตัวเอง ตกใจ คนทั้งแชร์ทั้งเม้นไปต่อเยอะมาก หลายร้อยแชร์ คือราคามันถูกมากจริงๆ ใครเห็นก็ต้องตื่นเต้น พอสายๆ วันนั้นประมาณสิบโมงเช้า มี จนท ของสายการบิน Inbox มาที่เพจ บอกรบกวนลบโพส์ตนั้น ออกให้ด้วย ทางสายการบินไม่มีขายตั๋วราคานั้น ผมก็ถามเลยว่า ที่ผมจองไปแล้วจะทำยังไงครับ ผมจองกับเว็บสายการบินโดยตรงเลยนะ ตัดบัตรไปแล้วด้วยครับ ทาง จนท ก็บอกว่า เดี๋ยวกำลังประชุมกัน เดี๋ยวจะแจ้งกลับมาอีกทีตอนนั้นผมคิดว่าคงจะไม่ได้บินแล้ว สงสัยคงจะได้เงินคืนแน่ๆ

ซักพักก็มีประกาศลงทางเพจของ Cathay pacific บอกว่า สำหรับคนที่จองไปแล้วทางสายการบินให้เดินทางได้ปกติ , เฮ เลยซิครับงานนี้ ลุ้นไปตามๆ กัน วันนี้ก็เลยตั้งใจจะมารีวิว บินไปเที่ยวฮ่องกง กับ Cathay pacific เพื่อเป็นการขอบคุณทาง Cathay pacific ที่เปิดโอกาสให้เราได้บินกับ Cathay pacific ครับ

#Cathaypacific , #เที่ยวฮ่องกง , #เที่ยวต่างประเทศ , #เที่ยวต่างประเทศด้วยตัวเอง , #เอ็มพาบิน , #MjourneyPrabin ,#ดราก้อนโฮสเทล , #DragonHostel , #InTownCheckIn , #AE , #AirportExpress , #Mongkok ,  #ที่พักฮ่องกง , #ที่พักฮ่องกงราคาประหยัด , #CX616

>> มาเริ่มเดินทางกันเลยครับ
20/11/2015

วันนี้เราบินไฟล์ท เช้าครับ CX616 , 06.30 (BKK) – 09.55(HKG) พากันมาถึงสนามบินประมาณ 4.30 น. ก็รีบขึ้นไป Counter Check-in ของ Cathay pacific ซึ่งอยู่ที่แถว M ของผมคือทำ Web Check-in  มาล่วงหน้าแล้ว ก็ไปที่ช่องโหลดกระเป๋าได้เลยครับ แล้ว จนท ก็ให้ Boarding pass มาใหม่ โดย Cathay pacific จะเปิดให้ทำ Web Check-in ก่อน 48 ชั่วโมงก่อนเดินทางนะครับ จนท คนนี้พูดจาบริการดีมากเลยครับ แนะนำเรื่องการสะสมไมล์นั่นนี่ แค่ด่านแรกก็รู้สึกประทับใจแล้วครับ

เช็คอินเรียบร้อย เช้าไปด้านในกันดีกว่า เช้าวันนี้ คนไม่เยอะครับ ตรงตรวจกระเป๋าไม่ต้องต่อคิวเลยส่วนตรง ตม. สำหรับ คนไทยก็ไปใช้ Auto Gate ได้เลย ทำให้ผ่านไปข้างในได้อย่างสบายๆ


เข้าไปข้างในก็ขอเข้าไปนั่งเล่นในเลาจน์ ของ King Power ซะหน่อยครับ จะอยู่ทางปีกซ้ายของสะนามบิน เดินไปเรื่อยๆ จนเจอเรือนไทยแล้วเลี้ยวซ้ายตรงไปก็จะเจอครับ ด้วยความที่ Gate ที่จะขึ้นเครื่อง กับ เลาจน์ของ King Power อยู่คนละฝั่งกันเลย ไกลกันพอสมควร แม่กับพี่เลยพากันไปรอที่หน้า Gate เลย ผมก็แอบไปหาของกิน ในเลาจน์ King Power แป๊ปหนึง ใครถือบัตรสมาชิก King Power อยู่ ก็เข้าไปใช้บริการได้เลยนะครับ

และแล้วก็ได้เวลาขึ้นเครื่องครับ Cathay pacific ใช้เครื่อง Airbus A330 ที่นั่งแบบ 2 3 2 ครับบินจากสุวรรณภูมิ ไป ฮ่องกง นั่งกันแบบสบายๆ มีจอทุกที่นั่งครับ ไฟล์ทนี้คนเต็มลำเลยนะครับขาไปนี่อุตส่าห์ จะเลือกที่นั่งหลบแดด สรุปเลือกผิดฝั่ง เลือกมาติดหน้าต่างฝั่งขวา แดด เต็มๆ เลยครับ ฮ่าๆ  บินได้ซักพักลูกเรือเริ่ม เสริฟ อาหาร บินไฟล์ทเช้า เมนูก็จะเป็นพวก ไข่ ไส้กรอก อะไรประมาณนี้ครับ เมนูก็ตามรูปเลยครับ ถามว่าอร่อยไหม ก็รสชาติ ไข่ ไส้กรอก อะครับ 555 ส่วนน้ำอะไรก็ขอได้ตลอดครับ



Booking.com

บินประมาณ 2 ชั่วโมงนิดๆ เราก็มาถึงสนามบินฮ่องกงกัน แล้ว นี่เป็นการเหยียบสนามบินฮ่องกงครั้งแรกของผมเลยครับ มาถึงเครื่องไม่ได้เทียบงวงที่อาคารผู้โดยสารเลย ต้องลงเครื่องแล้วนั่งบัส มาที่อาคารผู้โดยสาร และระหว่างที่กำลังรอแถวเข้า ตม. ก็แอบสังเกตว่า กระเป๋ากล้องที่ฝากพี่ไว้ ทำไมไม่เห็นพี่ถือ สรุปลืมไว้บนเครื่อง เริ่มรู้สึกงานเข้าแล้ว เพราะมีเลนส์ที่พึ่งซื้อมาใหม่ เกือบสองหมื่น ส่วนกล้องคลองคอ ผมอยู่  ตอนนั้นถึงคิวที่จะเข้า ตม. พอดี ก็เลยพากันออกมาจากแถวก่อน แล้วไปติดต่อ จนท ของ Cathay pacific ที่อยู่แถวๆ นั้น ว่าทำไงดี ลืมกระเป๋าไว้บนเครื่อง ไม่รู้จะกลับไปที่เครื่องยังไง เพราะเมื้อกี้นั่งบัสมา

จนท ตอบด้วยความนิ่ง ว่า เดี๋ยวไปติดต่อที่เคาน์เตอร์ตรงข้างๆ สายพาน ที่รับกระเป๋าได้เลย พอผ่าน ตม. เสร็จรีบไปติดต่อเลย ปรากฏว่าได้คืนครับ ตอนนั้นแบบโล่งมาก เพราะคิดว่าคงเป็นเรื่องยากที่จะได้คืนแล้วมั้ง แต่สุดท้ายก็ได้คืนครับ

 

ทุกอย่างเรียบร้อย เดินทางเข้าเมืองกันครับ เราเลือกใช้ AE Airport Express กันครับ โดยได้ทำการซื้อล่วงหน้าไปจากไทยกับทาง เอเจนท์ ที่ไทย ราคาไปกลับ 560 บาท/คน ซึ่ง AE จะไปจอดที่สถานี เกาลูน และสถานี ฮ่องกง ครับ
–          ซึ่งพอไปถึงสถานีแล้ว จะมีรถ shuttle bus  รับส่งไปยังจุดต่างๆ ฟรีครับ สามารถขึ้นได้ทั้งขาไปและกลับเลย สามารถขึ้นไปลงใกล้ๆ ที่พักได้

