Review ทริปวัยรุ่น พาตะลุยหิมะ เที่ยวเกาหลีด้วยตัวเอง แบบ งบไม่ต้องเยอะ [เอ็ม พาบิน]

1426078816-IMG7361re1-o

กด Like ติดตาม Fanpage M Journey – เอ็ม พาบิน : คลิกที่นี่


สวัสดีเพื่อนๆ พี่ๆ ทุกท่านนะครับ วันนี้ผมจะมาริวิวทริป เที่ยวเกาหลีด้วยตัวเอง ตามสไตล์วัยรุ่นเที่ยว 5 วัน 4 คืน 06-10/02/2015 ที่พึ่งจบไป

เรามีโอกาสได้ไปเล่นสกีที่ Yongpyong Ski Resort ได้ทดลองเข้าผับเกาหลี Cocoon ผับดัง ย่านฮงแด บอกเลย มันส์มาก ฮ่าๆ ได้มีโอกาสได้เจอหิมะตกครั้งแรกในชีวิตในวันไปเที่ยว Everland ตกมาแบบขาวโพลน มายังกะพายุหิมะ ตื่นตาตื่นใจสุดๆ ครับ เรียกได้ว่าเป็นทริปตลุยหิมะเลยครับ ทริปนี้ บางวันเจอสภาพอากาศสุดโหด อุณหภูมิ ติดลบทั้งวัน และได้มีโอกาสไปเที่ยวอีกหลายที่ครับ

เดี๋ยวจะมีรีวิวรายละเอียดวิธีการเดินทางแต่ละที่และมีสรุปค่าใช้ทั้งหมดไว้ด้วยครับช่วงท้าย ด้วยครับ จะได้กะราคากันได้ว่าเที่ยวเองมันไม่ได้หมดเยอะ ทริปนี้พวกผมแลกตังค์กันไปคนละหมื่นบาทเองนะ กิน เที่ยว เดินทาง กับช๊อปอีกเล็กน้อย บอกเลย เหลือๆ ครับ รวมเบ็ดเสร็จ หมดคนละหมื่นกว่าบาทเองครับ
ทริปนี้มีสมาชิกร่วมทริปทั้งหมด 10 + 1 คนครับ ที่บอก + 1 เพราะ มีเพื่อนอีกคนมา Join trip กับเราเป็นบางวันครับ ดูจำนวนสมาชิกแล้วแบบเยอะมาก ฮ่าๆ แต่ไปหลายคนก็สนุกไปอีกแบบครับ ทุกคนเข้ากันได้เป็นอย่างดี เลยเที่ยวกันสนุกสนานเฮฮาเลยครับทริปนี้

จุดเริ่มต้นของทริปนี้คือ จองตั๋วโปร ของ Thai Airasia X ที่เปิดบินตรงไปเกาหลี ได้ทัน ได้ตั๋วมาในราคาไปกลับ 5,238 บาท (ราคารวมภาษี , ค่าธรรมเนียมน้ำมัน และ ธรรมเนียมการตัดบัตรเรียบร้อย) ได้มาราคานี้ก็อย่าไปรอครับ จองเลยด่วนๆ ก็เลยเล็งไว้ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 58 เพราะอยากจะไปสัมผัสหิมะซักครั้งในชีวิต แต่จองตั้งแต่เดือน เมษายน 57

ตอนแรกผมจองคนเดียวครับ แต่จองแค่ขาเดียว ขาไป เพราะขากลับราคาขึ้นไปหลายพันละ วันรุ่งขึ้นเพื่อนอีกคนจองเพิ่มด้วย ก็เลยเป็น จองได้เฉพาะขาไป 2 คน รอจังหวะให้ตั๋วขากลับมันราคาลงก่อน ถัดจาดนั้นประมาณอาทิตย์หนึง ตั๋วมันปรับราคาไปกลับประมาณ 7 พัน ก็เลยชวนเพื่อนแก๊งค์ที่ไปฮ่องกงด้วยกันมา สรุป ก็จองเพิ่มกันอีก 8 คน แต่ 8 คนนี้คือจะบินไปเที่ยว ก่อน 1 วัน เพราะถ้าบินไปพร้อมกันจะราคาเป็นหมื่น และแล้วรอไปรอมา ผมก็ได้ตั๋วขากลับในราคา 3 พันบาท

สรุปเสร็จสิ้นเรื่องตั๋ว 8  คนบินไปวันที่ 5 อีก 2 คนบินไป วันที่ 6 และกลับวันที่ 10 พร้อมกัน ทั้ง 10 คน

อันนี้แอบเอารูปปีก TAAX ทริปญี่ปุ่นมาใส่นะครับ ^^

เดี๋ยวผมขอรีวิวในส่วนของผมที่เดินทางตามไปในวันศุกร์ที่ 6  นะครับ ส่วนวันที่สมาชิกไปเที่ยววันแรกเดี๋ยวผมรีวิวไว้ให้ครับ ว่าเดินทางไปยังไง เพราะผมเคยไปแล้วครับ อ้อ ผมเคยไปเกาหลีแล้วครั้งหนึงนะครับเมื่อปีที่แล้วไปครั้งแรกก็ไปเองครับ ส่วนคนอื่น คือไปครั้งนี้เป็นครั้งแรกครับ แต่ผมก็ให้บินกันไปก่อนเลยวันแรก เพราะหลายคนคือมีประสบการณ์การเที่ยวต่างประเทศด้วยตัวเองกันเกือบทุกคนครับ ทักษะและไหวพริบการเอาตัวรอดในต่างแดนสูง ฮ่าๆ ก็เลยไม่ได้ห่วงอะไรครับ ปล่อยเที่ยวกันเองได้เลย แค่วางโปรแกรมไว้ให้คร่าวๆ ก็พอครับ

#AirasiaX, #Airasia ,#Backpack ,#MjourneyPrabin ,#ThaiAirasia ,#เที่ยวต่างประเทศ ,#เที่ยวต่างประเทศด้วยตัวเอง ,#เอ็มพาบิน ,#แอร์เอเชีย ,#ไทยแอร์,#เอเชียเอ็กซ์ ,#เที่ยวเกาหลี  ,#เที่ยวเกาหลีด้วยตัวเอง ,#ยงเพียงสกีรีสอร์ท ,#YongpyongSkiResort ,#Cozzzyguesthouse ,#ที่พักเกาหลีราคาประหยัด ,#โซล ,#Seoul

************************************************

มาเริ่มเดินทางเลยดีกว่าครับ 06/02/2015

เราบินกับ Thai Airasia X , filght XJ700 วันที่ 06/02/2015 เวลา 8.05 ที่เปิดเส้นทางใหม่เมื่อเมษา ปี 57 บินตรง จากดอนเมืองสู่โซล เกาหลีใต้ บินด้วยเครื่องบิน Airbus รุ่น A330 ลำใหญ่ ที่นั่ง 3 3 3 และมีนั่ง 2 ช่วงท้ายลำ นั่ง เครื่องไปประมาณ 5 ชั่วโมงก็ถึงสนามบินอินชอน ครับ แต่ขาไปนี่ถึงเร็วกว่ากำหนดการประมาณ 30 นาที ระหว่างบินสำหรับคนที่สั่งอาหารไว้ ไฟล์ทนี้ พอเครื่องบินได้ระดับ แอร์จะเริ่ม แจกใบ เข้าเมือง และจะเริ่มเสิร์ฟ อาหารให้ทาน เป็นมื้อเช้าเลยครับ สำหรับคนที่สั่งไว้ล่วงหน้า ใครไม่ได้สั่งไว้ก็ซื้อเพิ่มได้ กินเสร็จก็นอนยาวได้เลยนะ

สำหรับขาไปนี่ผมได้ค่าตั๋วมาที่ 1990 บาท มีซื้อน้ำหนักกระเป๋า เพิ่ม 20 กิโล 700 บาท และสั่งอาหารเพิ่ม 150 บาท + เลือกที่นั่งด้วย(อันนี้เลือกฟรีนะ เพราะเข้าไปเลือกช่วงที่ระบบหลุดฟรีมา ฮ่าๆ เพราะถ้าจะให้เสียตังค์เลือกที่นั่งไปกลับคนละ 800 บาท นี่ไม่เลือกแน่ๆ 555)  ก็เลยจัดเลือกที่นั่งให้ได้ครบแก๊ง 10 คน ทั้งไปและกลับเลยครับ

ตอนที่ไป Counter  ขาไปที่ดอนเมือง ใครที่ทำ Web Check-in มา สามารถไปที่ Counter เพื่อเอากระเป๋าไปโหลด ได้เลยนะครับ เค้ามีช่องสำหรับคนที่ทำ Web Check-in มาแล้วโดยเฉพาะ  ไปรอบนี้ ไปถึงโหลดกระเป่าได้เลยครับ คิวไม่มี จากนั้น ก็เข้าไปรอขึ้นเครื่องหน้าเกท และรอเรียกขึ้นเครื่องได้เลย

สังเกตรุปปีกเครื่องบินจะเห็นว่าเป้นเหมือนน้ำแข็งเกาะที่กระจก ท่าทางอากาศข้างนอกคงเย็นมากๆ

เครื่องไปถึงที่สนามบินอินชอน เกาหลีใต้ประมาณ เกือบๆ บ่าย 3 ตามเวลาที่เกาหลีครับ ลงเครื่องมาแล้วก็มาเข้า แถวรอผ่านจุดตรวจ ตม. พอกำลังจะเดินไปต่อแถวคนเยอะมาก หางๆ แถวก็เลยถูกให้ไปอีกจุดหนึงที่อยู่ถัดกันไป คนไม่มีเลยครับ ผ่าน ตม. กันไปได้อย่างรวดเร็ว เตรียมเอกสารมามากมายเผื่อ ตม. ตรวจ แต่เอาจริงๆ ไม่ถงไม่ถามซ้ากคำ 555 เพื่อนที่มาก่อนเมื่อวานก็ไม่มีใครติด ตม.เลยนะครับ ผ่านได้แบบสบายๆ กันทุกคน มีทั้งคนที่พาสปอร์ต ขาวเลยก็มี ก็ผ่านได้หมด

ที่หลายคนบอกว่า ตม. เกาหลีโหด ผมว่าเค้าพิจารณาเป็นคนๆ ไปมากกว่าครับ คนไหนน่าสงสัยเค้าก็จะเรียกเข้าไปกักตัวและสอบถามขอดูเอกสารเพิ่มเติมครับ ปฏิเสธ ไม่ได้จริง ๆ ครับ ว่าคนไทยหนีเข้าไปทำงานกันเยอะมากจริงๆ แต่ถ้าเราไปเที่ยวจริงๆ เราไม่ต้องกลัวครับ เตรียมเอกสารให้พร้อมครับ และให้รู้ แพลนของทริปเราด้วย บางทีไปกันหลายคน ก็ดูกันให้ครบทุกคนครับ ว่าแต่ละวันวางแพลนไว้จะไปไหนยังไง ชื่อที่พักชื่ออะไร กลับวันไหน ประมาณนี้

การเดินทางออกจากสนามบินอินชอน

สามารถเดินทางได้หลายวิธีครับ ทั้งรถไฟฟ้า และ  Airport Bus ครับ
1. Airport Bus สำหรับใครที่อาจจะไม่สะดวกลากกระเป๋า ดูขั้นตอนตามลิงค์เลยนะครับ : [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

2. Subway Airport พวกผมเลือกวิธีนี้ครับ เพราะประหยัดดี และง่ายด้วยครับ ตรงยาวไปที่พักได้เลย
วิธีการเดินทางคือ พอ รับกระเป๋า ออกมา ให้ตามป้าย  Airport Railroad ได้เลยครับ ไปรอขึ้นรถไฟเข้าเมืองตรงนั้นได้เลย อ้อ ใครยังไม่มีบัตร T-Money ก็แวะซื้อและเติมเงินที่ เซเว่นในสนามบินได้เลยนะครับ เอาไว้ขึ้นรถไฟและเดินทางตลอดทริปนะ ส่วนผมมีบัตรอยู่แล้ว ก็เลยเติมเงินเข้า 25,000 วอน (ประมาณ 745 บาท) ใช้ได้ตลอดทริปเลยครับ ไม่ได้เติมเพิ่ม

ส่วนผมพักที่ย่านฮงแดครับ นั่งตรงยาวจากสนามบินไปที่พักได้เลย โดยลงที่ Hongik Univ. Station ครับ
*** Airport Railroad เข้าโซลมันมี 2 แบบ คือแบบตรงยาวไม่จอดรายทางกับแบบจอดทุกสถานี ใช้เวลาต่างกันแค่ 10 นาที นั่งแบบหลังก็พอ ค่าโดยสารถูกกว่ากันมากแค่ 90 บาทเอง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 56 นาที
ดูตามลิงค์ได้เลยครับ : http://www.airport.kr/iiacms/pageWork.iia?_scode=C1203020000

การเช่า Pocket  wi-fi ที่สนามบินอินชอน
สำหรับใครที่ไม่ได้เช่า Pocket  wi-fi มาจากเมืองไทย สามารถมาเช่าที่สนามบินอินชอนได้เลยครับ สะดวกมาก ครับและคืนที่สนามบินอินชอนเลย 1 เครื่องจะสามารถเชื่อม ต่ออุปกรณ์ได้ 5 เครื่องนะครับ สำหรับกลุ่มผมคือ 10 คน ก็เช่ามาเลย 3 เครื่อง ในวันแรกที่เพื่อนเดินทางไปถึง คือให้เช่าเผื่อผมด้วยเลย จะได้ไม่ต้องติดต่อหลายรอบ
พอออกจากที่รับกระเป๋ามาจะเจอ Counter ตามรูป(รูปที่3 ขวาบน)ครับ ไปติดต่อเช่าได้เลย

แต่ไปเจออยู่ที่พักก็มีให้เช่าครับ วันละ 5000 วอน (ประมาณ 149 บาท)ต่อวันเองถูกมาก ฮ่าๆ  เงิบเล็กน้อย 555

