แชร์ประสบการณ์ ขอเชงเก้นวีซ่า(ฝรั่งเศส)ครั้งแรก ไม่ยากอย่างที่คิด เมื่อยุโรปไม่ได้ไกลเกินฝัน

o1kcpxjctipujWJrCZl-o

จากความตื่นเต้นดีใจ ที่ได้วีซ่าเชงเก้ง (ฝรั่งเศส) มาอยู่ในมือแล้วเรียบร้อย วันนี้ก็เลยจะมาแชร์ให้ได้ดูกันว่า การขอวีซ่าเชงเก้ง (ฝรั่งเศส) มันไม่ได้ยากเลย เดี๋ยวกระทู้นี้จะเล่าถึงการเตรียมเอกสาร และเตรียมความพร้อม เพื่อที่จะได้ยื่นวีซ่าได้ผ่านครับ

     ก่อนอื่นต้องขอเล่าก่อนเลยว่า ผมเองได้มีโอกาสเดินทางเองบ่อยๆ แต่ก็จะอยู่แค่ในทวีปเอเชีย ไม่เคยออกนอกทวีปเอเชียเลย เพราะเที่ยวแถวนี้รู้สึกว่าไปง่าย ค่าตั๋วไม่แพง ไม่ต้องใช้เงินเที่ยวเยอะ

     แต่พอพูดถึงยุโรป แล้ว ไม่เคยมีในหัวเลย เพราะคิดว่ามันไปยาก ค่าตั๋วแพง ได้ข่าวว่าวีซ่าไม่ได้ของ่ายๆ ด้วย อันนี้คือความคิดที่ฝังหัวผมมานะครับ ผมพึ่งจะมารู้จักกับวีซ่าเชงเก้นเมื่อตอนมาเล่นพันทิปนี่เอง เพราะปกติก็เล่นห้องบลูฯ เห็นกระทู้เชงเก้นเต็มไปหมด ผมก็อะไรวะ เชงเก้นๆ ก็เลยคลิกเข้าไปดู ผมก็เลยอ้อ มันเป็นวีซ่าที่ใช้สำหรับเดินทางเข้าในโซนกลุ่มประเทศในทวีปยุโรปที่รวมเป็นกลุ่มเชงเก้น (แต่มันก็มีหลักการขออยู่ ดูได้ที่ย่อหน้าถัดไปนะครับ)หลังจากนั้นมา เวลามีใครแชร์เรื่องขอวีซ่าผ่าน หรือไม่ผ่าน ผมก็จะพยายามคลิกเข้าไปอ่าน แต่ละคนก็จะเหมือนมีกรณีที่แตกต่างกันไปนะครับ ว่าทำไมถึงผ่าน หรือไม่ผ่าน

     สำหรับหลักการยื่นขอวีซ่าเซงเก้นคือ เที่ยวประเทศไหนนานสุด ให้ไปยื่นขอกับประเทศนั้น หรือถ้าเที่ยวแต่ละประเทศจำนวนวันเท่ากัน ก็ให้เราไปขอกับประเทศที่เราบินไปถึงประเทศแรก เช่น ผมเล็งๆ ไว้ว่าจะไปเที่ยว ฝรั่งเศส แล้วก็ไม่ อิตาลี ก็ สวิส โดยที่ผมจะเที่ยวที่ฝรั่งเศสนานที่สุด ผมก็ต้องไปยื่นขอวีซ่าเชงเก้นที่สถานฑูตฝรั่งเศส นั่นเองครับ

