Review เล่าการเดินทาง เที่ยวยุโรปครั้งแรกด้วยตัวเอง : สวิตเซอร์แลนด์ & อิตาลี

เที่ยวสวิสด้วยตัวเอง และ อิตาลี

รีวิวต่อจากกระทู้นี้นะครับ “Review เล่าการเดินทาง ออกลุยเดี่ยว เที่ยวยุโรปครั้งแรกด้วยตัวเอง : ฝรั่งเศส” คลิกที่นี่

ก็จะเล่าการเดินทางในส่วนของสวิตเซอร์แลนด์ และอิตาลี (มิลาน) ซึ่งรีวิวนี้ก็จะเป็นตอนจบของ “ทริปลุยเดี่ยว ตะลุยยุโรปครั้งแรก ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ อิตาลี 14 วัน”

ต่อเลยนะครับ ไม่เกริน เกี่ยวกับทริปแล้วนะครับ ท่านใดยังไม่อ่านรีวิวก่อนหน้าก็ไปย้อนอ่านก่อนได้ครับ
***********************************

ก่อนหน้านี้ก็จะมีปล่อยไปแล้วหนึ่งรีวิวนะครับ ซึ่งจะเป็นรีวิวภาพรวมของทริป มีบอกค่าใช้จ่าย ที่มาที่ไปของทริป แผนการเดินทาง รายละเอียดที่พัก การขอวีซ่า การจองรถไฟต่างๆ ใครยังไม่ได้อ่านก็ไปอ่านกันก่อนได้ครับ ตามลิงค์ด้านล่างนี้เลยครับ ^^

[CR]Review ทริปลุยเดี่ยว ตะลุยยุโรปครั้งแรก ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ อิตาลี 14 วัน กับ [เอ็ม พาบิน]
คลิกที่นี่

และแล้วก็ถึงเวลาต้องนั่งรถไฟจากปารีส ข้ามไปเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ ประเทศในฝันของหลายๆ คน รวมทั้งผมด้วยนะครับ เดินทางกันประมาณ 3 ชั่วโมงครับ นั่งจาก สถานี PARIS GARE DE LYON เวลา 14.23 น. กำหนดถึงที่สถานี BASEL SBB เวลา 17.26 น. ผมจองตั๋วรถไฟล่วงหน้ามาราคา 29 ยูโร หรือประมาณ 1,160 บาท ผ่านเว็บนี้ครับ http://www.sncf.com/ ให้รีบจองล่วงหน้านานๆ หน่อยนะครับจะได้เจอราคาโปรถูกๆ

เที่ยวสวิสด้วยตัวเอง โดยเดินทางด้วยการนั่งรถไฟ

แค่เริ่มนั่งรถไฟออกจากปารีส ก็เริ่มตื่นตาตื่นใจกับความสวยงามของ 2 ข้างทางแล้วครับ รถไฟขบวนที่ผมนั่งคนไม่เยอะครับ เก้าอี้มีปลั๊กให้ชาร์ทไฟด้วย บนรถไฟมีห้องน้ำ มีห้องอาหารนะครับ ใครหิ้วอะไรก็เดินไปซื้อได้ แต่ส่วนใหญ่ก็น่าจะซื้อกันตั้งแต่อยู่ที่สถานีแล้วครับ

ถึงสถานี Basel SBB

และประมาณ เวลา 17.26 น. ก็เดินทางมาถึงที่ BASEL SBB สวิตเซอร์แลนด์ครับ เป็นเมืองที่ติดกับฝรั่งเศส เลยนะครับ ตลอดทางที่นั่งรถไฟมา ไม่มีคนมาตรวจตั๋วรถไฟเลยครับ ผมรู้สึกแปลกใจมาก เพราะถ้าแบบนี้คนก็มามั่วขึ้นได้นะซิ แต่อย่าทำนะครับ เพราะถ้าถูกจับได้เดี๋ยวโดนปรับ แล้วเสียชื่อประเทศอีก

มาถึง BASEL ก่อนออกไปที่พัก ต้องไปซื้อ Swiss pass ก่อนครับ ผมไม่ได้ซื้อล่วงหน้ามานะครับ กะมาซื้อเอาที่นี่เลย ติดต่อซื้อที่เคาน์เตอร์ได้เลยนะครับ ซื้อเป็นแบบ 4 วันใช้งานต่อเนื่อง ราคา 236 CHF ในตั๋วเขียนว่า 251 CHF แต่จ่ายจริงแค่ 236 CHF ครับ

มาถึงสวิสไม่มีเงินสวิสเลยครับ กะว่าจะมากดเอาที่นี่แหละครับ เพราะ ไม่อยากถือเงินสดมาเยอะ เพราะเผื่อโชคร้ายโดนล้วงกระเป๋า ก็ไปจัดการกดเงินก่อนครับ ตอนแรกก็กะจะกดเงินผ่านบัตรเครดิต แต่กดไม่ได้ครับ มันให้ใส่รหัส ซึ่งใส่ถูกแล้ว แต่ก็ไม่ได้ ตอนนั้นคิดว่างานจะเข้าซะแล้ว ก็เลยเอาบัตร เดบิต มาลองกดดู กดได้ครับ ค่อยโล่งหน่อย