มาดูเรื่องที่พักกันบ้าง

สำหรับที่พักของพวกเราทริปนี้เลือกพักที่ Cozzzy guesthouse  ย่านฮงแดครับ
–    พักเป็นห้อง 4 คน 2 ห้อง แล้วก็ห้อง 2 คน 1 ห้อง จะเป็นเตียง 2 ชั้นนะครับ แล้วก็ห้องน้ำรวม
–    ราคาตกคืนละประมาณ 800 บาท/คนครับ ราคารวมอาหารเช้า อาหารเช้าก็จะเป็นพวกขนมปัง ผลไม้ ไข่ดาว น้ำผลไม้ อะไรพวกนี้ครับ คือต้องทำกินเอง ตอนเช้าเจ้าของที่พักเค้าจะเอาของมาเตรียมไว้ให้เราครับ ช่วงเวลาก็ 7.00-10.00 น.
–    เจ้าของผู้หญิงเป็นคนญี่ปุ่นนะครับ ก็จะเห็นคนญี่ปุ่นมาพักที่นี่ด้วยครับ

โดยรวมที่นี่ก็ถือว่าโอเคครับ พักได้ปกติ ไม่ได้มีเรื่องให้หยุดหงิดใจ แต่ห้องอาบน้ำมี 3 ห้องนะครับ อาจจะต้องรอคิวอาบน้ำหน่อย เวลาที่ไปเที่ยวแล้วกลับมาพร้อมกัน อุปกรณ์ต่างๆ ในที่พักมีให้ใช้ครบครับ พวกผ้าเช็ดตัว ที่เป่าผม ราวแขวนเสื้อผ้า ล๊อกเกอร์เก็บของอะไรพวกนี้ครับครับ

ที่พักเดินจากสถานีรถไฟฮงอิคประมาณ 400 เมตรนะครับ ก่อนถึงก็จะมีมาร์ท G25 แวะซื้อของกินกันมื้อดึกทุกคืนเลยครับ พอออกประตู 1 สถานีฮงอิคมาซอยแรก ขวามือก็จะมีร้านหมูย่าง ร้านของกิน สามสี่ร้านอยู่นะครับเผื่อใครจะลองไปแวะชิม

การเดินทาง
– มาลงสถานี Hongik University Station ,Line 2 ,Exit 1
สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติม และดูแผนการเดินทางที่ได้ที่ลิงค์ เลยครับ http://www.cozzzy.co.kr/

เดี๋ยวมารีวิวในส่วนที่สมาชิก พากันไปเที่ยวรอระหว่าง ที่ผมนั่งเครื่องมาเกาหลี เพิ่มให้นะครับ จะได้รู้วิธีการเดินทางไป นั่นคือเกาะยออิโด(Yeouido) และหมู่บ้านบุกชอนฮันอ๊ก (Bukchon Hanok Village) ซึ่งทั้ง 2 ที่นี้ผมเคยไปมาแล้ว ก็เลยวางทริปให้สมาชิกไปเที่ยวรอกันก่อนเลย 2 ที่นี้

1.เกาะยออิโด(Yeouido)
เป็นอีกหนึ่งเกาะที่น่าไปเลยนะครับ อยู่ในโซลนี่แหละ นั่งรถไฟฟ้ามาแป๊ปเดียว เป็นเกาะที่มีสวนสาธารณะ เป็นหนึ่งสถานที่ในการชมดอกซากุระเกาหลีเลยครับ ถ้าใครไปเกาหลีช่วง ปลายเดือนมีนาคม – กลางเดือนเมษายน ไปดูซากุระที่นี่ได้เลยครับ บรรยากาศชิวมาก ซากุระปีที่แล้วผมพึ่งไปมา นี่นี่เค้าจะมีจักรยานให้เช่า ด้วยนะครับ ราคาไม่แพงครับ สำหรับปั่นไปรอบเกาะ เค้าจะมีทางให้จัรยานปั่นโดยเฉพาะ สามารถ ปั่นไปชมวิวเรียบแม่น้ำฮันได้เลย ระหว่าทางก็จะเต็มไปด้วยต้นซากุระเกาหลี หรือถ้าใครมาช่วงปลายตุลาคม-พฤจิกายน ก็จะเป็นช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ก็จะสวยไปอีกแบบครับ

รูปนี้แอบเอารูปตอนไปครั้งที่แล้วมานะครับจะได้เห็นรายละเอียดการเดินทาง

ที่เกาะยออิโดนี้ก็จะเป็นที่ตั้งของสถานีโทรทัศน์ใหญ่ๆ ของเกาหลีครับ ถ้าคอเกาหลีก็อาจจะเห็นรายการที่ไปถ่ายริมแม่น้ำฮันบ่อยๆ เพราะมันอยู่ใกล้ๆนี่เอง ส่วนถ้าใครมาช่วงวันเสาร์ อาทิตย์ ก็จะเห็นคนเกาหลีเค้าออกมาทำกิจกรรมกันตรงลานสวนสาธารณะกันเยอะเลยครับ

ถ้าใครอยากมาเที่ยวเกาหลีในมุมมองใหม่ๆ ที่ๆ ทัวร์ไทยไม่ลง ก็แนะนำให้มาที่นี่ได้เลยครับ ยิ่งถ้าใครมีเวลาหลายวัน ช่วงเช้ามาปั่นจักยานเล่นชิวๆที่นี่ได้เลยครับ แนะนำมากๆ ^^

ขั้นตอนการเดินทาง
– MRT (Line5)สายสีม่วง ลงสถานี Yeouido exit 2

พอออกจากสถานีรถไฟฟ้ามา ก็เดินตรงไปเลยนะครับ จนกว่าจะเจอถนนใหญ่ มองไปฝั่งตรงข้ามก็จะเห็นป้ายภาษาเกาหลีสีขาวๆ ตรงนั้นแหละครับคือสวนสาธารณะของเกาะยออิโด ข้ามไปได้เลยที่เช่าจักรยานก็อยู่ตรงนั้นครับ อยากได้จักรยานแบบไหนก็เลือกเอาได้เลย มีทั้ง 1 คนขี่และ 2 คนขี่ รู้สึกจะมีแบบหลายคนขี่ด้วยนะครับ 555

2.หมู่บ้านบุกชอนฮันอ๊ก (Bukchon Hanok Village)
ที่นี่จะเป็นหมู่บ้านแบบสไตล์ดั้งเดิมเกาหลี ที่มีคนอาศัยอยู่จริงๆนะครับ

ขั้นตอนการเดินทาง
– ลงสถานี Anguk Station (Line 3) Exit 2

ออกจากสถานีก็ให้ไปที่ Tourlist Infomation Center ก่อนครับ เดินตรงไปประมาณ 300 เมตร และพยายามมองหาป้ายไว้ครับ Tourlist Infomation Center จะเดินเข้าซอยเล็กๆ ไปอีกครับ พอหาเจอแล้วก็ขอแผนที่มานะครับ ซึ่งในแผนที่ก็จะมีเส้นทางการเดิน และมีบอกจุดหรือมุมสำหรับ หยุดเก็บภาพสวยๆ ด้วย สังเกตว่าที่นี่จะมีชุดฮันบกและชุดเกาหลีแขวนอยู่หลายตัว ไม่แน่ใจว่ามีให้ใส่ถ่ายรูปฟรีรึป่าว ครั้งที่แล้วไปก็ขอเฉพาะแผนที่แล้วก็ออกมาเลย จนท ที่นี่สื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีมากครับ
พอได้แผนที่มาก็เดินตามเส้นทางเดินเค้าได้เลยค่อนข้างยาวนะครับ ก็อาจจะไม่ต้องเดินจนครบก็ได้ ระหว่างทางก็จะมีร้านกาแฟร้านอาหาร มีให้เห็นเรื่อยๆ ครับ จะมี Information ใส่ชุดสีส้มๆ ยืนคอยตอบคำถามช่วยเหลือนักท่องเที่ยวด้วยสงสัยอะไรก็ถามได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ เค้ามีแผนที่แจกให้ด้วย

ที่นี่เค้าจะมีจุดถ่ายรูปมหาชนอยู่ไม่กี่จุดครับ ยอมรับว่าเป็นมุมถ่ายรูปที่สวยจริงๆ แต่ ก็เป็นจุดที่ทัวร์ลงด้วยเช่นกัน ฮ่าๆ ถ้าไปตรงกับช่วงทัวร์ลงก็จะได้เก็บภาพผู้คนมาแทนครับ ตอนที่ไปครั้งที่แล้ว แอบได้ยินไกด์ทัวร์ที่พึ่งพาลูกทัวร์มาถึง ประกาศบอกลูกทัวร์ว่า เรามีเวลาให้สำหรับที่นี่ 30 นาทีนะครับ เดี๋ยวเสร็จแล้วมาเจอกันที่นี่ ตอนนั้นผมนึกในใจว่า ห๊ะ อะไรนะ ครึ่งชั่วโมงเองเหรอ ผมเดินเที่ยวตรงนี้มาก็ประมาณชั่วโมงกว่าแล้วยังรู้สึกว่ายังเดินไม่ครบเลย มากับทัวร์กับเที่ยวเองมันก็คนละสไตล์กันอะเนาะ แต่ก็ต้องยอมรับเลยว่า ทัวร์มาเกาหลีนี่ ถูกมากจริงๆ



Booking.com

มาเริ่มกันต่อเลยครับ รวมตัวกันครบทีมแล้ว

พอผมกับเพื่อนอีกคนเก็บกระเป๋าเข้าที่พักกันเสร็จ ก็ออกเดินทางไปเจอสมาชิกคนอื่นๆ ครับ ได้เวลารวมแก๊งค์ นัดเจอกันที่ Dongdaemun Station ,Line1 , Exit 8 พอไปถึง สมาชิกก็นั่งรอกันอยู่แล้วครับ จากนั้นเราก็เดินออกไปย่านดงแดมุน เพื่อไปหาอะไรกินกันก่อน แต่ด้วยความที่มาย่านนี้ครั้งแรก ก็เลยไม่รู้ว่าโซนของกินมันอยู่ตรงไหน พอดีเดินไปเจอ เหมือนเป็น Information ใส่เอี้ยมหรือชุดสีส้มๆ ยืนอยู่ เค้าจะมีอยู่เกือบทุกจุดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเลยนะครับ เหมือนคอยตอบคำถาม คอยช่วยเหลือนักท่องเที่ยว เค้าจะมีแผนที่แจกด้วย เค้าก็เลยบอกพิกัดโซนร้านหมูย่างมาครับ เราก็พากันไปจัดเลยครับ เพราะหิวกันมาก

พอไปถึงหน้าร้าน คือมันจะมีหลายร้านติดๆ กันอะนะครับ พวกผมก็เหมือนยืนเลือกกันอยู่ ว่าจะร้านไหนดี ตอนนั้นก็เริ่มมีพนักงานของทั้ง 2 ร้านออกมาเชิญให้ไปเข้าร้านเค้าละ แต่พวกผมก็เลยเลือกร้านที่สามารถนั่งโต๊ะติดกันได้ทั้งหมด พอเดินเข้าร้าน อีกร้านดูเสียดายลูกค้ากลุ่มผมมาก เพราะแก๊งค์ผมคือมากัน 11 คน พอนั่งเสร็จก็สั่งเลย หมู 11 เนื้อ 11 สำหรับ 11 คน พอเค้าเอามาเสริฟรู้สึกว่า มันได้เยอะเนาะ กินกันไม่หมดเลยครับ เค้าบริการค่อนข้างดีนะครับ เดินมาดูโต๊ะพวกผมตลอด เครื่องเคียง หรือผักอะไรหมด ก็เต็มให้ตลอด ระหว่างนั้นก็มีสมาชิกสั่งเบียร์มากิน แล้วเห็นว่าอร่อย ก็เลยขอชิม เออมันอร่อยจริงๆ สรุปก็เลยสั่งเบอร์มากินด้วยกันทั้งโต๊ะเลย ตอนนั้นรู้สึกสนุกสนานเฮฮา มีความสุขกับการกินมื้อนี้มาก

กินเสร็จพอไปจ่ายเงิน ตอนนี้เริ่มช๊อคละ เพราะคิดออกมามันตกประมาณ คนละ 28000 วอน(ประมาณ 834 บาท) ตอนนั้นคิดว่า เอาแล้ววว โดนเข้าแล้ว โดนฟันราคาแน่เลย เพราะปกติ กินหมูย่างมันจะตกคาประมาณ คนละไม่เกิน 15000 วอนนะ เท่าที่เคยกินมา แต่ก็จ่ายเงินไปนะ ไม่ได้เถียงอะไร แต่ก็ขอเช็คบิลอย่างละเอียดว่าคิดอะไรเกินไปรึป่าว แต่ก็ไม่ เดินออกจากร้านด้วยความช๊อค มื้อแรกที่เกาหลีก็โดนซะแล้วเหรอนี่ แต่พอออกมาแล้ว คิดไปคิดมา เออ เค้าคิดถูกแล้วละ เพราะตอนสั่ง ปกติ คนหนึงจะสั่งไม่หมู ก็เนื้อ คนละชุด มันจะชุดละประมาณ 8000-10000 กว่าวอน แล้วแต่ว่าเป็นหมูหรือเนื้อ แล้วเป็นเนื้อล้วนหรือติดมัน ราคาก็จะต่างกัน แต่เราดันสั่ง หมูกับเนื้อคนละชุดเลย แค่หมูกับเนื้อมันก็จะตกคนละ 2 หมื่นวอนนิดๆ / คน ละ สรุปก็คือเค้าคิดถูกแล้วละ ถึงจะจ่ายแพง แต่ก็อร่อย อิ่มเต็มที่มาก ^^

***อธิบายเรื่องร้านหมูย่างของเกาหลี เพิ่มอีกซักหน่อยสำหรับคนที่อาจจะไม่เคยไปจะได้มองภาพออก คือพอเข้าร้านไป เค้าก็จะมีเมนู พวก เนื้อ หรือ หมูต่างๆ มาให้เรา เช่น หมูสามชั้น 10000 วอน ราคานี้ คือ สำหรับ 1 คนนะครับ ใครจะเอาเนื้อหรือหมู ก็สั่งกันได้ ถ้ากินคนละชุดแล้วไม่อิ่มก็สั่งเพิ่มได้ ส่วนพวกเครื่องเคียงต่างๆ เค้าจะเอามาเสริฟให้เราเลยเมื่อเราไปนั่งที่โต๊ะ ส่วนนี้น่าจะถูกคิดรวมกับค่าหมูเรียบร้อยแล้ว เครื่องเคียง สามารถขอเพิ่มได้ตลอดนะครับ ใครที่อาจจะกลัวไม่อิ่ม ก็อาจจะสั่งข้าวมาเพิ่มได้ครับ ข้าวภาษาเกาหลีจะเรียกว่า “บับ” ครับ