     ระวังดีๆ เรื่องการที่อาจจะขอวีซ่าผิดประเภทได้ ครับ เพราะมันเคยมีกรณีทัวร์ไทยหลายสิบชีวิตเลย บินไปถึงเยอรมันแล้วแต่โดนส่งกลับทั้งกรุ๊ป คือไปขอวีซ่าเชงเก้นกับประเทศเบลเยี่ยมเพราะเห็นว่าขอได้ง่ายและสะดวกกว่าประเทศอื่น ทำแผนเที่ยว จองโรงแรม อะไรต่างๆ ไว้ว่าจะไปเที่ยวเบลเยี่ยม แต่พอได้วีซ่าเชงเก้นมาแล้ว ยกเลิกแผนทุกอย่าง เปลี่ยนไปเที่ยว เยอรมัน สวิส อิตาลี แทน ก็เลยโดนส่งกลับทั้งกรุ๊ป เสียเงินฟรีเลย อันนี้ไม่แน่ใจว่าเป็นความมักง่าย ความไม่รู้ ความเข้าใจผิดหรืออะไรของทัวร์นะครับ ยังไงใครจะยื่นขอเองระวังให้ดีๆ นะครับ ไม่ใช่ว่า มีวีซ่าเชงเก้นแล้วจะเข้าประเทศไหนก็ได้ จริงๆ มันต้องขอมาให้ถูกต้องตามหลักด้วย
ข่าวจากลิงค์นี้ครับ >>คลิก

     มาถึงขั้นตอนการเตรียมเอกสารเลยนะครับ ผมขอเป็นวีซ่าท่องเที่ยว ประเภทพำนักระยะสั้นครับ
โดยก่อนอื่นเราต้องเข้าไปกรอกข้อมูลที่เว็บของ ศูนย์ยื่นวีซ่า TLScontact ก่อนครับ ก่อนกรอกข้อมูลจองที่พักอะไรให้เรียบร้อยก่อนนะครับ มันต้องกรอกข้อมูลที่พักที่แรกที่เราเข้าพักด้วย
ตามลิงค์นี้เลย  >>คลิก

รายชื่อบริษัทประกันที่ได้รับการยอมรับ ลิงค์นี้ครับ :  >>คลิก

ส่วนขั้นตอนการกรอกทำตามลิงค์นี้ครับ :

“วิธีการยื่นขอวีซ่าเชงเก้น ฝรั่งเศสที่ TLS Contact Center”
>>คลิก

***ขอบคุณทุกข้อมูล จากทุกลิงค์เลยนะครับ ที่มารีวิวไว้ เป็นประโยชน์มาก




เอกสารที่จำเป็น ที่ใช้แนบเพื่อขอวีซ่า

ซึ่งการยื่นผ่าน TLScontact ผมรู้สึกว่ามันไม่ต้องเตรียมเอกสารเยอะ เตรียมไปแค่ตามที่เค้าต้องการนี่แหละครับ


1.ใบสมัครขอพำนักระยะสั้น ข้อนี้ก็คือเอกสารที่เราได้หลังจากกรอกข้อมูลในเว็บ TLScontact มาแล้ว ก็ปรินส์ออกมา และลงชื่อได้เลย
***กรอกข้อมูลข้อ 1 เสร็จ ก็โทรไปนัดคิวกับ TLScontact ได้เลยครับ ผมเลือกที่จะยื่นผ่าน TLScontact เลย ถึงจะเสียค่าบริการเพิ่ม แต่ก็คิดว่าน่าจะสะดวก รวดเร็วกว่า


2. รูปขนาด 2 นิ้ว พื้นหลังสีขาว บอกร้านว่าให้ถ่ายเน้นหน้า ไม่ต้องแต่งรูปให้หน้าเนียน เอาปกติธรรมดาพอ เพราะว่า วันที่ไปยื่นวีซ่า หลายคนรูปไม่ผ่าน ต้องไปถ่ายใหม่ ดีที่ตรง ศูนย์ยื่นวีซ่า TLScontact มีเครื่องถ่ายรูปไว้คอยบริการ รูปที่ผมเตรียมไปที่พึ่งถ่ายไปก่อนจะยื่น ก็ใช้ไม่ได้ครับ หน้าเล็กไป เป็นรูป 2 นิ้วก็จริง แต่รูปที่ได้มันไม่ได้ซูมเข้าใกล้หน้า จนท ก็เลยถามว่ามีรูปอื่นไหม ตอนนั้นก็เลยหยิบอีกรูปที่เตรียมไป แต่ไม่ได้ยื่นเพราะมันถ่ายมาเกิน 6 เดือน แต่หน้าตาก็เหมือนเดิม สรุป รูปนี้ จนท โอเค