คนแจกเครื่องดื่มก่อนเดินไปที่พัก

จัดการเรื่องกดตังค์และ Swiss pass เรียบร้อย ได้เวลาเดินไปที่พัก ก่อนออกมาจากสถานี เจอคนมาแจกแป๊บซี่ครับ แจกเยอะมาก ไม่รอช้าที่จะไปรับครับ ฮ่าๆ

ผมจองที่พักนอนที่เมือง Basel ไว้ 1 คืนครับ อยู่ใกล้ๆ สถานีนี้แหละครับ เดินไปตามแผนที่ ที่เตรียมมา ปากฎว่า แผนที่พาอ้อมครับ ฮ่าๆ พอใกล้ๆ ถึง ถึงได้เจอว่า อ้าว มันออกมาจากสถานีรถไฟอีกด้านเลยก็ได้ ผมรีวิวที่พักไว้แล้ว ข้อมูลตามด้านล่างเลยนะครับ

เที่ยวสวิสด้วยตัวเอง กับการนอนที่พัก YMCA

ชื่อที่พัก YMCA Hostel

–    เมือง Basel , สวิตเซอร์แลนด์
–    จำนวนคืนที่พัก 1 คืน รวมอาหารเช้า
–    ราคารวม 1,132 บาท
–    ที่พักอยู่ใกล้กับสถานีหลัก Basel SBB เลยครับ เดินออกมาฝั่งตรงข้ามกับป้าย City คืออยู่คนละฝั่งกับป้ายเข้าเมือง เดินออกมาจะเจอซอย ก็เดินตรงไปเลยประมาณ 2 บล็อกตึก ก็จะเจอครับ ที่ตั้งดีมากๆ ครับใกล้และหาง่าย
–    ลักษณะห้องพัก เป็นห้องรวม ชาย ทั้งหมด 8 เตียง
–    มีตู้เก็บของใหญ่ ใส่กระเป๋าเดินทางได้ ขอกุญแจตู้ได้ที่ Reception
–    เป็นห้องน้ำและห้องอาบน้ำรวม จะอยู่ด้านนอก แต่ด้านในห้องมีที่ล้างหน้าแปลงฟัน
–    มี Free Wi-fi ถึงห้องพัก

ที่นี่ต้องบอกเลยว่า เป็นอีกที่ๆ น่าพักมากครับ เตียงนอนก็สะอาดน่านอน มีสิ่งอำนวยความสะดวกเรียกได้ว่าเกือบครบเลย ด้านล่างมีห้องรวม ที่ไปนั่งเล่นได้ มีห้องครัว ทำอาหารได้ มีที่กดน้ำเย็น น้ำร้อน มีชา กาแฟ ให้ชงกินได้ตลอดวัน
ห้องนอนก็น่าพัก แต่ที่นี่เสียอย่างเดียวคือ ปลั๊กไฟน้อย ในห้องพักไม่มีปลั๊กไฟประจำเตียงเลย ถ้าจะชาร์ทเยอะต้องมานั่งเสียบสายตรงห้องรวมด้านล่าง

สามารถขอแผนที่เมือง Basel กับ Reception ด้านล่างได้ ผมก็เที่ยวเมือง Basel ตามแผนที่ๆ ได้มาเลยครับ

ส่วนอาหารเช้าของที่นี่ก็จะไม่ได้เยอะมากครับ ก็จะมีพวกชา กาแฟ นม น้ำสม ขนมปัง อะไรพวกนี้ครับ

หลังจากเข้าที่พักเรียบร้อย ตอนแรกก็กะว่าจะออกไปเที่ยวชมบรรยากาศตอนกลางคืนของเมือง Basel แต่พอ ออกไปดูที่หน้าต่าง อ้าว!! ฝนตก ดูทีท่าว่าจะไม่หยุดง่ายๆ ด้วย และด้วยอากาศที่หนาว และฝนตก ก็เลยไม่ออกไปไหนก็ได้ ฮ่าๆ นอนเล่นหาข้อมูลอยู่ที่พักเลยแล้วกัน วันนี้ก็เลยเสีย Swiss pass ไปฟรีๆ เลย 1 วัน เพราะตอนที่ซื้อบอกว่าจะเริ่มใช้วันนี้

************************************************************************

มาถึงตรงนี้หลายคนอาจจะสงสัยว่า ไปเที่ยวตั้งไกลคนเดียว ไม่อันตรายหรอ ไม่กลัวหรอ จริง ๆ ก็ต้องบอกว่าประเทศสวิสเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่ค่อนข้างปลอดภัยมากอยู่แล้ว ก็เลยไม่ค่อยเป็นกังวลเท่าไร ที่อาจจะเป็นห่วงนิดหน่อยก็คงจะเป็นเรื่องของอุบัติเหตุ ที่เราก็ไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไร แต่ตัวผมก็ได้ทำประกันการเดินทางเอาไว้ครับ โดยเลือกของซิกน่า เพราะซื้อง่าย ผ่านออนไลน์ได้เลย เขายังคุ้มครองตั้งแต่ก้าวเท้าออกจากบ้าน ยันบินกลับมาถึงไทยเลย แถมยังไม่ต้องสำรองจ่ายถ้าเราเข้าการรักษาขึ้นมาจริง ๆ ก็ทำให้ผมรู้สึกโล่งไปได้ประมาณหนึ่ง เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นมาจริง ๆ เราก็ยังมีประกันส่วนนี้คอยช่วยเหลือแบ่งเบาภาระของเราอยู่ครับ เอาเป็นว่าถ้าใครสนใจก็คลิกเข้าไปอ่านรายละเอียดเรื่องประกันการเดินทางต่าง ๆ ได้ที่นี่เลยครับ