กินเสร็จสมาชิกจะแยกออกเป็น 2 กลุ่มครับ กลุ่มหนึงคือจะเดินช๊อบย่านทงแดมุนต่อ อีกกลุ่มจะกลับไปหาซื้อของย่าน ฮงแด ครับ ส่วนผมก็กลับไปหาซื้อของย่านฮงแด แล้วเราก็แยกย้ายกัน ผมค่อนข้างชอบย่านฮงแดมากครับ เพราะมันวัยรุ่นๆ ดี คือมันเป็นย่าน ม.ฮงอิค เสื้อผ้าอะไรมันก็จะแฟชั่นวัยรุ่น ราคาถูกๆ ของอะไรก็จะไม่แพงครับ

เราเดินกันเสร็จประมาณ 5 ทุ่มครับ จากนั้นก็พากันเดินกลับที่พัก ก่อนกลับก็แวะซื้อของที่มาร์ท G25 ไปทำกินกันที่พัก สมาชิกอีกกลุ่มก็กลับมาพอดี กิจกรรมหลังจากเที่ยวเสร็จ พอกลับมาถึงที่พัก เราก็จะพากันนั่งโหลดรูป ซื้อของมากิน ระหว่างผลัดกันอาบน้ำ อาบน้ำเสร็จกันทุกคนก็แยกย้ายกันไปนอน เพราะพรุ่งนี้เราต้องเดินทางไปเที่ยวสกีรีสอร์ทตั้งแต่ตีห้า

#AirasiaX, #Airasia ,#Backpack ,#MjourneyPrabin ,#ThaiAirasia ,#เที่ยวต่างประเทศ ,#เที่ยวต่างประเทศด้วยตัวเอง ,#เอ็มพาบิน ,#แอร์เอเชีย ,#ไทยแอร์,#เอเชียเอ็กซ์ ,#เที่ยวเกาหลี  ,#เที่ยวเกาหลีด้วยตัวเอง ,#ยงเพียงสกีรีสอร์ท ,#YongpyongSkiResort ,#Cozzzyguesthouse ,#ที่พักเกาหลีราคาประหยัด ,#โซล ,#Seoul

*******************************************

มาเริ่มต้นเที่ยววันที่ 2 กันเลยครับ 07/02/2015

        วันนี้เราวางทริปไปสกีรีสอร์ทกันครับ ก่อนมาก็ทำการบ้านว่าไปสกีไหนดี เนื่องจากเกาหลีมีสกีรีสอร์ท หลายที่มาก และการเดินทางจากโซล ก็ประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าๆ กันทั้งนั้น สรุปก็เลยเลือกเป็น  Yongpyong ski resort เพราะว่าเป็นสกีรีสอร์ทที่ใหญ่และได้รับความนิยมลำดับต้นๆ ในเกาหลี เป็นสถานที่ถ่ายทำฉากในซีรีย์เรื่อง Winter love song ด้วย และที่สำคัญมี Shuttle Bus ตรงยาวจากแถว ม.ฮงอิค มายัง สกีรีสอร์ทได้เลย สามารถจองล่วงหน้าได้

เนื่องจากวันนี้เรามีสมาชิก ทั้งหมด 11 คน มีเพื่อนอีกคนมา Join trip กับเราด้วยวันนี้  เราจึงจำเป็นต้องหาการเดินทางที่จะทำให้สมาชิกร่วมทริปของเรา ไม่เหนื่อยกับการเดินทาง เพราะต้องนั่งรถยาวเกือบ 3 ชั่วโมง และ Yongpyong ski resort เองก็สามารถให้จองบัส ก่อนได้ด้วย เราก็เลยจองรอบ 5.10 น. ขึ้นที่แถวหน้า ม.ฮงอิคครับ จะได้ชัวร์ว่าเราทุกคนจะมีที่นั่งแน่ๆ ตอนที่เมล์ไป จนท เค้าจะส่งแผนที่จุดขึ้นรถมาให้เราด้วยครับ

ดูรายละเอียดการจองบัสไปยงเพียงสกีรีสอร์ท ตามลิงค์เลยนะครับ
http://www.yongpyong.co.kr/eng/trans/tr_sbus.asp

พวกเราตื่นกันประมาณตี 4 ครับ ท่ามกลางอุณหภูมิติดลบขนาดนี้ อย่าคิดว่าจะมีใครได้อาบน้ำนะครับ ได้แค่ล้างหน้าแปลงฟันครับเช้านี้ ฮ่าๆ แต่ก็พึ่งอาบเสร็จกันเมื่อสามสี่ชั่วโมงที่แล้วเองนะ พอเตรียมตัวกันเสร็จ จากนั้นเราก็รีบเดินไปที่จุดขึ้นรถบัส ครับ โดยถ้าอยู่ตรงย่านฮงแด สามารถไปขึ้นได้ที่จุดขึ้นรถที่ Hongik Univ. ,Bus stop point จะอยู่หน้า Woori Bank เลยครับ ออกจาก Hongik Univ. station Exit8 เดินตรงมาอีกประมาณ 80 เมตร ครับ

พอเดินมาถึงจุดขึ้นรถบัส พวกเราจองรถบัสไว้รอบ 5.10 น. ซึ่งเป็นรอบแรกของวันนี้ครับ สมาชิกเดินมาถึงกันครบทุกคนก็จวนเจียนเวลาที่รถจะมา คือ ยืนกันได้ไม่ถึง 5 นาที รถบัสก็มาครับ แล้วออกตรงเวลามากขึ้นรถครบทุกคนบุ๊ป พี่แกออกรถเลย ถ้าใครมาไม่ทันนี่คือ ตกรถ แน่ๆ รถบัสจะไปจอดรับคนอีก 2 จุดครับ คือที่สถานี Sinchon และ Jamsil พอถึงสถานี Jamsil คนขับรถเค้าก็จะลงมาตรวจตั๋วก่อนครับ ตั๋วก็คือใบจองที่ได้มาตอนทำเรื่องจองก่อนมา คนขับเค้าจะมีตัวสแกนบาร์โค๊ดมาสแกนตั๋วเรา แล้วก็นับคนครับ เหมือนคนที่มาขึ้นรถจะเป็นคนที่จองตั๋วล่วงหน้ามาแล้วทั้งนั้นครับ สังเกตหลายคนที่ขึ้นรถมา ดูเป็นนักเล่นสกีมืออาชีพมากๆ อุปกรณ์ ชุด พร้อมมาก พอคนขับตรวจตั๋วเสร็จครบทุกคน ก็พาเราขับตรงยาวไปยงเพียง สกีรีสอร์ทเลยครับ พวกผมก็หลับยาวกันไปเลย

ตื่นมาอีกทีก็เก็บจะใกล้ถึงแล้ว สังเกตว่าข้างทางเต็มไปด้วยหิมะ เริ่มรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เห็นหิมะ ฮ่าๆ ตอนมานี่ผมหลบเอาหัวไปพิงกระจก แต่ใส่หมวกที่เป็น ขนๆ เนื่องด้วยอากาศหนาวมาก น้ำเข็งเกาะกระจกเลย หมวกผมก็แข็งติดกระจกไปด้วยซะงั้น ฮ่าๆ แต่เราก็ยังตื่นเต้นกับหิมะกันอยู่ ฮ่าๆ

และแล้วเราก็มาถึงที่ ยงเพียง สกีรีสอร์ทครับ

        มาถึงตอนแปดโมงเช้าพอดีเลย เร็วกว่าเวลาในใบตอนจองตั๋ว 1 ชั่วโมง แต่ตอนเช้าคือถนนโล่งมากครับ ก็เลยเดินทางมาถึงเร็ว รถมาจอดที่ลานจอดรถ ด้านหน้ายงเพียงสกีรีสอร์ทเลยครับ อากาศตอนมาถึงประมาณ -6 องศา มาถึงพวกผมก็แวะหาอะไรกินที่มาร์ทกันก่อน แวะเข้าห้องน้ำ เอากระเป๋า และสิ่งของที่ไม่จำเป็นเก็บไว้ในล๊อคเกอร์ให้เรียบร้อย ระหว่างนั้นผมก็เดินออกไปข้างนอกตรงลานสกีก่อนใครเค้าเลย คืออยากไปสัมผัสหิมะว่ามันจะเป็นยังไง ออกไปก็ดันไปเหยียบกองหิมะ ที่เค้ากองไว้ข้างทางเดิน พอเหยียบปุ๊ป ลื่น ล้มแบบแรงมาก ล้มไปทั้งตัวเลย ดีนะไม่ได้เป็นอะไรมาก ตอนนั้นคิดว่าดีนะ ที่ทำประกันภัยการเดินทางมา ปกติคือไม่ค่อยได้ทำ ถ้าเป็นคนตัวใหญ่ๆ หรือคนมีอายุ ล้มแบบผมนี่ ต้องบาดเจ็บแน่นอน เพราะล้มลงแรงมากๆ

หลังจากทำภารกินส่วนตัวอะไรกันเสร็จเรียบร้อย ก็พากันเดินไปตรงลานสกี แล้วไปอีกอาคาร เพื่อที่จะไปซื้อตั๋วกระเช้า ขึ้นไปที่ Gondola แก๊งค์เราคือไปขอคูปองส่วนลดกังองค์การส่งสริมการท่องเที่ยวเกาหลี ที่อโศกก่อนมาแล้วเรียบร้อย สำหรับใครจะเดินทางไปหลีด้วยตัวเองก็ลองไปติดตามเพจของเค้าดูนะครับ ของมาแจก หรือคูปองส่วนลดต่างๆ มาแจกนักท่องเที่ยวอยู่เรื่อยๆ นะครับ พวกเราได้ลด 30% เหลือคนละ 9,000 วอนครับ

จากนั้นก็พากันไปรอขึ้นกระเช้าได้เลย เค้าจะให้เข้าแถวเป็นหน้ากระดาน แถวละ 8 คนนะครับ สังเกตว่าคนอื่นที่ยืนเข้าแถวกันอยู่ คือเหมือนจะมีแต่นักเล่นสกีหรือสโนว์บอร์ด มืออาชีพกันทั้งนั้น ใส่ชุดสำหรับเล่นโดยเฉพาะ อุปกรณ์ พร้อมกันทุกคน มีพวกผมนี่แหละครับ แปลกกว่าเค้าเสื้อผ้าแบบว่า แลดูเป็นนักท่องเที่ยวสุดๆ ไม่มีอุปกรณ์อะไรกับเค้าหรอกครับ กะว่าจะขึ้นไปชมวิวกันเฉยๆ ฮ่าๆ

แล้วเราก็ได้ขึ้นกระเช้าครับ ต้องแยกกันออกเป็น 2 กระเช้า เพราะเรามี 11 คน ฮ่าๆ เป็นกระเช้าที่ไกลเหมือนกันครับ ระหว่างนั่งกระเช้าขึ้นไปก็จะได้เห็นวิวของลานสกี  วิวภูเขาขาวโพลนที่เต็มไปด้วยหิมะ มองลงมาก็จะเจอนักเล่นสกีมืออาชีพที่เค้าเล่นกันลงมาจาก Gondola แลดูน่าสนุกมาก ถ้าเล่นได้แบบนั้น เห็นเด็กตัวเล็กๆ หลายคนก็เล่นกันนะครับ เก่งไม่แพ้ผู้ใหญ่ พ่อแม่เค้าน่าจะพามาเล่นตั้งแต่เด็กๆ ตอนอยู่บนกระเช้าก็ถ่ายรูป อัดวีดีโอกันสนุกสนานครับ เฮฮากันสุดๆ


พอถึงด้านบน Gondola ก็ประมาณเกือบเที่ยงๆ แล้ว อากาศประมาณ -5 องศา แต่ออกมานอกตัวอาคารนี่คือหนาวมากครับ มันเป็นที่สูงและลมแรงด้วย หนาวกันสุดๆ ถ่ายรูปกันอย่างยากลำบากมาก โดยเฉพาะเวลาจะใช้มือถือถ่าย คือต้องถอดถุงมือ ถอดได้แป๊ปเดียวครับ มือแทบแข็ง ข้างบนนี้วิวสวยมากกก วิวดีสุดๆ ออกมาถ่ายรูปกันได้ไม่นานก็ ต้องไปหลบหนาวในตัวอาคาร ซึ่งจะมีร้านอาหาร และร้านกาแฟ ขายนะครับ พวกผมก็นั่งคุยกันกินกาแฟร้อนๆ ให้หายหนาว อยู่ในนี้พักใหญ่ครับ จากนั้นเราก็ออกไปถ่ายรูปกันต่อ ฮ่าๆ มาทั้งทีต้องเก็บภาพเยอะๆครับ ออกมารอบนี้ลมไม่แรงเหมือนตอนมาละ พากันเดินเข้าป่าไปหาถ่ายรูปกันอีกพักใหญ่ สนุกสนาน

        จากนั้นก็คิดว่าได้เวลาที่เราจะลงไปเล่นสกีกันแล้วละ พากันนั่งกระเช้าลงมาถึงข้างล่างประมาณเกือบบ่ายสามละ จากนั้นก็พากันแวะกินข้าวเที่ยงกันก่อน ซึ่งอาคารตรงนี้ก็มีเหมือนศูนย์อาหาร ครับ ราคาอาหารจะอยู่ประมาณ 10,000-15,000 วอน แล้วแต่อย่างนะ ผมสั่งมาเป็นข้าวไก่แกงกระหรี่ 13,000 วอน(ประมาณ 380 บาท) คือได้เยอะมาก กิน 2 คนได้เลยครับ รสชาติ ก็โอเคนะครับ อร่อยดี

        พอกินเสร็จก็ได้เวลาเล่นสกีกันแล้วววว ไปกันเลย ก่อนอื่นต้องไปซื้อตั๋วสำหรับเช่าอุปกรณ์ก่อน จะเป็นอาคารเล็กๆ ตรงลานสกี จะอยู่ระหว่างทางเดินจากอาคารที่รถบัสจอด มาอาคารที่ซื้อตั๋วขึ้น gondola ครับ จะมีหลายราคานะครับ แล้วแต่ว่าจะเล่นรอบไหน มีทั้งรอบกลางวัน รอบกลางคืน รอบช่วงบ่าย และก็มีให้เลือกทั้งสกี หรือสโนว์บอร์ด พวกผมคือได้ซื้อตั๋วเป็นเล่นรอบช่วงเย็นๆครับ คือตอนนั้นก็บ่ายสามกว่าละ ตรงนี้สามารถใช้คูปองส่วนลดที่ขอมาจากองค์การท่องเที่ยวเกาหลีลดได้อีก 30% เหลือคนละ 16,200 วอน ฮ่าๆ ดีจัง สรุปทุกคนเลือกที่จะเล่นสกี ครับ

เมื่อได้ตั๋วมาแล้วหลังตั๋วจะให้เราเขียนชื่อ ส่วนสูงน้ำหนัก แล้วก็ขนาดของเท้า เพื่อที่จะได้ไปยื่นให้ จนท และเค้าจะได้จัดอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับเรา ส่วนใครที่ไม่ชัวร์ว่าขนาดเท้าตัวเองเท่าไร เค้าก็มีที่ให้วัดเท้านะครับ อยู่ด้านหน้าของที่ไปรับอุปกรณ์สกีนั่นแหละ อ้อ ตอนเขียนนาดเท้า ควรจะเขียนเกินจากขนาดเท้าที่วัดได้ไปอีกนิด เพราะไม่งั้นมันจะแน่นมาก ตรงนี้เค้ามีชุดให้เช่าด้วยนะครับ สำหรับใครที่อยากจะเป็นเป็นชุดสำหรับเล่นสกีโดยเฉพาะ แจกจ่ายอุปกรณ์กันได้ครบทุกคนแล้ว เราก็เดินไปที่ลานสกีกันเลยครับ ต้องรีบทำเวลาหน่อย เพราะมีเวลาเล่นประมาณ 1 ชั่วโมง เพราะเราจองรถกลับไว้รอบ 17.00 น.