3 และ 4 หนังสือเดินทาง หรือพาสปอร์ต ต้องเหลือไม่ต่ำกว่า 3 เดือน หลังจากเดินทางออกจากเขตประเทศเชงเก้น พาสปอร์ต เก่าผมก็กำลังจะหมด อายุ ถ้านับหลังจากเดินทางออกจากเขตประเทศเชงเก้นจะเหลือประมาณ 5 เดือนกว่าๆ ก็เข้าเงื่อนไขอยู่ แต่กลัวจะโดนสายการบินดักตั้งแต่ตอนออกจากไทย เลยตัดสินใจไปทำใหม่เลย เพราะหลายๆ สายการบินคือ ถ้าพาสปอร์ตเหลือไม่ถึง 6 เดือนจะไม่ยอมให้เช็คอิน ดังนั้นผมตัดปัยหาตรงนี้เลย คือ ไปทำพาสปอร์ตใหม่เลย


5.ตั๋วเครื่องบิน ก็ปรินส์  Travel Itinerary ใบที่ได้หลังจากการจองตั๋วไปได้เลยครับ
6.อันนี้ของผมตัดไป ไม่ต้องยื่น เพราะเที่ยวเฉพาะประเทศที่ใช้วีซ่าเชงเก้นเข้าได้ แต่ถ้าใครจะไปเที่ยงอังกฤษด้วย ต้องไปขอวีซ่าอังกฤษมาก่อน ถึงค่อยมาขอวีซ่าเชงเก้น(ฝรั่งเศส)


7.ประกันการเดินทาง เลือกจากลิงค์บริษัทประกันตามด้านบนได้เลย หลายๆ บริษัทก็มีประเภทประกันให้เลือกเลยว่าเป็นประกันสำหรับทำเชงเก้นวีซ่า ซึ่งวงเงินประกันต่างๆ ก็จะเข้าเงื่อนไขที่ทางสถานฑูตต้องการครับ
***กรณีถ้าขอวีซ่าไมผ่าน สามารถขอคืนเงินได้ทุกบริษัทครับ เพราะทางสถานฑูตมีบอกไว้เลยว่า ถ้าเจอบริษัทไหนที่มีรายชื่อในลิงค์ แล้วขอคืนเงินไม่ได้ในกรณีที่วีซ่าไม่ผ่าน ให้แจ้งทางสถานฑูต ได้เลย
รายชื่อบริษัทประกันที่ได้รับการยอมรับ ลิงค์นี้ครับ :  https://www.tlscontact.com/th2fr/upload/travel_health_insurance_th_2fr.th.pdf


8.หนังสือรับรองการทำงาน ข้อนี้ของผมง่ายครับ ขอเป็นภาษาอังกฤษได้เลย มีระบุรายละเอียดทุกอย่างครบ ทำงานมานานเท่าไร ตำแน่งอะไร เงินเดือนเท่าไร ลางานตั้งแต่วันไหนถึงวันไหน หัวกระดาษ มีภาษาไทยภาษาอังกฤษ ชื่อที่อยู่บริษัทชัดเจน ทุกอย่างครบครับ
***เคยอ่านเจอเคสหนึง ที่ มีใบรับรองงานการลางานแล้วเรียบร้อย (ลางาน 1 เดือน) สุดท้ายวีซ่าไม่ผ่าน ด้วยเหตุผลหนึงที่ว่า จนท ไม่เชื่อว่า งานประจำที่ไหนจะให้ลางานได้เป็นเดือน


9.สลิปเงินเดือน ถ่ายสำเนาไปใช้ได้เลย ไม่ต้องแปล เพราะมีภาษาอังกฤษกำกับอยู่แล้ว


10. ข้อนี้ไปขอจากธนาคารครับ แนะนำว่าเผื่อเวลาหน่อย เพราะธนาคารกรุงเทพที่ผมไปขอ ใช้เวลาถึง 5 วันทำการ กว่าจะได้ เกือบได้ไม่ทัน มีนัดคิวยื่นวันศุกร์ ได้มาวันพฤหัส พอดี นึกว่าจะต้องโทรไปเลื่อนคิวซะแล้ว
***ทำรายการบัญชีไว้ให้มีเงินเยอะๆ นะครับ ให้มันเพียงพอว่ามันน่าจะเพียงพอต่อแผนการเที่ยวของเรา
เคยอ่านเจอ 2 เคส ที่ผู้ขอวีซ่าเป็นถึงข้าราชกาล และ อาจารย์มหาวิทยาลัย คือมีหน้าที่การงานที่โอเคดูแล้วไม่น่าจะหนีเข้าเมือง แต่บัญชีที่แนบกับขอวีซ่า มีเงินหมื่นกว่าบาท และสามหมื่นกว่าบาท ทั้ง 2 เคสนี้วีซ่าไม่ผ่านครับ คือดูแล้วเงินมันไม่น่าจะเพียงพอต่อการที่จะไปเที่ยวและใช้จ่าย