โดยสามารถดูจุดขึ้นรถได้ตามลิงค์นี้ครับ http://www.mtr.com.hk/en/customer/services/complom_free_bus.html
–    และทาง AE ยังมีบริการ In-Town Check-In ฟรีสำหรับลูกค้าของ AE ครับซึ่งสะดวกมากครับ

ส่วนใครไม่ได้ใช้ดูรายชื่อสายการบินที่สามารถทำ In-Town Check-In ได้ตามลิงค์นี้เลยครับhttp://www.mtr.com.hk/en/customer/services/checkin_info.html

ของผมดูมาแล้วว่าเดี๋ยว ลงที่สถานี เกาลูนครับ ตอนที่ขึ้นจากสนามบิน เดินขึ้นรถไฟได้เลยนะครับ ไม่ต้องตรวจตั๋ว เดี๋ยวเราเอาใบที่เราจองมาจาก เอเจนท์ ไปแลกตั๋วจริงที่เคาน์เตอร์สถานที ปลายทางของเราอีกที ครับ รถไฟ AE ก็นั่งสบายครับ มีที่เก็บกระเป๋าสัมภาระด้วย นั่งไม่นานก็ถึงสถานีเกาลูนครับ

พอถึงสถานีเกาลูน เดี๋ยวเราไปแลกตั๋ว AE  จริงก่อน เคาน์เตอร์จะอยู่ตรงที่แตะบัตรออกเลยครับ ยื่นเอกสารที่ได้มาจากเอเจนท์ได้เลย พร้อมยื่นพาสปอร์ต จากนั้นเราก็จะได้ตั๋วจริงมา แล้วค่อยใช้ตั๋วนี้แตะออกจากประตูทางออกอีกทีครับ

จากนั้นก็เดินไปขึ้น รถ shuttle bus ไปลงใกล้ๆ ที่พักครับ ออกมาจากรถไฟ ก็เดินตามป้าย Airport Express shuttle bus ไปเลยครับ จะมี จนท คอยยืนบอกด้วยครับ ว่ารถสายไหนนั่งไปลงไหนบ้าง มีป้ายบอกชัดเจนครับ ซึ่งดูมาก่อนแล้วครับว่าจะไปลงไหน เลือกเอาใกล้ๆ ที่พักที่สุดครับ ซึ่งมาครั้งนี้พักที่ตึก Since house ย่าน Mongkok หลายๆ ท่านคงจะรู้จักกันดี

พอนั่งรถบัสมาถึง ก็ทำการเปิด GPS เลยครับ ฮ่าๆ เพื่อที่จะไปยังตึก Since house เดินไปซักพักหนึงครับ ไม่ถึงกับไกลมาก ก็มาถึงตึก ที่พัก ตอนนั้นประมาณ 11.40 น. ครับ ใช้เวลาไม่นานในการเดินทางจากสนามบินมา ครับ พากันเอากระเป๋าขึ้นไปฝากไว้ที่พักก่อน ยังเข้าห้องไม่ได้ เดี๋ยวพูดถึงที่พักหลังกลับมาจากเที่ยวอีกทีครับ เดี๋ยวไปหาข้าวเที่ยงกินกันก่อน ก็เป็นร้านข้าวแถวๆ ที่พักเลย แถวนี้ของกินเยอะ ถูกใจร้านไหนก็เข้าไปเลย

หลังจากอิ่มท้องกันแล้ว โปรแกรมของเราวันนี้คือไปขึ้น The peak ครับ ปกตินักท่องเที่ยวจะชอบนั่งรถรางขึ้นไปกัน แต่จากประสบการณ์ การมารอบที่แล้วอุตส่าห์ซื้อตั๋วมาจากเมืองไทย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ขึ้น เพราะคิวยาวมาก รอ 2 ชม ก็ไม่รู้จะได้ขึ้นรึป่าว เลยพากันไม่ขึ้นครับ รอบนี้ขาไปก็เลยพานั่งรถบัสขึ้นครับ

ก่อนออกเดินทางเดี๋ยวไปซื้อบัตร Octopus ก่อนครับ เป็นบัตรเติมเงิน เอาไว้ใช้กับระบบขนส่งทั้งหลายในฮ่องกงแล้วก็ไว้ใช้เข้าสถานที่บางสถานที่ได้ด้วย จ่ายไป 150 HKG ครับ จะเป็นค่ามัดจำบัตร 50 แล้วก็ใช้เงินในบัตรได้อีก 100 HKG ซื้อที่สถานที MTR ได้เลยนะครับ

การเดินทางด้วย MTR ไปที่สถานี Central ออกทางออก A ครับ จากนั้นก็ขึ้นสะพานลอยข้ามไปอีกฝั่งครับ เดินไปเรื่อยๆ จะเจอป้าย เขียนว่า Bus Terminal แล้วก็มองหาบันใดเลื่อนลงไปข้างล่าง จากนั้นก็ไปรอขึ้นรถเมย์สาย15 ที่ป้ายครับ หาไม่ยาก

รอไม่นานรถบัสก็มา พวกผมเป็นหัวแถวเลยครับ ขึ้นไปเลือกที่นั่งได้เลย ตอนขึ้นก็ใช้บัตร Octopus แตะที่เครื่องได้เลยนะครับ ขึ้นทางด้านหน้ารถ มันจะเป็นรถบัส 2 ชั้นนะครับ ถ้าใครไม่ชอบความเสียวแนะนำให้นั่งชั้นล่างครับ แต่ชั้นบนก็เสียวๆ หน่อย เพราะมันจะเป็นทางขึ้นเขา และเป็นทางสวนเลน แบบทางแคบๆ ระหว่างทางก็ได้ชมวิวดีครับ นั่งบัสมาได้ไม่นาน รถก็จะมาจอดตรงจุดจอดด้านบน พอลงแล้วก็เดินขึ้นไปอีกหน่อยก็จะเจอ อาคาร ที่เค้าเที่ยว และขึ้นไปชมวิวกันครับ


ก็พากันเดินขึ้นไปดูจุดชมวิวด้านบนกันเลยครับ จะอยู่ในอาคาร  The Peak Tower  ชั้นบนสุด ก่อนทางขึ้นชั้นบน จะมีประตูตรวจบัตรอยู่ครับ เราสามารถใช้บัตร Octopus เพื่อขึ้นได้เลยครับ สำหรับใครที่ไม่ได้ซื้อตั๋วมาก่อน พอขึ้นไปด้านบน เค้าก็จะมีแจกพวกเครื่องไว้สำหรับฟังบรรยาย มานะครับ ใครไม่ฟังก็ไม่ต้องรับก็ได้ครับ ส่วนใหญ่ก็จะขึ้นไปถ่ายรูปชมวิวกันซะมากกว่า


ด้านบนนี้ลมแรงเลยทีเดียวครับ ผมชอบอากาศฮ่องกงช่วงนี้มากเลยครับ มันไม่ร้อน ไม่หนาว อุณหภูมิประมาณ 24 25 องศา เหมือนอยู่ในห้องแอร์บ้านเรากำลังโอเคมากๆ ครับ อยู่บนจุดชมวิวกันได้พักใหญ่ ก็ได้เวลาลงไปเดินเที่ยวด้านล่าง โดยผมให้พี่พาแม่ เดินเล่นแถวนี้รอก่อน ส่วนผมขอเดินไปถ่ายรูป ซักหน่อย ไม่พาแม่ไปเพราะมันเดินค่อนข้างไกลครับ