พอเดินขึ้นไปลานสกีได้ประมาณเกือบกลางๆ ลาน เราก็ได้เวลาใส่อุปกรณ์ ตอนนั้นพอเริ่มใส่รองเท้าสกี ก็เริ่มตื่นเต้นละ เพราะว่าพอใส่แล้ว มันจะเดินเหมือนโรบอทเลย พากันใส่แล้วเดินเล่น กันใหญ่ จากนั้นก็ลองใส่อุปกรณ์สกีครบชุดแล้ว ผมก็เลยยื่นมือถือไปให้เพื่อน เพื่อจะให้เพื่อนถ่ายวีดีโอให้ แล้วผมจะทำท่าเล่นสกี เลื่อนๆ ไปหน่อย พอเริ่มเลื่อนเท่านั้นแหละ ทุกคนครับ มันไปเร็วมาก ผมนี่ตกใจเลย ฮึ้ย!!! เบรกยังไงวะ แย่แล้วๆ เลื่อนไปเร็วมาก ผมกลัวจะชนคน Excuse me , Excuse me หลบหน่อยๆ ไปตลอดทางเลย คือถ้าไม่หลบผมนี่มีบวกแน่ๆ เพราะผมเล่นไม่เป็น ใส่ครั้งแรกมันก็ไปเลย ซักพักต้องตกใจอีกรอบ ฮึ้ย!!! จะสุดลานสกีแล้ว เบรคไงวะ ก็เลยตัดสินใจทิ้งตัว เอาตูดลงไปเลย ล้มไถลไปแรงมาก หิมะนี่เข้ามาเต็มหลังผมเลย คนแถวนั้นมองมาอยู่แป๊ปหนึงแล้วเค้าก็เล่นกันต่อ ฮ่าๆ คงล้มกันเป็นปกติแหละครับ สำหรับมือใหม่ ประเด็นคือ ล้มแล้วลุกขึ้นยากมาก รู้สึกว่ามันใช้พลังงานเยอะมาก ตอนนั้นคิดว่า โห ควรจะฝึกเล่นให้รู้วิธีเบรกก่อนเลยนะอย่างน้อย เพราะไม่งั้นอันตรายมาก คือถ้าผมไม่ตัดสินใจทิ้งตัวลงเพื่อเบรคนี่ ผมคงต้องไปใช้ตนไม้เป็นจุดเบรคแน่ๆ ไม่อยากจะนึกสภาพ (วีดีโอที่ฝากเพื่อนถ่ายสามารถบันทึกเหตุการณ์ไว้ได้ แต่คงไม่สามารถนำมาเผยแพร่ได้จริงๆ อาย 555)

จากนั้นผมก็ได้หอบร่างอันสะบักสะบอม เดินถือเท้าและไม้สกี ขึ้นไปหาสมาชิกอีกครั้ง คราวนี้ขอยืนสังเกตุคนที่เค้าเล่นกันก่อนว่าเค้าเบรคยังไงกัน พอรู้เทคนิคการเบรคแล้วจึงได้ลองเล่นใหม่ เริ่มสนุกละตอนนี้เบรคเป็นละ 555 แต่ก็ไม่กล้าไปเร็วและแรงมาก กว่าจะไปชนคน เดี๋ยวจะงานเข้า สมาชิกก็เล่นกันสนุกสนาน ล้มกันเป็นว่าเล่น ฮ่าๆ มองไปเห็นเด็กน้อยหลายคนคือ เล่นเก่งกันมาก ผมนี่อายเลย

        และแล้วก็ได้เวลาที่จะต้องกลับแล้ว หลังจากอยู่ที่นี่กันมาทั้งวัน เอาอุปกรณ์ไปคืนเสร็จ เอาของที่ล๊อกเกอร์แล้ว เราก็รีบไปที่รถบัสเลยเพราะใกล้จะถึงเวลา 5 โมงเย็นที่รถบัสจะออกแล้ว จุดเดียวกับที่มาส่งตอนมานั่นแหละครับ พวกผมไปถึงรถบัสตอนประมาณ 16.50 น. เหลืออีก 10 นาทีรถจะออก แต่ไปถึงคือรถบัสเต็มแล้ว คือตรงนั้นมันมีรถบัสจอดอยู่ 3 คน ก็เลยเดินดูรถคันอื่น แต่มันคนละเส้นทางกันเลย พวกผมต้องนั่งบัสที่จะไป Sinchon (ขากลับจะส่งถึงแค่สถานีนี้) แต่รถบัสเต็มแล้ว ก็เลยเอาตั๋วให้คนขับรถดู เค้าก็เรียกกันมาถามประมาณว่าเอาไงดี จากนั้นเค้าก็ไปบอกให้คนบนรถลงมาหลายคนที่นั่งไปแล้ว เกือบสิบคนเลย แล้วก็ให้กลุ่มผมขึ้นไปนั่ง เพราะพวกผมจองกันมาก่อนแล้ว ส่วนกลุ่มที่ให้ลงมาเหมือนจะไปเอาอีกคันมารับ ตอนนั้นคิดว่า โอ้ว ดีนะจองมาก่อน จนท และคนขับเค้าดูแลค่อนข้างโอเคเลยครับ จากนั้นก็หลับยาวเลย แต่ขากลับนี่นานครับ เพราะเป็นช่วงค่ำ รถขาเข้าโซลติดมาก รถเยอะสุดๆ ถนนบ้านเค้ามีฝั่งละ 5 เลน นี่เต็มหมดเลยขาเข้าโซล แต่เหมือนรถที่เป็นรถบัสโดยสาร จะสามารถวิ่งเลนซ้ายสุดมาได้เลย จะมาได้เรื่อยๆ

จากนั้นเราก็มาถึงสถานี Sinchon ประมาณเกือบสามทุ่มนะ(เป็นสถานีที่อยู่ติดกับ Hongik Univ. ย่านที่พักของเราครับ) เราก็เลยพากันเดินไปครับ เพราะมีสมาชิกบอกว่าเหมือนเดินก็ไม่ไกลนะ โอเค งั้นเดินไปดีกว่า เดินไป เดินไปได้ซักพักเริ่มรู้สึกว่าอีกไกลไหมน้า เจอคนเกาหลีผู้ชายกำลังจะข้ามถนนพอดี ก็เลยเข้าไปถามเค้า ตอนแรกก็กังวลนะว่าเค้าจะสะดวกพูดภาอังกฤษกับเราไหม แต่พอตอบกลับมา โห ภาษาอังกฤษดีมาก คนนี้แบบสำเนียงได้เลย ฟังง่าย เค้าก็แนะนำว่าคุณเดินกลับไปที่สถานี Sinchon แล้วไปนั่งรถไฟฟ้าไปจะใกล้กว่านะ เพราะถ้าเดินจากที่นี่มันก็ไกลอยู่ ตอนนั้นสมาชิกก็เปิด GPS ดูพอดี ก็อ้อ เราเดินมาได้ครึ่งทางละ งั้นเดินต่อดีกว่า ชมเมืองไปด้วย ระหว่างเดินก็ชวนๆ สมาชิก ว่า วันนี้เราไปผับกันเถอะ เพราะวันนี้มันคืนวันเสาร์ ไปผับต้องไปวันนี้แหละ คนจะได้เยอะๆ สมาชิกบอกโอเค ฮ่าๆ

จากนั้นก็พากันแวะกินหมูย่างเกาหลี ร้านตรงทางเดินไปที่พักก่อน อยู่เกาหลีถ้านึกไม่ออกว่าจะกินอะไรกันดี สุดท้ายมันมักจะลงเอยด้วย หมูย่างเกาหลีนี่แหละครับ วันนี้เรากินหมดกันคนละ 12,300 วอนเอง(ประมาณ 366 บาท) นี่แหละ กินหมุ่ย่างที่เกาหลีมันต้องหมดประมาณนี้ มื้อแรกนี่ผิดพลาดเล็กน้อย โดนไปซะเยอะ ฮ่าๆ ร้านหมูย่างมีเยอะมากครับ พบเห็นได้ตลอด กลับถึงที่พักกันประมาณ สี่ทุ่ม ก็แยกย้ายกันไปแต่งตัว นัดออกไปผับกันตอนเที่ยงคืน

ผับเกาหลีในคืนวันเสาร์ 07/02/2015

        สำหรับการแต่งตัวไปผับเกาหลีก็แต่งตัวคล้ายๆ เข้าผับบ้านเราได้เลยครับ พยายามพกของไปให้น้อยที่สุดนะ อย่างผมก็จะบอกสมาชิกไว้ว่าเอาไปแค่ตังค์ซัก คนละ 50000 วอน ก็พอ กระเป๋าตังค์ไม่ต้องพกไป แล้วก็พาสปอร์ต และมือถือ(อันนี้ไม่จำเป็นก็ไม่ต้องพกไปครับ) ไปกันเป็นกลุ่มก็ดูแลสมาชิกด้วยครับ ไปไหนให้ไปด้วยกัน(มันแลดูยุ่งยากไหมครับ ฮ่าๆ แต่ไม่ได้ เราไปที่แบบนั้นเราต้องระมัดระวังตัวเองไว้ก่อนเป็นดีที่สุด)

ขั้นตอนการเดินทาง
–    สถานี Hongik Univ. Station , Exit 9 จากนั้นเดินตามแผนที่ได้เลยครับ หรือถามวัยรุ่นแถวนั้นก็ได้ครับ ถ้าหาไม่เจอ คนแถวนั้นรู้จักแน่นอน

แผนที่ตั้งครับ
[Spoil] คลิกเพื่อซ่อนข้อความ


คือกลับมาดูรูป คนเสื้อเหลืองนี่เค้าทำอะไรอยู่ครับ

และแล้วก็ได้เวลาออก ผับที่เราจะไปกันวันนี้คือ ผับชื่อ Cocoon ย่าน ฮง-็คือย่านที่เราพักกันนี่แหละครับ เดินไปได้เลย อ่านรีวิวมาเค้าบอกว่าผับเกาหลีเป็นผับเน้นเต้น ไม่มีโต๊ะดื่มเหมือนบ้านเรา พวกผมก็นี่เลย จัดคนละขวดระหว่างเดินไปผับ จะได้รู้สึกมึนๆ ซักหน่อย ผมจัดโซจู 1 ขวด กินแบบรีบกระดก ให้หมด ฮ่าๆ พอถึงหน้าผับนี่ แอลเริ่มออกฤทธิ์หน่อยๆ ละ ระหว่างทางไป ผู้คนดูครึกครื้นนะครับแถวนั้น ผับเยอะเลยทีเดียว หลายผับก็คนเกาหลีดูต่อแถวเข้ากันเยอะครับ แต่อาจจะยังไม่มีคนมารีวิว ถ้าแถวฮงแดที่คนไทยน่าจะรู้จักก็น่าจะเป็น Cocoon กับ NB2

พอมาถึงหน้าผับก็เข้าแถว ตรวจบัตร สำหรับชาวต่างชาติก็จะตรวจพาสปอร์ตนะครับ เหมือนตรวจพอเป็นพิธีครับ หยิบไปเปิดแล้วก็ปิดเลย อ่านรึยังก็ไม่รู้ สงสัยดูหน้าก็ให้ผ่านเลย 555 ตอนนี้เสียงเพลงเริ่มมาละ มาถึงเรียกได้ว่าเต้นได้ตั้งแต่หน้าประตู จากนั้นก็จะมีคนเอาสายคล้องแขนให้ แล้วก็ชำระเงินค่าเข้า 20,000 วอน เรทนี้รู้สึกจะเฉพาะคืนวันศุกร์กับเสาร์ แต่ถ้าวันธรรมดา คนไม่เยอะก็จะหมื่นกว่าวอนครับ จ่ายเงินเสร็จก็จะได้คูปองมา เอาไปไว้แลก Drink ได้ฟรี 1 Drink ครับ พอเดินเข้าไปในผับ จะมีคนกันๆ เราให้เดินไปจุดที่ฝากของ  จะมีถุงดำๆ สำหรับใส่เสื้อกองอยู่ในกล่องตรงมุม เราก็หยิบมาถุงหนึงแล้วก็พากันยัดเสื้อคลุมใส่ ถุงใหญ่พอสมควรครับ ใส่ได้ครบทุกคน จากนั้นก็เอาเข้าไปฝากโดยค่าฝากจะ 4,000 วอน / 1ถุงนะครับ พนักงานขอเป็นทิปอีก 1,000 วอน เราก็ อะๆ เอาๆ ไปเถอะ จากนั้นก็ได้เวลาเต้นแว้ววววว 555