หลักสำคัญที่จะขอวีซ่าผ่านหรือ ไม่ผ่าน ผมว่าอยู่ที่ขั้นตอนการเตรียมเอกสารนี่แหละครับ
แนะเทคนิคให้นิดหนึงคือ

1.เอกสารที่ยื่นทั้งหมดดูแล้วมันจะต้องสมเหตุสมผล ไม่ขัดแย้งซึ่งกันและกันครับ เช่น ลาไปเที่ยว 15 วัน บัญชีที่ยื่นไปก็ต้องมีเงินในระดับที่ดูแล้วเพียงพอต่อการใช้จ่าย

2.เตรียมเอกสารแต่ละส่วนให้มีความสมบูรณ์ที่สุด พยายามปิดช่องโหว่ของเอกสารที่อาจจะทำให้เกิดปัญหาวีซ่าไม่ผ่านได้ เช่น พาสปอร์ต มันใกล้หมดอายุและก้ำกึ่งว่าอยู่ภายในระยะเวลาที่กำหนดหรือไม่ ก็แนะนำว่าไปทำพาสปอร์ตใหม่เลยครับ

3.สถานฑูต ขอเอกสารอะไรมาเท่าไร ก็ยื่นไปเท่านั้นแหละครับ ไม่ต้องยื่นอะไรเพิ่มไปมากมาย เดี๋ยว บางทีเอกสารที่ยื่นเพิ่มไปนั่นแหละครับ อาจจะเป็นตัวปัญหา ไปขัดแย้งกับเอกสารหลักที่ยื่นไปได้

………………………………………………………………………………..

“วิธีการยื่นขอวีซ่าเชงเก้น ฝรั่งเศสที่ TLS Contact Center”
>>คลิก


ดูขั้นตอนตามด้านบนเลยนะครับ ไม่รีวิวซ้ำนะครับ เพราะมีเว็บที่ทำไว้ค่อนข้างเยอะแล้ว
แต่เดี๋ยวเล่าบรรยากาศวันที่ไปยื่นให้ฟังครับ

ผมนัดคิวยื่นเอกสารกับทาง TLScontact ไว้วันที่ 15 ม.ค. 2559 เวลา 9.30 น.
พอถึงวันออกจากที่พักแต่ตีห้า(อยู่ต่างจังหวัด) กว่าจะไปถึงก็ เกือบ 9.40 น. ตอนนั้นวิ่งจนหอบครับ แย่แล้วเลยเวลา เค้าจะให้ยื่นไหมเนี่ย ไม่เคยไป กลัวจะแบบว่า พอเรียกตามคิวที่นัดแล้วไม่มาก็ผ่านไปเลย อะไรทำนองนี้

รีบกดลิฟต์ ขึ้นไปชั้น 12 เลยครับ ด้วยความที่อ่านรีวิวไปแล้ว รู้คร่าวๆ แล้วว่าต้องอะไรยังไง ไปถึงก็ฝากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ก่อนเลย เค้าให้ฝากไว้ทั้งหมดเลยนะครับไม่ให้เอาเข้าไปเลย อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด ทำธุรเสร็จแล้วค่อยออกมาเอา

จนท ถาม ระหว่างฝากของ มีนัดกี่โมงนะครับ , ผมก็ 9.30 น. ครับ , จนท มอง นาฬิกา ตอนนั้นผมเริ่มลุ้นละ ยังได้ไหม นึกในใจ ฮ่าๆ และ จนท ก็บอก รีบเข้าไปด้านในเลยครับ ยังได้อยู่ อารมณ์ตอนนั้นโล่งเลย เพราะถ้าไม่ได้แล้วต้องลางานมายื่นอีกนี่แย่แน่ ฮ่าๆ