จุดที่ผมจะไปถ่ายรูปเป็นทั้งจุดชมวิวที่ค่อนข้างสวยมากครับ สามารถมองเห็นทั้งอ่าว ฝั่งฮ่องกง และฝั่งเกาลูนเลยครับ มันจะมีทางเดินเลียบเข้าไป ทางเข้าก็จะอยู่ข้างๆ  อาคาร  The Peak Tower  เลยครับ ก็จะมีคนเดินผ่านไปผ่านมาเป็นระยะๆ ทั้งคนมาวิ่งออกกำลังกาย และนักท่องเที่ยวที่ไปชมวิว ตากล้องไปถ่ายรูปก็หลายคนครับ เดินไปเรื่อยๆ เลยครับ จนกว่าจะไปเจอจุดที่สามรถเห็นอ่าว และเมืองได้แบบกว้างๆ แต่วันนี้อากาศไม่ค่อยโปร่งเท่าไรครับ มันเหมือนมีหมอกขาวๆ เลยทำให้ทัศนวิสัยค่อนข้างใกล้ครับ ถ่ายรูปมาก็เป็นขาวๆ ขุ่นๆ สำหรับใครที่จะมาตรงนี้ ถ้าเป็นผู้หญิงแนะนำให้มากันเป็นกลุ่มๆ นะครับ อย่ามาคนเดียว อันตรายไหมไม่รู้ แต่ทางเดินไปมันจะเป็นป่าๆ เดินเรียบเขาไป แต่ก็เอาปลอดภัยไว้ก่อนนะครับ ไปเป็นกลุ่มดีกว่าถ้าเป็นผู้หญิง , โอเค ถ่ายรูปเสร็จแล้ว เดินกลับดีกว่า วันนี้เสียดาย อากาศไม่โปร่ง

รูปที่ได้มาก็ประมาณนี้ครับ ถ้าไปก็จะได้เห็นวิวประมาณ นี้
ปล. รูปผ่านการแต่งนะครับ (นี่ขนาดแต่งนะครับ 555)


เดินกลับมา ก็มาเดินสำรวจ แถว อาคาร The Peak Tower  อีกพักหนึงครับ ลงไปรอถ่ายรูปรถราง ตอนขึ้นมา เดินถ่ายรูปแบบชิลล์ๆ เลยครับ เพราะมารอบนี้ไม่เน้นเก็บที่เที่ยวครับ เอาสบายๆ มากกว่า เดี๋ยวแม่จะเหนื่อย พอถ่ายรูปเสร็จ เดินขึ้นมาเจอแม่กับพี่นั่งอยู่พอดี ก็ได้เวลาที่จะกลับกันแล้วครับ

ซึ่งตอนกลับเดี๋ยวจะพาแม่นั่งรถรางลงไปครับ จะได้ลองนั่งหลายๆ แบบ ขากลับนี่แถวยังไม่ยาวเท่าไรครับรอคิวไม่นานก็ได้ขึ้น ใช้บัตร Octopus แตะตรงประตูได้เลยครับ แล้วก็ไปรอรถราง เราได้ขึ้นก่อนอีกแล้ว ได้เลือกที่นั่งได้ก่อนเลยครับ แต่เร็วนิดหนึงนะครับ เพราะแต่ละคนจะแย่งกันขึ้น แบบไวมาก บางคนก็ดันกันล้มก็มี ไม่รู้จะรีบอะไรกันขนาดนั้น ระหว่างลงมา รถรางจะถอยหลังลงนะครับ ดูสนุกตื่นเต้นกันเลยทีเดียว ระหว่างทางลงบางช่วงก็จะมองเห็นวิวเมือง ก็จะสวยไปอีกแบบครับ ทางลงก็ได้ผ่านย่านที่พักของคนฮ่องกง เป็นตึกๆ ตามเขาไปครับ

นั่งมาไม่นานก็ถึงด้านล่าง มองเห็นผู้คนกำลังรอคิวกันแน่นยาวไปจนถึงด้านนอก แนะนำเลยว่าถ้าใครจะมาขึ้นช่วงเย็นหรือหัวค่ำ ไปนั่งรถบัสขึ้นดีกว่าครับ มายื่นรอคิวตรงนี้เมื่อยและเสียเวลามาก เพราะคนเยอะจริงๆ ครับ

เดี๋ยวเราจะพากันได้เดินไปขึ้น MTR กลับที่พักกันครับ เดินออกมาด้านหน้า ก็เดินตามคนไปเรื่อยๆ ลงเนินไปครับ จนกว่าจะเจอถนนใหญ่ที่มีรถรางวิ่ง ก็ข้ามไป เดินเข้าไปอีกไม่ไกลก็จะเจอทางเข้า ไปรถไฟฟ้า MTR ครับ เราจะนั่งไปลงที่สถานี Mongkok สายสีเขียว ครับ

มาถึงสถานี Mongkok ให้เดินออกมาทางออก D2 นะครับ โผล่ออกมาก็เจอบรรยากาศคึกคัก ฝั่งตรงข้ามก็จะมีตลาด เลดี้มาร์เก็ต ครับ พากันไปแวะหามื้อค่ำกินกันก่อนเข้าที่พัก แถวนี้ตอนค่ำๆ กลางคืนร้านเยอะเลยครับ ดูรูปร้านไหนน่ากินก็เข้าไปเลย มื้อนี้ก็กินกันง่ายๆ เป็นข้าวจานเดียวไปเลยครับ อิ่มและประหยัด ราคาก็ประมาณจานละ 35-40 HKD ก็ประมาณเกือบ 200 บาท ก็ได้อยู่ครับ ผมสั่งคล้ายๆ ข้าวต้มมากิน อยากบอกว่าอร่อยมาก กินจนเกลี้ยงเลย ผิดกับอาหารอยากอื่นมันจะเป็นพวกไก่ หมู ซึ่งผมจะรู้สึกว่ามันเลี่ยน เลยจะไม่ค่อยชอบกินเท่าไรครับ

อิ่มท้องแล้วเข้าที่พักกันเลยดีกว่า วันนี้ไม่เดินเที่ยวแล้วครับ เพราะค่อนข้างเหนื่อยกับการเดินทางกัน ที่พักที่เราเลือกพักในทริปนี้ก็คือ Dragon hostel นั่นเอง

ที่ตั้ง อยู่ที่ตึก Sincere ย่าน Mongkok ครับ หลายท่านคงจะรู้จักกันดีเพราะที่นี่มี Hostel ที่เป็นที่รู้จักอยู่หลายที่ ผมเองก็เคยพัก Hostel ที่ตึกนี้ 2-3 เจ้า แต่สำหรับ Dragon hostel ครั้งนี้ครั้งแรกครับ

การเดินทาง
นั่ง MTR มาลงที่สถานี Mongkok ทางออก D2 จากนั้นเดินตรงมาประมาณ บล็อกที่ 3 จะเจอ ร้านเซเว่นตรงมุมตึก ก็หันซ้ายเลยครับ จะเจอประตูคล้ายๆ ประตูเหล็ก เล็กๆ อยู่ เดินเข้าไปได้เลยครับ เข้าไปขวามือมันจะมีป้ายเหล็ก เล็กๆ บอกว่า Hostel ไหนอยู่ชั้นไหนห้องไหนนะครับ ของเรา Dragon hostel อยู่ชั้น 7 ครับ เดินเข้าไปกดลิฟท์ ได้เลย ลิฟท์ ที่นี่จะแบ่งเป็นชั้นเลขคู่และเลขคี่นะครับ ขึ้นให้ถูกลิฟท์ นะครับ