ฝากของเสร็จเดินขึ้นไปหามุม แล้วก็มองเห็นเคาน์เตอร์บาร์ ก็เลยพากันไปแลก Drink เลย จัดมาเป็นเบียร์คนละขวด จากนั้น ก็พากันไปเต้นข้างเวที มองไปรอบๆ ผู้คนเต็มพื้นที่ เต้นออกสเต้ปกันสุดเหวี่ยง คอ K-POP พอจะนึกสเต็ปเวลาเค้า dance battle กันไหมครับ ประมาณนั้นเลยอะ แต่ละคน คือเท้าไฟกันมาก มองไปเจอสาวคนหนึงเต้นอยู่บนที่สูง ออกสเต็ปยังกะ ฮโยยอน วง SNSD (คนที่เต้นเก่งที่สุดในวง) ผมมองไปนี่ตื่นตาตื่นใจสุดๆ นี่มันไตล์โคเรียมากๆ 555 ผับนี้ส่วนใหญ่เป็นแต่วัยรุ่นเลยนะ ก็ย่านหน้าม.ฮงอิคนี่น่า 555 เด็กมหาลัยเต็มเลย 90% ที่มองไปคือ หน้าตาจัดให้ว่าผ่านเลย แต่งตัวกันสไตล์โคเรียสุดๆ ก็เค้าคนโคเรียนี่หน่า สังเกตว่า สาวๆ ไม่ได้แต่งตัวแบบโป๊กันนะครับ อาจจะเป็นเพราะหน้าหนาว(หนาวมากๆ) สไตล์การแต่งตัวทั้งผู้หญิงผู้ชายเข้าผับช่วงนี้ก็เลยจะเป็นเหมือนเสื้อแขนยาว ที่ใส่แล้วอุ่นมากกว่า

ระหว่างนั้นก็เต้นกันอย่างเมามันส์ โดยผู้ชายก็จะเต้นอ้อมผู้หญิงในกลุ่มไว้ ซักพักโดนโอป้า(จริงๆ ถ้าเป็นผุ้ชายเรียกพี่ชายในภาษาเกาหลีจะต้องเรียกว่า”ฮยอง”นะครับ แต่คนไทยเราน่าจะรู้จักเฉพาะคำว่าโอป้า ถ้าไม่ใช่คอเกาหลีจริงๆ งั้นผมจะใช้คำว่าโอป้า เพื่อให้ทุกคนเข้าใจนะครับ) ซักพักโดนโอป้าเกาหลีเบียดเข้าไปเกาะไหล่เพื่อนผู้หญิงในวงเต้น ไอ้เราก็ โห อะไรจะขนาดนั้น ถ้าบ้านเรานี่คงโดนรุ่มกระทืบไปแล้วแบบนี้ แต่เต้นไปซักพัก ถ้าผู้หญิงไม่สนใจ เค้าก็จะออกไปเองนะ เต้นไปอีกซักพักก็มีเข้ามาเกาะไหล่เพื่อนอีกคน พวกผมก็ปล่อยมันเดี๋ยวมันก็ไป 555 แต่ถ้าสาวๆ คนไหนตั้งใจไปหาโอป้าเกาหลีแล้วละก็ พอเค้ามาเกาะไหล่เต้นก็หันไปเต้นกะเค้านะครับ รับรอง ได้ 555 (ได้อะไร) เต้นตรงข้างเวทีซักพัก น้องพิมพ์มือถือมาให้อ่านว่าเราเปลี่ยนที่กันเถอะ คือมันพูดกันไม่ได้ยินครับเพลงดังมาก ก็เลยพากันเดินขึ้นบันไดไปช่วงหน้าๆ เจอพื้นที่พอดี มองไปนี่มันหน้าเวทีนี่หว่า ตรงที่มีดีเจเปิดเพลงอะ รู้สึกว่าพอมาตรงนี้มันเต้นแบบเบาๆ ไม่ได้ มันต้องเพิ่มระดับไปอีกนิด สภาพแวดล้อมรอบข้างมันพาไป 555 บวกกับตอนนั้นผมเริ่มมึนๆ มากๆ เพราะเหมือนโซจูกะเบียร์มันตีกัน แต่ก็เต้นมันส์สุดๆ ครับ(นี่นั่งพิมพ์ไปยังอยากจะไปอีกซะคืนนี้เลย 555)

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

พอประมาณตีสามกว่าๆ น้องก็สะกิดๆ กันว่าเรากลับเถอะ ไอ้ผมก็ไม่ค่อยอยากกลับนะอยากอยู่ยันเช้าเลย ฮ่าๆ แต่ก็กลับก็ได้ ฮ่าๆ พากันเดินกลับท่ามกลางอากาศติดลบ ผมนี่เดินจนเซเลย มึนยันเช้า หูดับไปชั่วขณะ 555 แต่แอบเสียดายนิดหนึงเพราะตอนแรกคาดหวังว่าน่าจะมีเปิดเพลงเกาหลีให้เต้นบ้างเนาะ แต่ช่วงที่ผมไปคือไม่มีเลย แต่เพลงที่เปิดก็มันมาก มันจะตื้ด ตื้ด

***อยากฝากเป็นพิเศษสำหรับสาวๆ ที่จะไปเที่ยวผับเกาหลีนะครับ คืออยากให้ระวังตัวกันให้มาก ของมีค่าหรืออะไรไม่ต้องพกไป หรือถ้าพกไปก็ให้ฝากเพื่อนผู้ชายไว้ อย่างพวกพาสปอร์ตก็ฝากเพื่อนผู้ชายไว้เลย เพราะจากที่ได้ไปพบเจอคือ โอป้าเกาหลีนี่มือถึงมากๆ เกาะไหล่ โอบเอวได้ตลอดเวลา ยิ่งช่วงไปเข้าห้องน้ำยิ่งต้องระวังนะครับ เพราะเคยอ่านรีวิวหนึงที่โดนล้วงมือถือไปตอนเดินไปเข้าห้องน้ำ เพราะมีโอป้ามาโอบเอว เพื่อนผมที่ไปก็โดนโอบเอวตอนเดินไปเข้าห้องน้าเหมือนกัน ไม่อยากให้วาดฝันคำว่า โอป้า เกาหลี ที่สาวไทยพากันกรี๊ดๆ อยู่ ไว้สวยหรูจนเกินไป เพราะสถานที่แบบนั้น คนไม่ดีก็ต้องมีใช่ไหมครับ อ้อ มันมี Lady zone นะครับ เฉพาะสาวๆ เท่านั้นที่เข้าไปเต้นโซนนั้นได้

สรุป กลับที่พักกันอย่างเรียบร้อยดีทุกคนครับ สนุกสนานกันมาก พร้อมกับบอกว่า อยากมาทุกวันเลย 555 อยู่เมืองไทยไม่เคยจะเข้าหรอกผับเนี่ย แต่ไปเกาหลีทั้งทีมันต้องลองนะ มันส์สมใจจริงๆ ยิ่งคนชอบเต้นอยู่แล้วนี่ ฟินเลย 555 กลับถึงห้องก็หลับทันที สภาพคือมึนมาก โซจูกับเบียร์มันตีกัน วันนี้ทั้งวันก็เลยไม่ได้อาบน้ำ 555 เพราะเมื่อเช้าตื่นไปสกีรีสอร์ทกันตั้งแต่ตีห้า ล้างหน้าแปลงฟันทันก็ดีแล้ว กลับมา ก็เดี๋ยวค่อยอาบ เพราะต้องไปผับต่อ ไปผับกลับมาเสร็จ มึน 555 เรียบร้อย ไม่พ้นการซักแห้ง คืนนี้  ^^

#AirasiaX, #Airasia ,#Backpack ,#MjourneyPrabin ,#ThaiAirasia ,#เที่ยวต่างประเทศ ,#เที่ยวต่างประเทศด้วยตัวเอง ,#เอ็มพาบิน ,#แอร์เอเชีย ,#ไทยแอร์,#เอเชียเอ็กซ์ ,#เที่ยวเกาหลี  ,#เที่ยวเกาหลีด้วยตัวเอง ,#ยงเพียงสกีรีสอร์ท ,#YongpyongSkiResort ,#Cozzzyguesthouse ,#ที่พักเกาหลีราคาประหยัด ,#โซล ,#Seoul

************************************************

มาวันที่ 3 กันบ้าง 18/2/2015

        วันนี้เรานัดกันว่าจะออกไปเที่ยวเกาะนามิกัน ประมาณ 9 โมงเช้า แต่ ณ เวลา 8.30 น. ผมตื่นมา ทำไมวันนี้ที่พักเรามันเงียบเชียบขนาดนี้ ไม่มีเสียงพูดคุยกันเลย 555 สรุป ไม่มีใครตื่น เพราะเมื่อคืนเราไปผับกันมา ฮ่าๆ ไม่เป็นไรครับ เรามาเที่ยวกันเอง แผนเปลี่ยนได้ตลอดตามความสะดวกของเราครับ เช้านี้ผมเรียกว่า แฮงค์แบบสุดๆ หลังจากเมื่อคืนซัดโซจู กับเบียร์ไป ไม่รู้มันตีกันหรืออย่างไร ตื่นมากระหายน้ำมึนหัวมาก ก็เลย เดินลงมาชั้นล่าง เจอน้องกำลังทอดไข่เจียว กับปิ้งขนมปังไว้ให้เหล่าสมาชิกที่ยังหลับใหล นึกขึ้นได้ว่าพกหมี่โคราชมา ก็เลยเอามาผัดกินซะเลย หน้าตาพอได้ไหมครับ มีแต่หม่กะไข่นะ ผักไม่มี ฮ่าๆ  ด้วยอาการแฮงค์ๆ ผมนี่กินอย่างกับอดอยากมานาน 555 กินเสร็จ ซัดพารา ไป 2 เม็ด โอเคเริ่มดีขึ้น

        เช้านี้คือ เราตื่นมาพร้อมกับเจออากาศ -12 องศา ณ เวลา ประมาณแปดโมง พวกเรานี่นึกกันไม่ออกเลยว่า -12 องศา ของอากาศด้านนอกนี่มันจะประมาณไหน เพราะยังอยู่ในที่พักกัน  หลังจากนั้นสมาชิกก็เริ่มทยอยตื่นอาบน้ำ กินข้าวเช้า กว่าเราจะออกจากที่พักกันได้ประมาณ เที่ยงๆ เราจึงยกเลิกแผนตอนเช้าที่จะไปเกาะนามิ แต่แผนช่วงบ่ายคือยังคงเดิมครับ

เมื่อสมาชิกพร้อมแล้ว เราก็พร้อมออกเดินทาง พอเปิดประตูที่พักออกไปสู่อากาศภายนอกเท่านั้นแหละ โอ้ว!! ลม พัดมาที นี่หน้าชาไปเลย บางคนอาจจะนึกไม่ออกว่าอุณหภูมิติดลบนี่ มันประมาณไหน เอาเป็นว่า สำหรับผมคือ แทบไม่สามารถปล่อยให้ผิวส่วนไหนสัมผัสอากาศโดยตรงได้เลย โดยเฉพาะหน้า เนี่ย ชา ยังกะพึ่งไปฉีดยาชามา ตอนพูดก็ควันออกปาก ออกจมูกแม้กระทั้งเวลาหายใจ ตอนแรกคือคิดว่า เดี๋ยวบ่ายๆ แดด ออก อากาศคงจะดีขึ้นนะ แต่ปรากฏว่าไม่ครับ วันนี้เราเจออุณหภูมิติดลบทั้งวัน วันนี้เป็นวันที่อากาศโหดร้ายที่สุดของทริปเลยครับ

สำหรับที่เที่ยวที่แรกของเราในวันนี้คือ พระราชวังเคียงบกกุง (Gyeongbokgung Palace)

ขั้นตอนการเดินทาง
1.รถไฟฟ้า Line 3 (สายสีส้ม) ลงสถานี Gyeongbokgung Palace  ออก Exit 5
2.รถไฟฟ้า Line 5 (สายสีม่วง) ลงสถานี Gwanghwamun ออก Exit 2 , 1

มาถึง พระราชวังเคียงบกกุง ก็พากันไปซื้อตั๋วเข้าข้างในก่อนครับ เนื่องด้วยพวกผมมากัน 10 คน จึงได้เป็นราคาตั๋วกรุ๊ป 2,400 วอน ถ้าราคาปกติจะ 3,000 วอน / คน นี่เป็นข้อดีของการมาเป็นกลุ่มใหญ่ วันนี้ที่ พระราชวัง เคียงบกกุง หนาวมากกกกก ครับ หนาวจนหูชา หน้าชา ไปหมด อาจจะเพราะเป็นที่โล่งแจ้ง ลมพัดโกรก ตลอด หนาวจนน้ำในสระ ผิวน้ำเป็นแผ่นน้ำแข็งเลย

เดินเที่ยว ถ่ายรูปอยู่ที่นี่ซักพักหนึง จริงๆ ไม่ค่อยได้ถ่ายกันเท่าไร อากาศมันหนาว โดยเฉพาะต้องถอดถุงมือ หยิบมือถือมาถ่ายรูป ถอดได้ไม่ถึง 10 วิ ต้องรีบใส่ถุงมือเลย มันหนาวจนปวดมือ ระหว่างนั้นก็เดินเที่ยวกันภายใน พระราชวังเคียงบกกุง เดินได้ไม่ทั่วหรอกครับ เอาพอชมๆ บรรยากาศ สังเกตุว่าวันนี้คนไม่ค่อยเยอะเท่าไร อาจจะด้วยอากาศหนาว ด้านหน้าประตูก็จะมีการผลัดเปลี่ยนเวรยาม เป็นอีกหนึงจุดสนใจของนักท่องเที่ยวเลยครับ

Myeongdong(เมียงดง)

เสร็จจากพระราชวังเคียงบกกุง ประมาณบ่ายสามกว่าๆ จุดหมายต่อไปของเราคือ N Seoul Tower โดยนั่งรถไฟฟ้าไปที่สถานีเมียงดงก่อน ซึ่งเราจะแวะหาอะไรกินที่เมียงดงกันก่อน

ขั้นตอนการเดินทางไปเมียงดง
–    Myeongdong Station (Line 4, Exit 6)Euljiro-1-Ga Station (Line 2, Exit 6)
–    สถานีMyeong-dong (Line4) Exit 6 เดินขึ้นมาแล้วเลี้ยวซ้ายตรงหัวมุมร้าน Migliore ก็จะเจอย่านศูนย์การค้าตลาดเมียงดง