ฝากของเสร็จ เดินเข้าประตูไป จะมี จนท สแกน ตรวจเราอีกทีว่าแบบเอา อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เข้ามาไหม ใครกะจะเนียนไม่ฝากไว้ด้านหน้าไม่ได้นะครับ

จุดต่อไปให้เตรียมใบนัดคิว ยื่นให้ จนท ตรงประตูครับ แล้ว จนท ก็จะบอกให้เราไปนั่งรอคิวด้านใน ใครยื่นวีซ่าสวิส จะฝั่งซ้าย ยื่นวีซ่าฝรั่งเศสจะฝั่งขวา ตรงนี้สังเกตว่ามีเครื่องถ่ายรูปตั้งอยู่ ซึ่งตอนนั้นคนรอถ่ายอยู่เพียบครับ ประมาณสิบกว่าคน ผมนี่ลุ้นๆ เอาแล้ว รูปผมเตรียมมาจะผ่านไหมหว่า อ้อ ตรงนี้แอบถาม จนท ว่า ตกลงเอกสารที่เป็นสำเนา ต้องเซ็นต์สำเนาถูกต้องไหม จนท ก็บอกว่า จริงๆ เซ็นต์หรือไม่เซ็นต์ก็ได้ ผมก็เลยไม่เซ็นต์ครับ เพราะเอกสารที่เป็นสำเนาตอนนั้นน่าจะประมาณยี่สิบกว่าแผ่นได้ ถ้าเซ็นต์นี่อาจจะมือหงิก

ไปนั่งรอคิวด้านในได้ไม่นาน จนท ก็เรียก ตรงนี้มีหลายเคาน์เตอร์นะครับ ค่อนข้างเร็วเลยทีเดียวครับ จนท ก็ตรวจเอกสาร ทีละอย่าง แล้วก็ไฮไลท์ จุดสำคัญๆ ไว้  เอกสารอันไหนมีแค่ชื่อภาษาไทย จนท ก็ยื่นมาให้ผมเขียนชื่อภาษาอังกฤษ กำกับ ระหว่างตรวจ จนท ก็ถาม ไปคนเดียว เที่ยวเองเลยใช่ไหม ไม่ได้ไปทัวร์นะคะ แล้วจะไปเที่ยวประเทศไหนบ้าง ผมก็ตอบไปว่าฝรั่งเศส แน่ๆ แต่อีกที่กำลังเล็งว่าจะเป็น สวิสหรืออิตาลีดี แต่ผมจะอยู่ฝรั่งเศสนานสุดครับ รูปผมที่เตรียมมาก็ไม่ผ่านครับ ฮ่าๆ ตามคาด อุตส่าห์ พึ่งไปถ่ายมาใหม่ๆ เลยหยิบอีกรูปมาอันนี้ใช้ได้ ตอนนั่นโล่งมาก เพราะถ้าต้องไปถ่ายรูปที่ตู้ด้านหน้านี่ คงอีกนานแน่ๆ เพราะคนเยอะ

ตรวจไปตรวจ มา จนท ก็คืนใบจองโรงแรมมาให้ คืนพาสปอร์ตเล่มเก่ามาให้ สรุป เค้าเอาแค่ที่ตามระบุมาด้านบนครับ ไม่ต้องเตรียมอะไรมามากมายครับ อ่านเจอหลายรีวิวแล้ว ว่า จนท หยิบออกครับ ฮ่าๆ หลังจากนั้น จนท  ก็ถาม ว่าสะดวกมารับเองไหม ผมก็ส่ง EMS เลยครับ จนท ถามต่อ ให้คนมารับแทนก็ไม่สะดวกใช่ไหมคะ เหมือน จนท อยากให้มารับเองมากกว่า สรุป ส่ง EMS แหละง่ายสุด เสียไปอีก 180 บาท

จากนั้น จนท ให้เราไปทำระเงินค่าวีซ่า และค่าธรรมเนียมต่างๆ ครับ
–    ค่าวีซ่า                       2,344  บาท
–    ค่าบริการของ TLS            1,132  บาท
–    ค่าส่ง EMS                      180     บาท
ยอดรวมค่าใช้จ่าย  3656 บาท ครับ สำหรับวันนี้