ออกจากลิฟท์มา มองซ้ายก็จะเจอเลยครับ Dragon hostel จริงๆ เมื่อกลางวันเรามากันแล้วครับ เอากระเป๋ามาฝากไว้ เค้าก็ล่ามโซ่ไว้ให้อย่างดีนะ ของใครของมัน พอเช็คอินแล้ว เค้าก็จะพาเราไปที่ห้องครับ ซึ่งก็แล้วแต่นะครับว่าจะได้ห้องชั้นไหน เค้ามีห้องอยู่หลายชั้นครับ ของผมจองเป็นห้องแบบ 3 คนไว้ ราคา คืนละ 2672 บาท ตกคนละไม่ถึง พันต่อคนนะครับ พอมาถึงห้องก็ตามสไตล์ Hostel ฮ่องกงนะครับ ที่นี่เอาไว้แค่ นอน เก็บของและอาบน้ำจริงๆ ครับ ฮ่าๆ รูปที่พักก็ตามภาพ นะครับแคบๆ แบบนี้ละ แต่ห้องน้ำที่นี่กว้างกว่าทุกห้องที่เคยพักนะครับ บางคนอาจจะคิดว่า นี่กว้างแล้วเหรอ ครับ อยากจะบอกว่านี่แหละครับกว้างแล้ว เพราะยังมีที่ให้ขยับร่างกายในห้องน้ำ บางที่ๆ เคยพัก นี่แทบจะไปยืนอาบน้ำบนชักโครกครับ ฮ่าๆ

โอเค คืนนี้เข้าที่พัก ไม่ออกไปไหนแล้วครับด้วยความที่เป็นวันแรก เลยพากันเหนื่อยๆ อาบน้ำนอนเลยดีกว่า ฮ่าๆ เจอกันวันพรุ่งนี้ครับ

#Cathaypacific , #เที่ยวฮ่องกง , #เที่ยวต่างประเทศ , #เที่ยวต่างประเทศด้วยตัวเอง , #เอ็มพาบิน , #MjourneyPrabin ,#ดราก้อนโฮสเทล , #DragonHostel , #InTownCheckIn , #AE , #AirportExpress , #Mongkok ,  #ที่พักฮ่องกง , #ที่พักฮ่องกงราคาประหยัด , #CX616

**********************************************************

วันที่2 ที่ฮ่องกงครับ
21/11/2015

เช้านี้ตื่นมาแบบรู้สึกได้พักผ่อนเต็มที่มากครับ เพราะเมื่อวานกลับเข้าที่พักกันเร็ว ก็นอนยาวเลย ตื่นมาก็รีบพากันอาบน้ำเตรียมตัวออกไปเที่ยวกันครับวันนี้จะพาแม่ไปขึ้น กระเช้านองปิง (Ngong Ping 360 Cable Car) เพื่อที่จะไป นมัสการพระใหญ่พระใหญ่ Tian Tan Buddha กันครับ

แต่ก่อนที่จะไปก็ต้องพาแม่แวะทานโจ๊ก ฮ่องกงร้านดังย่าน Mongkok ซะก่อน อยู่ใกล้ๆ นี่เองครับ อยู่ข้าง 7-11 เซเว่น ตรงทางขึ้นตึกนี้เอง ชื่อว่าร้าน Sea view คนไทยที่มาเที่ยว น่าจะรู้จักเป็นอย่างดีครับ ไปกินตอนเช้าๆ คนไทยแวะมากินเยอะครับ มาถึงก็สั่งแค่โจ๊กคนละถ้วย แล้วก็ปาท่องโก๋ชิ้นใหญ่มากินคู่กันด้วยจะได้อยู่ท้องนะครับ เพราะถ้ากินแค่โจ๊กเดี๋ยวเที่ยวแป๊ปเดียวก็หิวอีกละ ปาท่องโก๋ ก็สั่งมาซัก 2 คน 1ชิ้นก็พอนะครับ มันชิ้นใหญ่มาก คนละชิ้นไม่หมดแน่ๆ ใครมาร้านนี้สั่งเกตไหมครับว่าแอร์ในร้านเย็นมาก ไม่รู้จะเปิดเย็นอะไรขนาดนั้น ฮ่าๆ แอบบ่น
โอเค อิ่มแล้ว ได้เวลาออกเดินทางไป ขึ้นกระเช้านองปิงกันแล้ว

การเดินทางโดย
MTR เช่นเคย นั่งมาลงที่สถานี Tung Chung สายสีส้ม ออกทางออก Exit B ครับ พอออกมาก็จะเห็นห้าง City Gate Outlet จากนั้นให้เดินไปทางซ้ายเลยครับ เดินไปอีกนิดเดียวจะเห็น จุดขึ้น กระเช้า Ngong Ping 360 ที่เราจะขึ้นไปไหว้พระใหญ่กันครับ

ผมได้ทำการซื้อ Voucher  มาจากเอเจนท์ที่ไทยแล้วครับ เพราะที่นี่จะมีช่องแยก สำหรับคนที่มี Voucher แล้ว ให้เอาไปแลกตั๋ว แถวจะรอไม่นานครับ ปกติก็เป็นแบบนั้น แต่!!! วันนี้ มีทัวร์จีนมาจากไหนไม่รู้ครับ คนมาแบบมหาศาลมาก นึกว่าขนกันมาทั้งมณฑล คือเยอะจนช่วงนั้น จนท ปิดแถวสำหรับคนที่ซื้อ Voucher มาแล้วให้เฉพาะกรุ๊ปจีนกรุ๊ปนี้เลย พวกผมเลยต้องได้ไปต่อแถวปกติเลย
มาต่อแถวปกติ ดีที่เราได้รอกันไม่นานมากเท่าไรครับ เพราะเรามาเช้า คนจะยังไม่เยอะมากเท่าไรแต่ถ้ามาเที่ยงๆ บ่ายๆละก็ แถวยาวไปถึงด้านล่างแน่ครับ ยิ่งถ้ามาวันหยุดด้วยแล้ว แนะนำให้มาแต่เช้าๆ เลยครับ

ผมซื้อเป็น Voucher แบบ Crystal Cable Car ก็คือจะเป็นพื้นกระจกใส ครับ จะแพงกว่าแบบธรรมดาอยู่บางคนอาจจะเสียวๆ กลัวความสูงก็นั่งแบบธรรมดาก็ได้นะครับ เอา Voucher  ไปแลกเป็นตั๋วจริงที่เคาน์เตอร์ได้เลยนะครับ ก็จะได้เป็นบัตรกับที่คล้องแขน ก็เก็บเอาไว้นะครับ จากนั้นเดินไปรอต่อคิว


ขาไปกระเช้าต้องอัดเต็มจำนวนที่นั่งทุกกระเช้าครับ นั่นคือ 8 ที่ เลยทำให้ตอนนั่งไปถ่ายรูปกันไม่ค่อยสะดวกเท่าไร ฮ่าๆ เพราะคนเยอะ ก็เลยเดี๋ยวขากลับค่อยพากันถ่ายรูปดีกว่า รู้สึกจะนั่งกระเช้ากันเกือบๆ ครึ่งชั่วโมง ก็จะถึงด้านบนครับ เออ ลืมบอกว่าก่อนขึ้นเค้าจะมีถ่ายรูปให้เรา พอมาถึงปลายทางก็จะมีรูปเราใส่กรอบ วางไว้อย่างดี พอครั้งนี้มากับแม่ ก็เลยซื้อไว้ให้แม่เก็บไว้เป็นที่ระลึก เป็นสิ่งที่ผมไม่เคยคิดว่าวันหนึงผมจะต้องซื้อเลยครับ ปกติมาเที่ยงเองหรือมากับเพื่อนก็ไม่เคยจะซื้อ ฮ่าๆ