พอมาถึงเมียงดง ก็เดินตามหาของกินกันก่อนครับ มื้อนี้ตั้งใจจะพาสมาชิกไปกิน ดักคาลบิ ร้านที่ผมเคยมากิน แต่เดินหาซักพัก ร้านมันอยู่ไหนหว่า 555 งง กะ ซอย สรุปหาไม่เจอ สมาชิกก็หิวกันแล้ว ก็เลยเดินมาซอยแรกๆ เจอร้านหนึงติดป้ายดูน่ากิน เป็นร้านที่อยู่บนชั้น 2 นะครับ เป็นเมนูดักคาลบิ เหมือนกัน โอเคเลยครับร้านนี้ คนมากินไม่ขาดสายเลย น่าจะเป็นร้านที่ได้รับความนิยมพอสมควร

ดักคาลบิ มันจะเป็นอะไรผัดๆ ครับ เราก็สั่งมาเป็นชุด บอกสำหรับกินกี่คนก็ว่าไป แล้วมันจะมีพวก ชีส ข้าว หรือเส้นมาม่า และ อื่นๆ อันนี้เราก็สั่งมาเพิ่ม เอามาผัดรวมกัน ด้วยความหิว สั่งทั้ง ข้าว ทั้งเส้นมา จานใหญ่มาก ระหว่างผัดเค้าก็จะมีพนักงานเป็นคนมาผัดให้เรา เราก็รอกินอย่างเดี๋ยว พนักงานที่มาทำให้โต๊ะผมนี่ ผัดเสร็จ ปั้นเป็นรูปหัวใจไว้ให้ซะด้วย เหมือนจะอยากเล่นกับลูกค้านะ สรุปกินกันไม่หมดครับ เยอะมาก มื้อนี้โดนค่าเสียหายไปคนละ 11,850 วอน (ประมาณ 354 บาท) ไม่ได้แพงเนาะ พอๆกับบ้านเรา

N Seoul Tower

อิ่มท้องแล้ว เดินทางต่อไป N Seoul Tower กันครับ

ขั้นตอนการเดินทาง
มาที่สถานี  Myeongdong Station (Line 4, Exit 3) แล้วรอรถบัส เดินออกมาก็จะเจอป้ายรถเมย์ เลยครับ

รถบัสจะมี 2 แบบนะครับ
1.รถบัสที่รับส่งฟรี ไปจุดขึ้น Cable car สำหรับคนที่จะขึ้น Cable car ไปยัง N Seoul Tower (เห็นบางรีวิวเดินขึ้นไป คนไปตามครั้งแรกอาจจะ งงๆ เส้นทางนะครับ แนะนำว่ารอรถบัสดีกว่า มาเรื่อยๆ ครับ)
2.รสบัส นั่งตรงยาวไปที่ N Seoul Tower เลย โดยนั่งรถบัสสาย 05 นะครับ สามารถใช้บัตร T-Money แตะจ่ายเงินได้เลย แตะบัตรทั้งตอนขึ้นและลงนะครับ

ครั้งนี้พา สมาชิกไปโดยวิธีที่ 2  คือ นั่งรสบัส นั่งตรงยาวไปที่ N Seoul Tower เลย เพราะถ้าไปขึ้น Cable car ช่วงเย็นนี่คือแถวยาวมาก ครั้งที่แล้ว ยืนรอเกือบชั่วโมงเลย อากาศหนาวๆ แบบวันนี้ยืนตาก ลมนานๆ ไม่เหมาะแน่ แค่ยืนรอตรงป้ายรถเมย์นี่ก็จะไม่ไหวกันละ  รอซักพักหนึงรสบัสก็มาครับ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาทีนะครับ

พอรสบัสขึ้นไปถึงด้านบน เป็นจุดจอด รับ-ส่ง ของรสบัส ขากลับก็มารอตรงนี้นะครับ จุดนี้จะมีมาร์ท ด้วย สำหรับใครที่อยากหาอะไรกินนะ มาถึงแล้วต้องเดินต่อขึ้นเนินไปอีกนะครับ ระหว่างทางเดินขึ้นไปก็จะมีห้องน้ำระหว่างทางด้วย ตอนเดินขึ้นเนินไป กว่าจะถึงด้านบน N Seoul Tower เล่นเอาหอบเหมือนกันนะ สำหรับใครที่พาผู้สูงอายุมา แนะนำให้ไปขึ้น Cable car  ดีกว่านะครับ ส่งถึงด้านบนเลย

ด้านบน N Seoul Tower หนาวมากกกก ด้วยความที่วันนี้อากาศติดลบอยู่แล้ว ยิ่งขึ้นมาที่สูงแล้ว ยิ่งโคตรหนาว ลมอีก หน้านี่ชาไปหมด เรามาถึงกันก็ค่ำแล้วครับ เดินไปตรงที่มีคล้องกุญแจ ก็แสงไม่มีละ ไฟก็ติดไม่สว่าง จริงๆ น่าจะติดไฟให้สว่าง กว่านี้หน่อย อันนี้คือเรียกได้ว่ามืดเลย เราถ่ายรูปอยู่ตรงนี้ได้ซักพักหนึงครับ แล้วก็พากันไปหานั่งกินอะไรหลบหนาวตรงร้านด้านใต้ของ N Seoul Tower ครับ ตอนแรกก็ว่าจะไปหาสั่งอะไรร้อนๆ กินให้ร่างกายอุ่นๆ แต่ดันเดินไปเจอไอติม ดูน่ากินดี ดันสั่งไอติมมากินซะงั้น ท่ามกลางอากาศ -10 องศาแต่ผมสั่งไอติมกิน 555 ราคา 6,500 วอน (195 บาท) แต่บอกว่ากินแล้ว ฟินสุดๆ มันอร่อยดี หรือเพราะผมหิวด้วยก็ไม่รู้ ฮ่าๆ เรานั่งในร้าน คุยกันชิวๆ ประมาณเกือบชั่วโมงนะ เพราะในร้านมันอุ่น เค้าเปิด ฮีทเตอร์

กินอิ่มกันแล้วก็ได้เวลากลับไปเดินช๊อปที่เมียงดง ขากลับไปรอรถบัสกลับ เหมือนตอนมา สาย 05 เหมือนเดิมครับ เดินลงไปถึงรถบัสไปพอดี ฮ่าๆ ต้องยืนทนความหนาวกันอีกประมาณ 15 นาที รถอีกคันถึงมา

พอมาถึงเมียงดงก็แยกย้ายกันช๊อปครับ ใครรับ หิ้วรับพรี รับฝากอะไรมา ก็ซื้อกันวันนี้เลย ให้หมด ถ้าพวกเครื่องสำอางค์ เพราะที่นี่ถือว่าเป็นแหล่งเลย แต่วันนี้ผมไม่มีอะไรจะซื้อครับ เดี๋ยวรอไปซื้อคืนสุดท้ายก่อนกลับที่ย่านฮงแดดีกว่า ระหว่างนี้ก็ปล่อยให้สมาชิกไปช๊อปกันครับ ผมก็เดินเล่น ดูของ หลบหนาวรอในสถานีรถไฟฟ้า จนมี 2 สมาชิกเดินกลับมา ก็เลยชวนกันกลับไปรอที่พัก เพราะคาดว่าสมาชิกคนอื่นๆ น่าจะช๊อปกันอีกนาน กลับไปวันนี้นึกหิวมาม่าปลากระป๋องมาก ได้ซดน้ำร้อนๆ กับรสชาติที่คุ้นเคย แล้วท่าทางจะมีแรง 555 พกมาจากเมืองไทยหลายห่อ ก็เลยได้เอาออกมาต้มกินกันซะที จะได้ไม่ต้องหอบกลับเมืองไทย

#AirasiaX, #Airasia ,#Backpack ,#MjourneyPrabin ,#ThaiAirasia ,#เที่ยวต่างประเทศ ,#เที่ยวต่างประเทศด้วยตัวเอง ,#เอ็มพาบิน ,#แอร์เอเชีย ,#ไทยแอร์,#เอเชียเอ็กซ์ ,#เที่ยวเกาหลี  ,#เที่ยวเกาหลีด้วยตัวเอง ,#ยงเพียงสกีรีสอร์ท ,#YongpyongSkiResort ,#Cozzzyguesthouse ,#ที่พักเกาหลีราคาประหยัด ,#โซล ,#Seoul

*****************************

มาถึงวันที่ 4 ที่อากาศติดลบเหมือนเดิม 09/02/2015

โปรแกรมเที่ยววันนี้เรามีแค่ที่เดียวนั่นคือไปสวนสนุก Everland ครับ ตอนแรกที่ตั้งใจคือกะว่าจะออกไปซักประมาณ 10 โมงเช้า แต่เนื่องจากเมื่อวานเราเจอสภาพอากาศอันโหดร้ายมาก ขอเรียกว่าอย่างนั้นเลย ฮ่าๆ วันนี้ก็เลยมีเพื่อนป่วยไป 2 คน แต่ดีที่ทริปนี้มีเพื่อนที่เป็นหมอไปด้วย ดูอาการแล้วก็เอายาให้กินและนอนพักไป ระหว่างนั้นก็ทยอยกันอาบน้ำ แต่งตัว กินข้าวกัน

จนประมาณบ่ายโมงกว่าๆ เราถึงได้ออกจากที่พัก เดินทางไป Everland กัน ระหว่างทางที่เดินจากที่พักไปสถานีรถไฟฟ้า ก็เห็นอะไรปุยๆ ลอยลงมาจากฟ้าหว่า มาแบบนิดๆ หน่อยๆ พากันดูใหญ่ จนรู้ว่าอ้าว นี่มันหิมะ นิ !!! เริ่มตื่นเต้น พากันเห็นหิมะตกกันครั้งแรกในชีวิต ก็เลยนึกขึ้นได้ว่า ดูพยากรณ์อากาศมา เค้าบอกว่าวันนี้ หิมะจะตก เออ มันตกจริงๆ ด้วย แต่มันมาแบบเบาบางมาก จากนั้นเราก็ออกเดินทางไป  Everland กันครับ

ขั้นตอนการเดินทาง
1.นั่งรถใต้ดิน ไปลงสถานีกังนัม Gangnam Station Line 2 , Exit 5
2.จาก นั้นก็เดินตรงไปอีกประมาณ 100-200 เมตร ก็จะเจอป้ายรถเมย์ครับ มีหลายป้ายนะครับแถวนั้นแต่ดูป้ายที่มี สาย 5002 จอดนะครับ 500-2 ไม่ใช่น้า แล้วก็รอขึ้นรถบัสสาย 5002 ได้เลยครับ ใช้บัตร T-Money แตะจ่ายเงินทั้งตอนขึ้นและตอนลงได้เลยครับ  ค่ารถประมาณ 2พันวอนนิดๆ ครับ นั่งรถบัสประมาณ เกือบ 1 ชั่วโมง ก็จะถึง Bus station นะครับ ตรงนี้เป็นจุดจอดรถบัสหลายสายเลยครับ
3.พอถึง Bus station ก็เดินไปขึ้นรถของ Everland รับ-ส่งฟรี ครับ

ตอน ที่รอรถบัสอยู่ที่หน้าสถานีกังนัม ตอนนั้นหิมะเริ่มตก มาให้เห็นมากขึ้น ตอนนั้นก็โอ้ย ตื่นเต้นกันใหญ่ครับ หิมะ หิมะ หิมะ ฮ่าๆ ระหว่างนั้นก็ต่อแถวรอขึ้นรถบัส รอประมาณ 15 นาที รถบัสสาย 5002 ก็มะ ครับ นั่งประมาณ เกือบ ชั่วโมงครับ ตอนอยู่บนรถบัสรู้สึกอึดอัดมาก คือบนรถบัสเค้าเปิดฮีทเตอร์ ทำความร้อน เลยรู้สึกว่าหายใจไม่ค่อยออก ดีที่ถึงเร็ว ไม่งั้นมีอ๊วกแน่ๆ

พอถึง Bus station ตรงที่ต้องนั่งรถบัสของ Everland เข้าไป หิมะเริ่มโปรายปรายมาหนักขึ้น ก็เลยพากันแวะหาของกินรองท้องที่เซเว่นกันก่อนเข้า Everland ได้ใส้กรอกคนละไม้ ใส้กรอกเกาหลีอร่อยดีนะครับ มีหลายรสเลย แนะนำรถชีส ฮ่าๆ อร่อยดีครับ จากนั้นก็ขึ้นรถบัสต่อไปที่ Everland กันเลยครับ ใช้เวลาอีกไม่ถึง 10 นาทีครับก็ถึง

มาถึง หน้า Everland ประมาณเกือบ 4 โมงเย็นละ หิมะตกแรงมาก โปรยมาแบบขาวโพลน ลงรถปัสปุ๊ป พวกผมเล่นหิมะกันก่อนเลยครับ ตื่นเต้นกันมาก ถ่ายรูปถ่ายวีดีโอ กัน ใหญ่ จากนั้นก็เดินไปถามที่เคาน์เตอร์ขายตั๋ว จนท แจ้งว่าถ้าเข้าตอน 16.30 น. จะได้เป็นบัตร แบบอีกราคาหนึงซึ่งเมื่อใช้คูปองส่วนลดที่ขอมาจากการท่องเที่ยวเกาหลี ตั้งแต่ก่อนมา ทำให้ราคาค่าตั๋วเหลือแค่ 20,000 วอน/คน (ประมาณ 300 บาท) ก็เลยโอเค เข้าตอน 16.30 น. นี่แหละ อีกประมาณ 20 กว่านาที เดี๋ยวพวกเราถ่ายรูปเล่นข้างหน้ากันก่อน เมื้อกี้ยังถ่ายไม่เต็มที่ ถ่ายรูปเล่นกันสนุกมากครับ หิมะตกแบบขาวโพลนได้บรรยากาศสุดๆ กล้องเปียกนี่ไม่สนใจเลย นาทีนี้ขอถ่ายรูปก่อน ฮ่าๆ

และแล้วก็ได้เวลาเข้าไปใน Everland ซักที บรรยากาศ นี่เหมือนเข้าไปในเมืองหิมะ คือหิมะปกคลุมไปทั่วพื้นที่ สวยงานได้บรรยากาศมาก เนื่องจากมาถึงกันค่ำ ก็เลยไม่ค่อยได้เล่นอะไรกันเท่าไรครับ เน้นเดินชมบรรยากาศ แล้วก็ถ่ายรูปมากกว่า รู้สึกชอบรรยากาศใน Everland มากครับ ยิ่งช่วงค่ำๆ เปิดไฟ ท่ามกลางเมืองที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ โห มันสวยมากๆ เลยครับ ประทับใจสุดๆ ที่ได้มา Everland ในวันที่หิมะตก