ชำระเงินเรียบร้อย จุดต่อมา คือการสแกนนิ้วมือทั้ง 10 นิ้ว และถ่ายรูป แนะนำว่าให้แต่งตัวดูดี ทำหน้าทำตาให้พร้อมถ่ายรูปมานะครับ ฮ่าๆ เพราะเค้าใช้รูปนี้ลงในวีซ่า ไม่ได้ใช้รูป 2 นิ้ว ที่เราเตรียมมาตอนแรกครับ
เป็นเสร็จขั้นตอนการยื่นขอวีซ่าเชงเก้น(ฝรั่งเศส) ที่ TLScontact  วันนี้ครับ ต่อไปก็รอลุ้นผล

15 ม.ค. 2559    ยื่นวีซ่า
16 ม.ค. 2559    วันเสาร์ เป็นวันหยุด
17 ม.ค. 2559    วันอาทิตย์ เป็นวันหยุด
18 ม.ค. 2559     เข้าไปเช็คสถานะในเว็บ ขึ้นว่า ได้ส่งเอกสารไปให้ทางสถานทูตพิจารณาแล้ว เมื่อเวลา 8.14 น.
19 ม.ค. 2559    ช่วงเย็น มี เมล์ มาแจ้งว่า เอกสารได้ถูกส่งคืนมาที่ TLScontact แล้ว
20 ม.ค. 2559    ตอนเช้า มี SMS มาแจ้งว่าเอกสารอยู่ที่ TLScontact แล้ว (ใครแจ้งว่ารับเองวันนี้มารับได้เลย)และจะจัดส่งให้โดยเร็วที่สุด พอเข้าไปเช็คในเว็บช่วงบ่ายๆ ขึ้นเลข EMS มาเรียบร้อย ให้เราไปเช็คได้ว่าส่งถึงไหนแล้ว
21 ม.ค. 2559     ในที่สุด EMS ก็ส่งมาถึง เปิดดูด้วยความลุ้นและตื่นเต้น เย้ ได้มาแล้ว วีซ่าเชงเก้น

รู้สึกว่าทางสถานทูตพิจารณาเร็วมากเลยนะครับ 2 วันก็ได้แล้ว เพราะตอนยื่น จนท แจ้งว่าอาจจะใช้เวลา 10-14 วันทำการ

ด้วยความดีใจ วีซ่าผ่านแล้ว ต่อไปก็วางแผนเที่ยวได้ ตอนนี้ที่เสียเงินไปแล้วก็มีค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าวีซ่า และค่าประกัน ส่วนอยางอื่นผมยังไม่ได้จองครับ บางท่านบอกว่าให้จองพวกรถไฟข้ามเมืองอะไรแนบไปได้ แต่ผมคิดว่ายังไม่อยากจองอะไรไว้เลย เพราะรอให้วีซ่าผ่านก่อนค่อยว่ากัน เอกสารก็ยื่นตามที่เค้าขอนั่นแหละครับ ฮ่าๆ

…………………………………………………………………….

ขอโชว์นิดหนึงครับ ว่าได้ตั๋วเครื่องบินมาถูกมาก ไปกลับ กรุงเทพฯ – ปารีส ในราคา 12,741 บาท ราคารวมภาษีแล้วด้วยนะครับ ได้น้ำหนักกระเป๋าโหลด 30 กิโล ด้วย บิน Full service โดยสายการบิน Jet Airways +  Etihad Airways งานนี้คุ้มสุดๆ แต่แวะต่อเครื่อง 2 ครั้ง นะครับ 555 เดินทางนานหน่อย แต่ยอมครับ เพราะตั๋วถูกมาก แถมยังได้ตั๋ว กรุงเทพฯ – โฮจิมินห์ อีกหนึงขาอีกด้วย

มันเป็นเทคนิคการได้ตั๋วมาในราคาถูกที่ทางเพจ เพื่อนบอกโปร เอามาแชร์นะครับ อันนี้ต้องให้เครดิตเลย เพราะ ไม่เคยคิดว่าจะได้ตั๋วไปยุโรปมาถูกขนาดนี้มาก่อน

–จบครับ–



 

 

Facebook Comments

Related posts