วันนี้เป็นวันเสาร์ที่คนเยอะมากกกก ด้านบนนี่แน่นขนัด มองไปทางไหนก็มีแต่คน กรุ๊ปจีนกรุ๊ปนั้นแน่ๆ ฮ่าๆ ขึ้นไปก็เดินถ่ายรูปกันไปเรื่อยๆครับ เดินผ่านตรงหมู่บ้าน ขึ้นไปหาตรงพระใหญ่ ซึ่งตรงลานด้านหน้าพระใหญ่ จะมีจุดไหว้ องค์พระ เค้าบอกว่า จำลองมาจากหอฟ้าเทียนถัน ที่ปักกิ่ง ถ้ายืนตรงวงกลมตรงกลางจะได้ยินเสียงก้อง มาครั้งที่แล้ว เฮ้ย พอพูดแล้วเสียงมันก้องจริงๆ ครับ มาวันนี้เลยรีบพาแม่มุงตรงไปตรงนี้เลย พาไปยืนตรงกลางแล้วบอกแม่ให้ลองพูดดู แม่บอก ไม่เห็นได้ยินอะไรเลย ไหนผมลองหน่อย อ้าว วันนี้ไม่ได้ยินจริงๆ หน้าแตกเลย ฮ่าๆ วันนี้คนมายืนตรงจุดนี้เยอะมากครับ เสียงมันเลยไม่ก้อง

เสร็จแล้วก็พากันเดินขึ้นไปด้านบนพระใหญ่ครับ เดินขึ้นบันใดแค่นี้ทำเอาหอบเหมือนกันนะครับ แต่อากาศวันนี้ดีครับ ยิ่งด้านบนยิ่งเย็นสบาย เดินถ่ายรูปเสร็จ เดินลงไปวัดด้านล่างกันต่อ วัดนี้ธูปด้านหน้าวัดเยอะมาก ธูปใหญ่ยักษ์เต็มไปหมด เดินเข้าไปแทบสำลักควันธูปครับ ฮ่าๆ เดินเล่นได้ซักพักก็ได้เวลากลับกันแล้ว เดี๋ยวไปเดินดูของที่ Citygate Outlets กันดีกว่าครับ


ไปรอกระเช้ากลับกัน ขากลับนึกว่าจะได้นั่งกระเช้าส่วนตัวแยกกรุ๊ปเหมือนทุกครั้งที่มา แต่วันนี้คนเยอะจริงๆ ครับ ขากลับเลยได้นั่งกับคนอื่นด้วยอีก 2 คน แต่ยังดีที่คนไม่แน่นเหมือนขามา ก็เลยพอถ่ายรูปได้หน่อยครับ

มาถึงที่ Citygate Outlets  ประมาณ บ่ายสองครับ ไปหาอะไรกินกันก่อนที่ศูนย์อาหารชั้นบน ทางร้าน GIORDANO ครับ ผมชอบศูนย์อาหารที่นี่มากครับ มีของให้เลือกเยอะ และอาหารน่าทาน ละได้เยอะมาก สมราคาครับ สั่งก็ง่าย เดินไปชี้ๆ ได้เลย มีอาหารตัวอย่างทุกร้าน


ที่ Citygate Outlets  ก็มีแบรนสินค้าพวกเสื้อผ้ารองเท้า ที่เป็นที่นิยมอยู่หลายร้านนะครับ เดินเลือกดีๆ ก็จะได้ราคาค่อนข้างถูก เราเดินดูของกันอยู่ที่นี่กันพักใหญ่ครับ จนประมาณสี่โมงเย็นกว่าๆ ก็ได้เวลาไปที่ต่อไป

เราออกเดินทางไปที่ สถานี  TSIM SHA TSUI  เพื่อที่จะไปรอชม  Symphony of Lights (SOL)
และเดิน ถนนดารา (Avenue Of Stars)

การเดินทางเดินทาง
โดย MTR อีกเหมือนเดิม ไปลงที่ สถานี TSIM SHA TSUI ออกประตู G นะครับ โผล่ออกมาก็จะมีป้ายชี้บอกทางไป Avenue Of Stars ครับ หาไม่ยาก มาได้หลายทาง



มาถึงก็เจอว่า ถนนดารา (Avenue Of Stars) นั้นกำลังปิดปรับปรุงครับ ก็เลยเดินมาทางขวามือ ตรงจุดรอชมการแสดง Symphony of Lights (SOL) มานั่งรอกันตรงบันใดกว้างๆ แถวๆนั้นครับ คนนั่งกันเยอะ ตอนใกล้ๆ ค่ำบรรยากาศดีครับ ผมก็ให้แม่นั่งพักแล้วก็เดินออกไปถ่ายรูปรอเวลา ตอนสองทุ่มจะมี การแสดง แสง สี เสียง Symphony of Lights (SOL) ครับ และพอถึงเวลา แสดง จนจบ ต้องถึงขนาดตั้งคำถามว่า นี่เหรอ การแสดง แสง สี เสียง 555 ไม่ค่อยโอเคนะผมว่า การแสดงน้ำพุอยู่สิงคโปร์ ยังน่าชมกว่าซะอีก

จบแล้วก็เดินข้าม ถนนไปย่าน จิมซาจุ่ย กันดีกว่า คนรอข้ามถนนเยอะมากครับ แน่นไปหมดเลยบริเวณนั้น คนเลิกดูการแสดง ออกมาพร้อมกัน เราจะข้ามไปอีกฝั่งเพื่อเดินเล่น และหาข้าวเย็นกินก่อนกลับเข้าที่พักครับ เดินไปเจอร้านข้าวร้านหนึง อาหารดูน่าทานดีครับ คนนั่งกินกันเยอะ อาหารเรียกว่าหน้าตาดีเลยทีเดียว แต่รสชาติ จืดๆ ไปหน่อย ครับ แต่โดยรวมก็โอเคแหละ ฮ่าๆ

เสร็จสิ้นการเที่ยววันที่สองครับ กลับถึงที่พักกันประมาณ สามทุ่มกว่าๆ พาแม่มาก็เลยพยายามไม่กลับดึกมาก ปกติมาเที่ยวเองจะเน้นคุ้ม กลับห้องทีก็เที่ยงคืนครับ  ฮ่าๆ

#Cathaypacific , #เที่ยวฮ่องกง , #เที่ยวต่างประเทศ , #เที่ยวต่างประเทศด้วยตัวเอง , #เอ็มพาบิน , #MjourneyPrabin ,#ดราก้อนโฮสเทล , #DragonHostel , #InTownCheckIn , #AE , #AirportExpress , #Mongkok ,  #ที่พักฮ่องกง , #ที่พักฮ่องกงราคาประหยัด , #CX616

****************************************************************

มาต่อกันที่วันที่ 3 ครับ 22/11/2015
วันสุดท้ายของการเที่ยวของทริปนี้กันแล้ว

เช้านี้ตื่นมากินโจ๊ก ร้านเดิมครับ เอามันง่ายๆ นี่แหละ เพราะใกล้ที่พักดี ฮ่าๆ แอร์ในร้านหนาวเหมือนเดิม เช้านี้ก่อนที่เราจะเช็คเอาท์ ที่พัก ผมรับหน้าที่พาแม่ออกเที่ยวคนเดียว เพราะพี่ชาย ขอนอนต่อ ฮ่าๆ