สำหรับภายใน Everland วันนี้คนไม่ค่อยเยอะครับอาจจะเป็นเพราะเป็นช่วงวันธรรมดาด้วย ด้านในจะมีเป็นซุ้มที่เปิดฮีทเตอร์ไว้ให้เอาไว้หลบหนาวกันด้วยนะครับเลยผม ว่ามันโอเคมากเลย ขากลับกะว่าจะไปแวะตรง Kpop ซะหน่อยเผื่อจะได้เต้นซักเพลงสองเพลง ฮ่าๆ แต่พอไปถึงมันดันปิดแล้วซะนี่


หนาวจนน้ำมูกไหล เช็ดกันจนจมูกลอกครับ ระหว่างเดินเที่ยวก็เจอจุดฮีทเตอร์ เราไม่รอช้าที่จะไปสัมผัสความอบอุ่นครับ ฮ่าๆ

และแล้วก็ได้เวลากลับกันครับประมาณ 2 ทุ่ม เดินออกมาจากหน้า Everland มองขวามือจะมีซุปเปอร์ใหญ่มาก ไปซื้อของกินของฝากกันได้ ครับ พวกผมก็ไปกินหาอะไรรองท้องกันเหมือนเดิม ไม่พ้นซื้อใส้กรอกกินกันคนละไม้อีกแล้ว ฮ่าๆ แล้วก็ไปรอขึ้นรถบัสกลับไปที่สถานีกังนัมครับ ระหว่างรอรถบัสก็คุยเล่นกันสนุกสนาน เลยครับ ไปหลายคนนี่มันก้เฮฮาดีไปอีกแบบ

รอได้พักใหญ่ๆ รถบัสสาย 5002 ก็มา เราจะนั่งกลับไปที่สถานีกังนัมเหมือนเดิมครับ แต่ขากลับนี่อึดอัดสุดๆ ขึ้นรถไปก็รู้สึกหายใจไม่ออกเลย เค้าเปิดฮีทเตอร์แล้วเหมือนมันไม่มีอากาศ เพื่อนบางคนก็เริ่มเมา รถ ผมก็เริ่มเมารถ ซักพักไม่ไหวละ เปิดหน้าต่างขึ้นหน่อยให้ลมเข้ามา รู้สึกดีขึ้นมาก แต่ดันเหม็นควันรถซะงั้น ก็เลยเปิดได้แป๊ปเดียว พอ ขากลับมาที่สถานีกังนัมรถดันติดอีกช่วงเข้าเขตเมืองรถดันติดอีก ใช้เวลาเดินทางนานกว่าเดิม ได้แต่เมื่อไรจะถึงน้าจะไม่ไหวแล้ว ในที่สุดก็ถึง ได้ลงจากรถแล้วเริ่มรู้สึกดีขึ้น แต่มีอาการเหมือนจะอ๊วก แล้วก็ไม่รอด ระหว่างเดินไปสถานีกังนัม ท่ามกลางผู้คนเด็มถนน ผมก็อ๊วกออกมาซะงั้น ใส้กรอกที่ซื้อกินไปหมดเลย 555 คนที่เดินตามมาเรียกได้ว่า แหวกหนีผมหมด ตอนนั้นแบบรีบเดินหลบต้นไม้เอาน้ำมาล้างปากเลย แต่อ๊วกแล้วก็รู้สึกดีขึ้น

ตอน แรกว่าจะพาสมาชิกไปกินคัมจาทัง เป็นเหมือนต้มกระดูกหมูร้อนๆ แต่มาถึงสถานีกังนัมก็จะสี่ทุ่มละ ก็เลยพากันกลับที่พักหาซื้ออะไรที่มาร์ทก่อนถึงที่พักไปทำกินกัน หลังจากเรากลับจากเที่ยวในแต่ละวันเราก็จะซื้ออะไรมานั่งกินกัน โหลดรูปคุยกันสนุกสนานกว่าจะได้นอนกันก็ดึก จริงๆคืนนี้ตอนแรกเราตั้งใจจะไปสำรวจอีก 1 ผับ นั่นคือ ผับ NB2 แต่ด้วยสภาพการเมารถของหลายคน วันนี้เรากลับที่พักกันไปพักผ่อนกันดีกว่า

แต่ขากลับก็มีไปแวะช๊อปของต่อที่ย่านฮงแด ใครขาดเหลืออะไรก็จัดการซื้อให้ครับกันในวันนี้

#AirasiaX, #Airasia ,#Backpack ,#MjourneyPrabin ,#ThaiAirasia ,#เที่ยวต่างประเทศ ,#เที่ยวต่างประเทศด้วยตัวเอง ,#เอ็มพาบิน ,#แอร์เอเชีย ,#ไทยแอร์,#เอเชียเอ็กซ์ ,#เที่ยวเกาหลี  ,#เที่ยวเกาหลีด้วยตัวเอง ,#ยงเพียงสกีรีสอร์ท ,#YongpyongSkiResort ,#Cozzzyguesthouse ,#ที่พักเกาหลีราคาประหยัด ,#โซล ,#Seoul

***************************************

มาถึงวันสุดท้ายแล้ว 10/02/2015

        เช้านี้สมาชิกเราตื่นเช้ากันกว่าทุกวันครับ เพราะเมื่อคืนสมาชิกนัดกันว่าจะไปซื้อบราวนี่และสตอเบอรรี่ ที่ย่านทงแดมุน ส่วนผมก็แยกไปหาของผมอีกที่หนึงต่างหาก คือครั้งที่แล้วจำได้ว่ามันมี super market อยู่ใต้ตึก ที่เคยผ่านตอนไปกินคัมจาทัง ลักษณะมันจะเป็น super market ท้องถิ่น  แต่ไม่ได้เข้าไปดู รอบนี้ก็เลยตัดสินใจไปดู ซึ่งเดินทางไปก็ไม่รู้จะได้ของที่ต้องการรึป่าว แต่ก็ไป ฮ่าๆ

พอไปถึง รู้สึกว้าวววว นี่แหละที่ต้องการ มีสตอเบอรี่แบบเป็นแพ็คๆ วางเต็มเลย ลูกสวยมาก เป็นกล่องๆ ก็มี 1 กล่อมมี 4 แพ็ค ผมเลยแบกกลับมา 2 กล่อง เลือกเอาลูกสวยๆ ได้เลย อ้อ สำหรับใครที่จะหิ้วมาเมืองไทย ต้องเลือกลูกที่มันยังไม่สุกนะครับ เพราะเพื่อนซื้อลูกสุกแล้วพอกลับมาถึงเมืองไทย เหมือนมันช๊อคอากาศ มันเหมือนจะเน่าๆ ครับ และสำหรับใครต้องการพวกของอะไรของเกาหลีที่เป็นแพ็คๆ หรือเป็นกล่องก็มาซื้อที่นี่ได้เลยครับ ของเยอะพอสมควร เช่นกิมจิ สาหร่าย แถวนี้จะเป็นย่านตลาดด้วยนะครับ แต่ผมจำชื่อตลาดไม่ได้ TT

การเดินทาง
-มาลงที่สถานี Geumho (Line 3) สายสีส้ม Exit  1 จะเจอเป็นตึกแล้วจะมี super market อยู่ข้างล่าง ครับ

ได้สตอเบอรี่แล้วก็ได้เวลากลับ กลับไป Check-out ที่พัก กลับถึงที่พักประมาณ 11.30 น. เจ้าของที่พักก็มาเคาะห้องเลย บอกคุณ Check-out late นะ ขอปรับคนละ 10,000 วอน ผมก็ อ้าวเหรอ เข้าใจว่า Check-out ได้ไม่เกินเที่ยงตรง แต่ก็โอเค เดี๋ยวจะจ่ายค่าปรับให้นะ ระหว่างนั้นสมาชิกที่ไปซื้อของอยู่ดงแดมุนก็กำลังกลับมาที่พัก  พอกลับมาเก็บของอะไรกันเสร็จเพื่อนก็ไปคุยกับเจ้าของที่พักใหม่ขอต่อราคาค่าปรับลงมาหน่อย  แต่สรุปเค้าก็ไม่เอาครับ เพราะตอนแรกเค้านึกว่าพวกผมจะออกเกินบ่ายโมง แต่ประมาณเที่ยงสิบนาที พวกผมก็ออกมากันแล้ว ก็เลยขอโทษเค้าจริงๆ ที่ Check-out late ไป

รูปซ้ายคือที่ผมไปซื้อมานะครับ ส่วนรูปขวาจะเป็นที่ตลาดทงแดมุน

        จากนั้นก็เดินทางไปที่สนามบินกันครับ สามารถนั่งรถไฟฟ้า จากสถานี ฮงอิค ตรงยาวไปที่สนามบินอินชอนได้เลยครับ ระหว่างลากกระเป๋าไปสถานีรถไฟฟ้า คนมองกลุ่มเราตลอดทางครับ ขนของกันยังกะจะย้ายบ้าน ของเยอะมาก คืนก่อนกลับต้องพากันเข้าเว็บซื้อน้ำหนักกระเป๋าเพิ่มกันเลย เพราะจากที่ซื้อไว้ขากลับ 20 โล ไม่น่าจะพอละ ก็เลยซื้อเพิ่มเป็น 30 โล ฮ่าๆ

พอถึงสนามบินเวลาประมาณบ่ายสอง  ก็รีบเอากระเป๋าไปโหลดกันครับ ที่ Counter Thai Airasia X พวกผมคือ ทำ Web Check-in  มากันหมดแล้ว ก็เลยสามารถไปที่ช่องโหลดกระเป๋ากันได้เลย คิวไม่มีเลยครับ ไปถึงโหลดได้เลย ในขณะที่แถว  Check-in  ปกติ ยาวมาก โหลดเสร็จก็แวะเอา Pocket Wifi ไปคืน ใครก็เช่าที่สนามบินอินชอนก็สามารถ รับและส่งคืนที่สนามบินอินชอนได้เลยนะครับ ก็สะดวกดี  อ้อ เผื่อเวลากันหน่อยนะครับ เพราะต้องขึ้นรถไฟไปขึ้นเครื่องอีก Terminal

จากนั้นก็แยกย้ายกันได้ดูของใน Duty Free กันเลยครับ นัดเจอกันอีกทีหน้าเกทเลย  แต่ก่อนอื่นผมต้องแวะถอดลองจอนและเสื้อผ้าที่ใส่มาหลายๆชั้นออกก่อน ลากกระเป๋ามาสนามบินเริ่มรู้สึกร้อนละครับ ฮ่าๆ ผมไม่มีอะไรจะซื้อก็เลยไปนั่งเล่นรอสมาชิกหน้าเกทเลย สมาชิกพากันซื้อสาหร่ายกลับมาเต็มเลย อร่อยดีนะครับสาหร่ายเกาหลีที่เป็นแผ่นๆ(แต่มันมีหลายยี่ห้อนะครับ)

และก็ได้เวลาขึ้นเครื่องกลับครับ Flight : XJ701 วันที่ 10/02/2015 ออกจากสนามบินอินชอนเวลา 16.25 น. และถึงสนามบินดอนเมืองเวลา 20.10 น. โดยประมาณ ตามเวลาท้องถิ่น  ตอนรับกระเป๋า มีกระเป๋าของเพื่อน โดนหยิบไปผิดด้วยครับ คือหากันอยู่นาน จนคนออกไปหมดละ เหลือกระเป๋าใบเดียวอยู่บนสายพาน เหมือนกันกับของเพื่อนผมเลย แต่แอบ งง ว่าคนที่หยิบไปผิดเค้าจะจำตำหนิ กระเป๋า หรือน้ำหนักกระเป๋าของเค้าขากลับไม่ได้เลยเหรอ ก็เลยไปแจ้ง จนท ตรงนั้น เค้าก็ติดต่อประสานงานให้ ได้คืนหลังจากนั้น สองสามวัน คือคนที่หยิบผิดไปเค้าขับรถไปไกลแล้ว พวกผมนี่อึ้งไปเลย แต่สุดท้ายก็ได้คืนครับ ยังถือว่าโอเค ถ้าดันหายไปเลยนี่คงซวยมากๆ ก็เลยคิดว่า ต่อไปเวลาเดินทางต้องหาอะไรติดกระเป๋าให้เห็นเด่นชัด คนจะได้ไม่หยิบไปผิด และต้องรีบออกมากว่าจะออกจากสนามบินกันได้ก็สี่ทุ่มกว่าแล้วครับ แยกย้ายกันกลับเดินทางกลับที่พักกันปลอดภัยทุกคน ขอบคุณทุกท่านที่อ่านติดตามมาจนถึงตรงนี้นะครับ เจอกันอีกที ทริปใต้หวันปลายเดือน พฤษภาคมนี้นะครับ

#AirasiaX, #Airasia ,#Backpack ,#MjourneyPrabin ,#ThaiAirasia ,#เที่ยวต่างประเทศ ,#เที่ยวต่างประเทศด้วยตัวเอง ,#เอ็มพาบิน ,#แอร์เอเชีย ,#ไทยแอร์,#เอเชียเอ็กซ์ ,#เที่ยวเกาหลี  ,#เที่ยวเกาหลีด้วยตัวเอง ,#ยงเพียงสกีรีสอร์ท ,#YongpyongSkiResort ,#Cozzzyguesthouse ,#ที่พักเกาหลีราคาประหยัด ,#โซล ,#Seoul

>>>  จบทริปเที่ยวเกาหลีด้วยตัวเอง 6-10/02/2015  <<<
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน และอ่านมาจนถึงตรงนี้ครับ

ถ้าถามว่าการไปเกาหลีครั้งนี้ เป็นยังไงบ้าง (ถามเองตอบเองตามเคย 555)

1.ได้ทดลองเล่นสกีเป็นครั้งแรก รู้สึกว่าเป็นกีฬาที่สนุกเลยทีเดียว แต่ก็ใช้พลังงานเยอะเหมือนกันนะครับ ล้มที ลุกแทบไม่ขึ้น ถ้าครั้งหน้าไปอยากฝึกเล่นให้เป็น เห็นคนที่เค้าเล่นกันเก่งๆ แล้วอยากเล่นให้ได้แบบนั้นบ้าง

2.ได้เห็นหิมะตกครั้งแรกในชีวิต ตกแบบขาวโพลน คือตื่นเต้นกันมาก วิ่งเล่นกันสนุกสนานมากๆ อันนี้ถือเป็นไฮไลท์สุดของทริปเลยครับสำหรับผม