กินเสร็จก็ออกเดินทางกันเลยครับ ผมจะพาแม่ไป   วัดหวังต้าเซียน ก่อนครับ

การเดินทางมา ก็นั่ง MTR มาลงที่สถานี Wong Tai Sin แล้วออกทางออก Exit B

มาถึงแต่เช้า คนโล่งเลยครับ แต่ซักพัก ทัวร์ลง คนเพียบครับ ฮ่าๆ ด้านในวัดจะมีธูปฟรีให้ไปหยิบเพื่อไหว้นะครับ ใครอยากทำบุญก็ซื้อธูปมาวางทิ้งไว้ด้วยก็ได้นะครับ ตอนผมไปเจอธูปหมด แต่ก็มีคนไปหยิบจากที่เก็บออกมาให้ ตอนนั้นคิดว่าน่าจะซื้อธูปมาด้วยซักมัด ที่นี่เค้าจะหยิบธูป 9 ดอกครับ ไปไหว้ ตามจุดต่างๆ วัดเค้าจะมีป้ายบอกอยู่ครับ ว่าต้องไปไหว้ตรงไหนบ้าง ก็เดินไหว้ ไปตามป้ายได้เลยครับ แล้วก็จะวนออกไปตรงทางออกพอดีครับ


เดี๋ยวไปเที่ยวอีกที่ ก่อนกลับที่พักไปเอากระเป๋าครับ
ต่อที่ Chi Lin Nunnery หรือ วัดนางชี
การเดินทางมาคือ มาลงที่สถานี Dimond Hill (สายสีเขียว) จากนั้นเดินออกประตู Exit C  โผล่ออกมากจากสถานีจะเจอห้าง Plaza Hollywood จากนั้นมองขวาจะเจอป้ายบอกทางที่เป็นเสา แล้วก็เลี้ยวซ้าย เดินไปถึงแยกไฟแดง แล้วก็เดินข้ามถนนไปทางขวา เดินตรงไปอีกนิดเดียวก็จะเจอครับ   ถัดกันกับวัดหวังต้าเซียนแค่สถานีเดียวเองครับ


ที่นี่ผมว่าเป็นอีก หนึ่งที่ๆ น่าแวะมาถ่ายรูปนะครับ เพราะมาง่ายมาก เดินจากรถไฟฟ้ามานิดเดียวก็ถึงแล้ว มีเวลาซัก 2 ชม ก็สามารถเที่ยว สองสามที่ๆ ผมไปมาตอนเช้านี้ได้เลย เพราะมันอยู่ใกล้ๆ กัน


สังเกตว่าที่นี่คนจะไม่ค่อยเยอะครับ ส่วนใหญ่น่าจะเป็นคนที่มาเที่ยวกันเองมากกว่า เพราะทัวร์น่าจะไม่ได้มีโปรแกรมมาลงที่นี่(รึป่าว) ก็เลยทำให้เราได้เดินเที่ยวถ่ายรูป ไปเรื่อยๆ ได้แบบไม่ต้องรีบร้อนอะไรครับ อีกฝั่งหนึงของวัดนางชีก็จะเป็นสวนนะครับ มีเป็นเหมือนพิพิธภัณฑ์ หินด้วยนะครับ เดินเข้าไปดูกันได้อยู่ทางซ้ายมือของสวน
โอเค พากันเดินเที่ยวกับแม่จนพอใจแล้ว กลับที่พักไปเก็บกระเป๋าดีกว่า

กลับถึงที่พักก็รีบเก็บกระเป๋าแล้ว เช็คเอาท์ ออกมาเลยครับ การเช็คเอาท์ที่นี่ก็ง่ายๆ เอากุญแจ ลงมาคืน ก็เสร็จเลย ไม่ต้องตรวจห้องก่อนออกอะไรทั้งสิ้นครับ
เดี๋ยวเราจะเดินทางเอากระเป๋าไปทำ In-Town Check-In กันที่สถานีรถไฟฟ้าเกาลูนครับ ซึ่ง In-Town Check-In ก็เหมือนการเช็คอินที่สนามบินทุกอย่างเลยครับ รับ Boarding pass ที่นี่เลย ไม่ต้องไปเคาน์เตอร์ที่สนามบินแล้ว  บรรยากาศตรงเคาน์เตอร์เช็คอินก็เหมือน

โดย In-Town Check-In นี้เป็นบริการของ Airport Express หรือรถไฟเข้าเมือง AE ที่เราเรียกๆ กันนั่นแหละครับ จะมีบริการที่ 2 สถานี คือ สถานี Hong Kong และ สถานี Kowloon ใครใช้บริการของ AE ก็สามารถมาทำ In-Town Check-In ได้ ตามบัตร AE ของเราครับ ว่าทำได้ที่สถานีไหน และสายการบินที่คุณบินมามีเคาน์เตอร์ที่นี่นะครับ ส่วนใหญ่จะเป็นสายการบิน Full Service มากกว่าครับที่มีเคาน์เตอร์ ซึ่ง ทริป นี้พวกผมบินสายการบิน คาเธ่ย์ มา ก็จะสามารถทำ In-Town Check-In ได้ครับ

ตอนแรกผมไป กะจะไปทำ In-Town Check-In ที่สถานนีฮ่องกงครับ ไปถึงแล้ว มันใช้บัตร AE แตะผ่านประตูไปไม่ได้ เลย ถาม จนท เค้าให้พวกผมไปทำ In-Town Check-In ที่สถานีเกาลูนครับ ซึ่งอยู่ถัดกันไปสถานีเดียว เพราะบัตร AE ผม ออกบัตรที่สถานีเกาลูนครับ ตอนแรกนึกว่าทำที่ไหนก็ได้ ฮ่าๆ

สรุปก็ไปทำ In-Town Check-In ที่สถานีเกาลูนกันจนเรียบร้อยครับ ได้ Boarding pass มาเรียบร้อย รู้สึกชอบมากเลยครับ เพราะไม่ต้องมัวกังวลว่าจะเอากระเป๋าไปหาฝากที่ไหนดี เพราะ เรายังต้องไปเที่ยวกันต่อ ครั้งนี้ผมมีบินกลับตอนไฟล์ทเวลา 4 ทุ่ม ก็สามารถเอากระเป๋ามาเช็คอินได้ตั้งแต่ช่วงเช้าวันนั้นเลย ช้าสุดรู้สึกจะ 4 ชั่วโมงก่อนเดินทาง ครับ สะดวกมาก ทำให้พวกเราเดินตัวปลิว ไปเที่ยวกันต่อได้สบายๆ เลย ฮ่าๆ

รายละเอียดการทำ In-Town Check-In ของสายการบินคาเธย์ ตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ
http://www.cathaypacific.com/cx/th_TH/travel-information/airport/hong-kong-international-airport/departure-and-check-in-services.html

***แต่ละสายการบินอาจจะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันไปนะครับ

โอเคเครียเรื่องกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว เราจะไปเที่ยวกัน ต่อ เรียกว่า เป็นที่เที่ยวสุดท้ายของวันนี้ แล้วครับ แต่น่าจะใช้เวลาทั้งช่วงบ่ายนี้เลย เรากำลังจะไปกันที่ วัดเจ้าแม่กวนอิมครับ

แต่เดี๋ยวเราจะไปหาข้าวเที่ยงกินกันก่อนครับ เดินไปเจอร้านหนุงออกแนะนำมากๆ ครับ อาหารน่ากินสุดๆ คนกินเยอะมาก ชื่อว่าร้าน MX ครับ มาง่ายๆ ครับ MTR ไปที่สถานี Central ออกทางออก A แล้วเดินมาทางซ้ายมื้อมาอีกนิดเดียวก็จะเจอครับ

ผมว่าร้านนี้โอเคมากครับ ราคาไม่แพง แล้วก็ที่นั่งมีช่อง USB ให้เสียบสายชาร์ทแบทด้วยครับ ใครจะเดินทางมา Bus Terminal ก็ลองแวะมาทานได้ครับ Bus Terminalก็อยู่ฝั่งตรงข้ามร้านนี่เองครับ โอเค อิ่มแล้วเดินทางไปวัดเจ้าแม่กวนอิม ต่อเลยครับ

เราก็เดินกลับไปที่ สถานี Central ออกทางออก A ที่เรามาเมื้อกี้ จากนั้นจะเจอสะพานลอยเพื่อข้ามไปอีกฝั่ง เดินไปเรื่อยๆ จะเจอป้าย เขียนว่า Bus Terminal ก็เดินไปตามป้ายเลย จากนั้นก็ไปรอขึ้นรถเมย์ตระกูล 6 ที่ป้ายครับ กลุ่มผมนี่มาหัวแถวเลยครับ รอไม่นานรถก็มา รอบนี้ไม่จอดที่ป้ายครับ ไปจอดหน้าป้าย ไม่มีใครเดินไปครับ จนพี่คนขับรถแกต้องกวักมือเรียก ฮ่าๆ

ขึ้นรถได้ก็ใช้บัตร Octopus แตะเพื่อจ่ายเงินได้เลยครับ จำไม่ได้แล้วว่าเสียไปเท่าไร แต่ไม่แพงครับ ขึ้นรถได้ก็เดินไปหาที่นั่งชั้น 2 เลย จะได้ชมวิวไปด้วย แต่มันจะเสียวๆ หน่อยนะครับ เพราะมันจะต้องมีขับขึ้นเขาด้วย ทางก็แคบๆ ก็ทำการนั่งไปเรื่อยๆ เลยนะครับ เราจะไปลงที่ป้าย Repulse Bay Beach ครับ ก่อนจะถึงป้าย ก็ให้สังเกตว่าจะเริ่มเห็นชายหาดครับ ช่วงนั้นก็เริ่มสังเกตป้ายไฟบน รถ หรือป้ายรถเมย์ที่จอดได้เลยว่าใช่ป้ายที่เราจะลงไหม แต่ไม่ต้องกังวลว่าจะหลงนะครับ ปกติก็คนลงที่ป้ายนี้เกือบจะทั้งคันเลยครับ

พอถึงแล้วก็เดินข้ามไปอีกฝั่ง แล้วก็เดินถ่ายรูปเล่นเรียบชายหาดไปทางซ้ายเรื่อยๆ ก็จะเจอวัดเจ้าแม่กวนอิมครับ
มารอบนี้สังเกตว่า ที่ชายหาดคนเยอะมาก ร้านค้าตามชายหาดก็เปิดหมด คนทำกิจกรรมกันเต็มหาดเลย ปกติผม มาที่นี้จะมาตอนหน้าหนาว ชายหาดจะเงียบมาก ไม่มีคนมาเล่นน้ำเลยครับ ฮ่าๆ
พอพาแม่เดินมาถึงวัดเจ้าแม่กวนอิม แม่ก็เดินเที่ยวเองเลยครับ ฮ่าๆ ไม่ต้องให้ผมพาไปเลย คือแม่เคยดูรายการทีวีมา เค้าก็บอกวิธีไหว้ อะไรด้วย แม่ก็รู้หมดเลยครับ อีกอย่าง ที่นี่จะมีป้ายบทไหว้เป็นภาษาไทยด้วย ที่นี่ทัวร์ไทยเองก็ลงเยอะนะครับ ตอนผมไปมีหลายกรุ๊ปเลย

เราอยู่ที่นี่กันจนเกือบจะค่ำครับ ก็เดินกลับไปขึ้นไปรอรถบัส แต่ขากลับรถบัสค่อนข้างแน่นมาก บางคนคือไปเล่นน้ำมาแล้วชุดยังไม่แห้ง กลิ่นอับนี่เต็มรถ ต้องร้องขออากาศหายใจกันเลยทีเดียวช่วงนั้น

จบการมาทัวร์วัดเจ้าแม่กวนอิมนี้ ดูแม่ Happy กับที่นี่มากครับ ก็รู้สึกว่าเป็นสถานที่ปิดท้ายทริป ได้ค่อนข้างโอเค แม่ Happy ผมยิ่ง Happy กว่าเลยครับ ฮ่าๆ

โอเคเราเดินทางกลับเพื่อไปขึ้นรถไฟ AE ไปสนามบิน ที่สถานีเกาลูนเลยครับ พอถึงสถานีเกาลูนแอบบพากันไปหานั่งพัก หาอะไรรองท้องกันก่อนซักนิดหนึงที่ใต้ตึก ICC ตรงนั้น ร้านเหมือนอาหารเพื่อสุขภาพ หน้าตาอาหารดูดี แต่จะบอกว่าไม่อร่อยเลยครับ ฮ่าๆ ข้ามไปได้เลยร้านนี้ กินเสร็จไปสนามบินกันดีกว่า ฮ่าๆ

เราพากันนั่งรถไฟ AE ไปลงที่ อาคาร 1 นะครับ สายการบินคาเธ่ย์ จะขึ้นที่อาคาร 1 ครับ พอถึง รถไฟเปิดประตูออกมา เจอรถเข็นวางเรียงเลย อะไรจะดีปานนั้น สะดวกจริงๆ ครับ เข้าไปในอาคารได้เลย

ของพวกเราคือ ได้ Boarding pass มากันแล้วตั้งแต่ตอนทำ In-Town Check-In ที่สถานีเกาลูนนะครับ ดังนั้นมาถึงสนามบินเราก็แค่ดูว่าไฟล์ทเรา ต้องไปที่เกทไหน โดยดูจากจอ ที่สนามบินได้เลยครับ แต่ด้วยความที่เราเผื่อเวลากันค่อนข้างเยอะ มาถึงเกทยังไม่โชว์ครับ เราก็เลย เข้าไปด้านในรอเลย เผื่อไปดูของตรง Duty free ครับ

มามีเรื่องตรงจุดตรวจความปลอดภัยหลังจากผ่าน ตม มาแล้ว ที่จะเป็นตรวจกระเป๋า ตรวจตัวเราว่าพกสิ่งของต้องห้ามเข้าไปรึป่าว ตอนแรกก็คิดว่าจะเล่าดีไหม แต่ก็ตัดสินใจเล่าเถอะ เพราะจะได้ระวังตัวกัน คือ ผมถูกให้ไปยืน แล้วก็ใช้กระบอกสแกน ค่อยๆ สแกนตั้งแต่เท้าขึ้นมาด้านบน ไอ้ตอนที่สแกนข้างหน้า ผมรู้สึกว่า จนท ระหว่างสแกน เคาดมตัวผมไปด้วย คือรู้เลยว่าดม หน้าแบบติดตัวผมตั้งแต่ล่างมาจนข้างบนเลย พอมาข้างบน ผมก็มองหน้าเค้าละ ตอนนั้นนึกในใจโรคจิตรึป่าววะ คือเป็น จนท ผู้ชายนะครับ แล้วเค้าก็ไปสแกนข้างหลังต่อ ทีนี้มันเอาหน้ามาโดนหลังผมเลย ผมก็สะดุ้งเนาะ พอผมสะดุ้ง เค้าก็หยุดและบอกว่าเสร็จแล้ว ตอนนั้นรู้สึกตกใจนะครับไม่คิดว่าจะเจอแบบนี้ ก็รีบเดินออกมาเลย อยากจะให้ระวังกันนะครับเพราะเพื่อนผมก็เคยโดน จนท ที่สนามบินสิงคโปร์จับมือ ตอนขอตรวจกระเป๋าเหมือนกัน แป็นว่าระวังกันไว้นะครับไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหน

โอเค เข้าอาคารมาละ เดินดูของได้ไม่นานเพราะไม่รู้จะซื้ออะไรครับ พอดีกับว่า หน้าจอขึ้นแล้วว่าต้องไปที่เกทไหน ก็เลยพากันเดินไปที่เกทกันเลย เราได้ขึ้นที่ เกท 71 ครับ ซึ่งบอกเลยว่าไกลมาก มากจจริงๆ ไม่เคยเจอเกทที่ไหนไกลขนาดนี้มาก่อน ผมก็ไปนั่งรออยู่แถวๆ นั้น ไฟล์ทนี้คนไทยเยอะครับ พอแต่ละกลุ่มเดินมาถึงเกท ต้องได้พูดเป็นเสียงเดียวกัยว่า เกท ไกลมากจริงๆ ฮ่าๆ มารอที่เกทก็พากันหลับรอเลยครับ รอบนี้มาเร็ว ไม่ต้องวิ่งขึ้นเครื่อง

และแล้วก็ได้เวลาประกาศเรียกขึ้นเครื่องแล้วครับ ไฟล์ท #CX709 เวลา 22.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ขากลับได้นั่งแถวหลังสุดเลยครับ เพราะเหลือแค่ตรงนี้จริงๆ นี่ขนาดรีบเข้าไปทำเว็บเช็คอินก่อนเดินทาง 1 วันแล้วนะครับ ที่นั่งเหลือว่างให้เลือกแค่ 6-7 ที่ เท่านั้น คนเต็มลำเลย เพราะก่อนมาเจอกระทู้เส้นทางฮ่องกง เดียวกันนี้เลยของ ค่าเธย์ มีคนเจอ over booking ต้องรอไปไฟล์ทถัดไป ซึ่งคือวันพรุ่งนี้ งานเข้าเลย ผมก็ไม่ได้ เราต้องไปไฟล์ทนี้เท่านั้น ดีที่ทำเว็บเช็คอินได้ทันก่อนคนจะเลือกที่นั่งหมด ไม่งั้นงานเข้า

พอเครื่องบินได้ระดับ ลูกเรือก็เริ่มเดินเสริฟอาหารเลยครับ อุส่าห์หันไปบอกพี่ว่า สั่งให้แม่เลย เอาคนละเมนูนะ เดี๋ยวจะขอถ่ายรูปอาหารด้วย ระหว่างนั้นผมก็สั่งของผมไป ซึ่งของผมจะเป็นลูกเรือช่องทางเดินฝั่งซ้ายเป็นคนเสริฟ ของพี่จะช่องทางเดินฝั่งขวาเสริฟ เป็นคนละคนกันนะครับ ได้อาหารมา พอหันไปดูอาหารของแม่กับพี่เท่านั้นละ เมนูเดียวกันหมดเลย ฮ่าๆ อะไรจะพร้อมใจกันขนาดนั้น ไม่เป็นไรอาหารของเราก็ตามรูปเลยครับ

กินอาหารเสร็จ เริ่มปิดไฟในห้องโดยสาร ระหว่างนั้นลูกเรือเดินมองหาคนที่ยังไม่หลับ และผมดันไปสบตาเธอเข้า เธอก็เดินมาเลย ถามผมว่าช่วยทำแบบสอบถามหน่อยได้ไหม ผมก็โอเค ได้ เธอก็เดินไปหยิบมาจากด้านหลัง แบบสอบถามเกี่ยวกับการบริการภาษาอังกฤษ พร้อมปากกาหนึ่งด้าม ผมก็รับมาแล้วทำไปๆ ในขณะที่คนอื่นหลับกัน ทำไมทำเท่าไรมันก็ไม่หมดซะที เปิดไปดูหน้าสุดท้าย เฮ้ย นี่มันเป็นสิบหน้าเลยนี่หว่า แบบสอบถามโหดมาก นึกในใจ ไม่นาตอบตกลงมาเลยตั้งแต่ตอนแรก มันควรจะเป็นเวลาพักผ่อน ตอนนั้นก็ห้าทุ่มกว่าแล้ว ฮ่าๆ แต่ก็ทำให้จนจบนะครับ แล้วก็เรียกเธอมารับไปคืน เธอก็บอกปากกานั้น เก็บไว้ได้เลย เป็นของที่ระลึกนะ ตอนนั้นนึกในใจ เป็นพระคุณยิ่งนักครับ ฮ่าๆ พอกำลังจะนอน กัปตันประกาศ อีกประมาณ 40 นาที เครื่องจะ Landing แล้ว ฮ่าๆ สรุป ไม่ต้องนอน

ก็เป็นอัน จบทริป เที่ยวฮ่องกง 3 วัน 2 คืน กันแบบเต็มอิ่มทีเดียวครับ ได้ไปสถานที่ไฮไลท์ๆ เกือบทุกที่ คือผมมาฮ่องกงครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 แล้วนะครับ ก็รู้สึกว่ามาได้เรื่อยๆ ไม่เบื่อนะ ก็รู้สึกว่าเป็นประเทศที่มาได้เรื่อยๆ ถ้าได้ตั๋วถูกๆ เพราะค่าใช้จ่ายอะไรมันก็ไม่ได้หมดเยอะ เรามาเที่ยวแค่ไม่กี่วันหมดไม่เยอะหรอกครับ ถ้าแค่เที่ยว

โอเค ขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาจนถึงตอนท้ายนี้ เดี๋ยวถ้าได้เดินทางไปที่ไหนอีก เดี๋ยวมารีวิวให้ได้ดูกันอีกนะครับ บ๊ายบาย

#Cathaypacific , #เที่ยวฮ่องกง , #เที่ยวต่างประเทศ , #เที่ยวต่างประเทศด้วยตัวเอง , #เอ็มพาบิน , #MjourneyPrabin ,#ดราก้อนโฮสเทล , #DragonHostel , #InTownCheckIn , #AE , #AirportExpress , #Mongkok ,  #ที่พักฮ่องกง , #ที่พักฮ่องกงราคาประหยัด , #CX616

สำหรับใครที่ ชอบสไตล์การท่องเที่ยวและเขียนรีวิวของผมสามารถติดตามได้อีกทางที่
Fanpage : https://www.facebook.com/MJourneyPrabin
ผมมีโอกาสได้เดินทางอยู่เรื่อยๆ ครับ จะมารีวิวให้ติดตามกันบ่อยๆครับ ^^
—-จบครับ—



Booking.com

Facebook Comments

Related posts

3 thoughts on “Review ทริปเที่ยวฮ่องกงด้วยตัวเอง 3 วัน 2 คืน แค่นี้ก็เที่ยวได้เต็มที่แล้ว แถมไม่ต้องใช้งบเยอะ บิน Cathay pacific

  1. Proud

    ฝากชมคลิปสถานที่ๆประทับใจในต่างแดนด้วยนะค๊าาา https://youtu.be/laBoZrpOeHg
    https://youtu.be/dZxYqr6B4gk

  2. ขอบคุณมากครับสำหรับข้อมูลดีดีเหล่านี้ เยี่ยมากเลย