3.ได้ประสบการณ์ การเข้าผับเกาหลีครั้งแรก(ผับ Cocoon ย่านฮงแด) รู้สึกว่าเป็นอีกประสบการณ์ในต่างแดน ที่ประทับใจมาก เข้าไปนี่เต้นอย่างเดียว รู้สึกว่าอยากไปทุกคืน ฮ่าๆ

4.เกาหลีเป็นประเทศที่ของไม่ได้แพงนะครับ ค่ากิน ค่าเดินทาง ต่างๆ คือไม่แพงเลย ของต่างๆก็ไม่ได้แพง เสื้อผ้า ราคาถูกกว่าแพลตินัมบ้านเราก็เยอะ เช่น ผ้าพันคอ 6,000 วอน( 180 บาท) ถุงมือ 2,000 วอน (60 บาท) เป็นต้น

5.สำหรับคนเกาหลีเองก็โอเคนะครับ เวลาไปซื้อของ หรือเวลาเข้าร้านอะไรแบบนี้ก็รู้สึกว่าได้รับบริการที่ดี และไม่ได้โดนโกงหรืออะไร

6.เกาหลีเค้าจะมี จนท เหมือนเป็น Information ใส่เอี้ยมหรือชุดสีส้มๆ คอยยืนอยู่ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ นักท่องเที่ยวสามารถไปถามข้อมูลหรือขอแผนที่ได้นะครับ เค้าแจกให้ฟรีเลย

7.ใครบอกคนเกาหลีพูดภาษอังกฤษไม่เก่ง ผมต้องขอเถียงซักหน่อย เพราะจากการไปถามทางหลายคน คือภาษาอังกฤษดีมาก ผมว่าเด็กรุ่นใหม่ๆ ก็คงพูดได้แทบทั้งนั้นแหละครับ ไม่เว้นแม้กระทั่งร้านหมูย่างที่เราไปกิน ถึงคนขายจะเป็นรุ่นดูป้าๆ แต่จะมี 1 คนที่จะสามารถสื่อสารกับเราได้อย่างเข้าใจครับ

อ้อ สุดท้าย ความรู้สึกสำหรับการมาเที่ยวหน้าหนาวแบบนี้ ไม่ชอบอย่างเดียวตรงที่มันต้องใส่เสื้อผ้าหนาๆ หลายชั้นเกินไป แต่ถามว่าชอบหิมะไหม ชอบมากครับ ฮ่าๆ

สรุปค่าใช้จ่ายให้ดูเหมือนเดิมครับ

ผมนำตารางสรุปค่าใช้จ่าย ในการกิน การเที่ยว การเดินทาง ทั้งหมดของทริปมาให้ดูกันครับ จะได้มองภาพกันออกว่ามันใช้จ่ายไปกับอะไรบ้าง ทริปนี้พวกผมแลกเงินกันไปคนละประมาณ 10,000 บาท ไทยครับ คือรวมกันแล้วไปแลกที่ Super rish ก่อนมาเลย (เรทดีกว่าแลกที่ธนาคารครับ) หรือใครอยู่แถวสีลม ก็มีร้านแลกเงินเยอะอยู่นะครับ ที่เรทดีๆ

สำหรับผมเองก็เหมือนเดิมครับ จะเป็นการเที่ยวสไตล์ประหยัดตลอดเวลาไปต่างประเทศ แต่ประหยัดแค่เรื่องตั๋วเครื่องบิน กับเรื่องที่พักเท่านั้น ที่เหลือเรากินเที่ยวกันเต็มที่ครับ ไม่ใช่ว่าจะประหยัดจนตัวเองหรืออเพื่อนร่วมทริปต้องลำบากนะครับ อันนี้ไม่แนะนำ ไปเที่ยวทั้งทีเนาะ เอาให้มันสบายๆ ชิวๆ ดีกว่า

ถ้าดูจากตารางค่าใช้จ่ายแล้ว ถ้าใครจะไปเที่ยวแบบประหยัดจริงๆ สามารถตัดออกได้หลายรายการมาก ทั้งพวกน้ำหนักกระเป๋า , ค่าเช่า Pocket wifi ,ค่าประกัน และอื่นๆ ตัดพวกนี้ออกก็ค่าทริปลดลงไป 3-4 พันเลย นะ แต่ผมก็เน้นสะดวกแหละครับ

1.ค่าตั๋ว

จองตั๋วโปรฯ ได้ สำหรับผมก็จะประหยัดค่าทริปลงไปได้เยอะครับ เดี๋ยวนี้ก็มีสายการบิน Lowcost มาเปิดบินตรงไปเกาหลีแล้วครับจริงๆมีหลายสายการบินมาก ทั้งของสัญชาติเกาหลีเองก็หลายสายการบิน และของไทยเองด้วย อย่างตอนนี้ก็มี Thai AirasiaX และ Nokscoot ก็กำลงจะเปิดเส้นทางนี้ละ อย่าง Thai AirasiaX จับจังหวะช่วงเค้าปล่อยตัวโปรฯ ดีๆ ครับ บางทีก็ปล่อยมาถูกมากจริงๆ แต่ถ่าช่วงปกติ ก็ต้องเปรียบเทียบราคาดีๆ ครับ เพราะอาจจะแพงกว่าสายการบิน Full service ด้วยก็ได้

2.ค่าเดินทางในเกาหลี

เกาหลีเอง ค่าเดินทางไม่แพงเลยครับ ถ้าจะเดินทางใช้รถไฟฟ้าเที่ยวแค่ในโซล หรือรอบๆ อย่างผมทริปนี้คือ เต้มบัตร T-Money แค่ 25,000 วอน(ประมาณ 745 บาท) คือใช้เดินทางได้ทั้งทริป มีแค่ตอนไปสกีรีสอร์ทเท่านั้นที่จองรถบัสไว้ ไปกลับก็ 1,153 บาท ต่อคน ก็ไม่ได้แพงนะครับเพราะมันออกไปอีกเมืองหนึงเลย เดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง

3.เรื่องค่า กิน ค่าอาหาร

มาเกาหลีทีไร เรื่องกินนี่เรียกว่ากินกันแบบจัดเต็มตลอด หิวคือเข้าร้านเลย หมูย่างหรืออะไรก็ว่าไป ตกต่อมื้อ ก็ประมาณ 3 ร้อนกว่าบาทไทยเองครับ ก็พอๆ กับกินร้านอาหารในห้างที่เมืองไทยแหละครับ เรื่องค่ากินก็ไม่ได้เปลืองเลย อย่างมื้อเช้าเราก็กิน ของที่ ที่พักเราจัดไว้ให้ มื้อเที่ยงที่กลายเป็นมื้อบ่าย ก็จะเข้าร้าน ส่วนอีกมื้อก็มื้อดึกหลังเที่ยวเสร็จเลย อันนี้ก็จะแวะซื้อของที่มาร์ทมาทำกินกันที่พักมากกว่าครับ หลังกลับจากเที่ยวทุกวัน สรุปก็จัดเต็มกันได้เลยกับของกินที่เกาหลีนะครับ

>> การวางแผนเรื่องการจ่ายเงินเรื่องเที่ยวของผมจะเป็นแบบนี้ครับ
1.จองตั๋วก่อนเดินทางนานๆ เช่นทริปนี้ 5 เดือนก่อนเดินทาง ก็คือเดือนนี้ก็จ่ายค่าตั๋วไป
2.จองที่พัก 2-3 เดือนก่อนเดินทาง ช่วงเดือนนี้ก็จ่ายเงินค่าที่พักไป
3.สำหรับเดือนที่เหลือก็เก็บเงินไว้สำหรับไปเที่ยว ครับ

ผมว่าแบบนี้มนุษย์ เงินเดือน ธรรมดา ถ้าอยากเที่ยว ก็สามารถที่จะออกไปเปิดประสบการณ์ได้ครับแบบนี้ ผมก็จะเน้นเที่ยวแถวเอเชียเราก่อนนี่แหละครับ มันใช้เงินไม่เยอะดี ไปได้เรื่อยๆ ทางยุโรปเองก็อยากไปเหมือนกัน แต่โดนแถวเอเชียดึงขาไว้ตลอด ตั๋วโปรมาทีไร จองยาวไว้ถึงปลายปีเลย ผมเองจัดทริปตามตั๋วโปรที่ออกมาครับ ฮ่าๆ ถ้าโปรออกมาแล้วเป็นที่ๆ อยากไป มีเวลา มีเงิน ทริปผมสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามตั๋วโปรครับ 555 ต้องเป็นโปรแบบถูกมากจริงๆ สำหรับเส้นทางนั้นๆ ด้วยนะ

เคยมีน้องคนหนึงถามผมนะ ว่า พี่ถ้าหนูจะไปเที่ยวเกาหลี หนูเก็บเงินให้ได้ 50,000 บาท หนูจะไปได้ไหม มันจะพอใช้รึป่าว ตอนนั้นคือแบบ เออ น้องครับ น้องจะเก็บเงินไปยุโรปเหรอครับ ไปเกาหลีหมื่นว่าก็พอแล้ว นี่แหละครับถ้าคนที่ยังไม่เคยไปลองเดินทางต่างประเทศ เค้าจะคิดว่าการไปต่างประเทศมันต้องแพงต้องใช้เงินเยอะ เมื่อก่อนผมเองก็คิดแบบนั้น แต่พอได้ลองไปเองแล้วรู้เลยว่ามันไม่ได้ใช้เงินเยอะเลย ไปแบบประหยัดๆ ก็ได้

อีกอย่างนะครับ เดี๋ยวนี้ตั๋วบินไปต่างประเทศถูกมากกกก ถูกกว่าบินในประเทศซะอีก นี่ผมได้ตั๋วไปกลับไทเป ที่กำลังจะไปเดือนพ.ค นี้มาในราคา 1,600 บาท + ค่าตัดบัตรอีก 450 บาท ของ tiger air ราคารวมภาษีแล้วด้วยนะครับ ผมไปกลับเชียงใหม่ช่วงธันวาที่ผ่านมาได้ตั๋วไปกลับ 2,800 บาท ขนาดจองล่วงหน้าก่อน 2- 3 เดือน แต่ไม่ได้จองช่วงมันลดจริงๆ แต่ก็รู้สึกว่าเดี๋ยวนี้การเที่ยวต่างประเทศ มันคุ้มค่ากว่าการเที่ยวในประเทศ อีกอย่างได้เปิดประสบการณ์ ได้พบเจอผู้คน ต่างถิ่น ต่างภาษา ต่างวัฒนธรรม ได้ประสบการณ์ดีผม ว่า เวลาไปไหนที่เป็นที่ใหม่ๆ ผมก็จะรู้สึกตื่นตาตื่นใจเป็นพิเศษ

เพิ่มเติมอีก 2 ที่นะครับที่สมาชิกได้ไปกัน

1.ซัมซีกิล (SSamziegil)  ย่าน อินซาดง
ซัมซีกิล ก็จะเป็นตึก ที่จะไม่มีบันใด เชื่อมระหว่างชั้นต่างๆ นะครับ มันจะเป็นทางลาด ขึ้นไป ตึกนี้ก็จะมีร้านขายต่างๆ มากมายครับ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นของวัยรุ่นๆ หน่อยครับ ราคาไม่แพง ด้านหน้าก็จะเป็นถนนของย่านอินซาดงครับ เป็นย่านศิลปะ สัญลักษณ์ของย่านอินซาดงก็จะเป็น ประติมากรรมรูปพู่กันครับ

ขั้นตอนการเดินทาง
มาลงที่สถานี Anguk สายสีส้ม (Line3) exit 6 พอ ออกมาจากสถานีก็เดินตรงไปครับ จนกว่าจะเจอเป็น ประติมากรรมรูปพู่กัน เดินไม่ไกลนะครับ  พอถึงแล้วก็เลี้ยงซ้ายเข้าถนนหลักย่านอินซาดงได้เลย พอเดินเข้าไปซักพักสังเกตุซ้ายมื้อไว้นะครับ ซัมซีกิล (SSamziegil) จะอยู่ทางฝั่งซ้าย

2.คลองชองเกชอน (Cheonggyecheon Stream)
ขั้นตอนการเดินทาง
–    ด้วย MRT (Line 5 )สายสีม่วง สถานี Gwanghwamun exit 5

พอเดินออกมาก็เดินตรงมาเรื่อยๆ ครับ จะเจอประติมากรรมรูปหอย ซึ่งตรงนี้ก็จะเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของคลองชองเกชอน ครับ ตรงใต้สะพานมันจะมีจุดที่ให้โยนเหรียญ นะครับ เค้าบอกว่าให้อธิษฐาน ก่อนโยนและถ้าโยนลงจะได้ตามที่ขอครับ แต่ผมนี่โยนลงทุกเหรียญครับ แต่ขออะไรไปไม่ได้เลย 555
สำหรับบรรยากาศที่ คลองชองเกชอน ตอนเย็นๆ ค่ำๆ ก็ชิวๆ ดีอยู่เหมือนกันนะครับ สังเกตุว่าวัยรุ่น มานั่งคุยกันชิวๆ ก็เยอะอยู่เหมือนกัน

และขอแนะนำร้าน ของกินริมทาง ที่สมาชิกรู้สึกประทับใจในความเป็นกันเองของคุณป้าและคุณลุงเจ้าของร้าน พากันแวะอุดหนุนป้าแกเกือบทุกวันก่อนเข้าที่พัก เพราะเป็นทางเดินไปที่พักพอดีครับ

การเดินทาง
– มาลงสถานี Hongik University Station ,Line 2 ,Exit 1  ออกประตูมาเลี้ยวขวาก็จะเจอเลยครับ จะมาขายตอนค่ำๆ

#AirasiaX, #Airasia ,#Backpack ,#MjourneyPrabin ,#ThaiAirasia ,#เที่ยวต่างประเทศ ,#เที่ยวต่างประเทศด้วยตัวเอง ,#เอ็มพาบิน ,#แอร์เอเชีย ,#ไทยแอร์,#เอเชียเอ็กซ์ ,#เที่ยวเกาหลี  ,#เที่ยวเกาหลีด้วยตัวเอง ,#ยงเพียงสกีรีสอร์ท ,#YongpyongSkiResort ,#Cozzzyguesthouse ,#ที่พักเกาหลีราคาประหยัด ,#โซล ,#Seoul

************จบ*************

 



Booking.com

Facebook Comments

Related posts