วันที่ 13 เมษายน 2559

เที่ยวสวิสด้วยตัวเอง กับการทานมื่อเช้าแบบเป็นกันเองที่โฮเต็ล

วันนี้ตื่นแต่เช้า อาบน้ำ เก็บของ ลงไปกินมื้อเช้าที่พักเตรียมไว้ให้ครับ ก็เป็นของกินง่ายๆ นะครับ ขนมปัง ชากาแฟ น้ำผลไม้ แต่ผมก็มีของกินผมเตรียมมาด้วยจากเมืองไทยครับ ยังกินไม่หมด

เที่ยวสวิสด้วยตัวเอง เดินชมเมือง Basel ในตอนเช้า

เช้านี้ฝนตกอีกแล้วครับ นั่งลังเลอยู่นานว่าจะเอายังไงดี แต่ก็ตัดสินใจที่จะออกเที่ยวครับ ถึงแม้ฝนจะตกก็ตาม เพราะอุส่าห์มาเมือง Basel ทั้งที จะไม่เที่ยวก็กะไรอยู่

ลากกระเป๋ามาฝากไว้ที่ล๊อคเกอร์ที่สถานีรถไฟครับ ค่าล๊อคเกอร์ฝากกระเป๋าแพงมาก 7 CHF ครับ ขนาดล๊อคเกอร์ที่ใส่กระเป๋าผมได้นะ กินข้าวได้ 1 มื้อเลยราคานี้ เดินมาถึงสถานี มีคนมาแจงของกินอีกแล้วครับ สถานี Basel นี้มีของแจกมาให้ทดลองชิมตลอดจริงๆ ฝากกระเป๋าเรียบร้อย ไปเริ่มเที่ยวเมือง Basel กันครับ

เมื่อวานตอนเข้าที่พัก ที่พักแจก Basel city map มาเรียบร้อยครับ ว่ามีตรงไหนน่าเที่ยวบ้าง เดินออกมาหน้าสถานีรถไฟก็จะเป็นสถานีรถรางครับ เดินออกไปด้อมๆ มองๆ ตรงป้ายรถรางครับ ว่า ศาลาว่าการเมือง ต้องนั่งรถรางสายไหนน้า ฮ่าๆ ดูสดๆ หน้างานกันเลยทีเดียว

Basel city map

แผนที่สำหรับการเดินทางในเมือง Basel

ศาลาว่าการเมือง Basel

การเดินทาง นั่งรถรางสาย 8 , 11 มาลงที่สถานี Marktplatz ใช้ Swiss pass ได้เลยครับ

เที่ยวเยี่ยมชมศาลาว่าการเมือง Basel

วันนี้เป็นวันที่ฝนตกครับ มาถึงก็กางร่มเดินเที่ยวเลย เดินเข้าไปในศาลาว่าการเมืองซักหน่อย ไปแวะเข้าห้องน้ำฟรีพอดีครับ ฮ่าๆ แต่ก็ไม่ได้เดินสำรวจอะไรมากครับ เพราะก็เหมือนอาคารๆ หนึง แต่จริงๆ มันมีประวัติที่มาที่ไปอยู่ครับ สำหรับอาคารนี้ จากที่ลอง หยิบแผ่นพับออกมาอ่านๆ ดู

ฝนตกในตอนเช้าที่เมือง Basel

จากนั้นก็เปิดแผนที่ ดู เห็นว่ามีโบส์ถ Munster เดินจากศาลาว่าการเมืองไปไม่ไกลครับ ระหว่างเดินไปก็ผ่านร้านค้าต่างๆ เยอะอยู่นะครับตรงถนนเส้นหน้าศาลาว่าการเมือง แต่รู้สึกว่าคนเมืองนี้ไม่ค่อยคึกคักเลย หรือเป็นเพราะฝนตกก็ไม่รู้นะครับ เลยไม่ค่อยเห็นใครออกมาเดินเท่าไร

เที่ยวชมโบสถ์ Muster ที่ไม่ใกล้จากศาลาว่าการ Basel
เดินถ่ายรูปได้ไม่นานก็เดินกลับไปสถานีรถไฟดีกว่าครับ เดี๋ยววันนี้จะเดินทางไปอีกเมือง ระยะทางที่เดินก็ไกลอยู่ครับ แต่ก็ถือว่าเดินสำรวจเมือง ถ่ายรูปไปเรื่อยๆ เมือง Basel เป็นเมืองที่มีพิพิธภัณฑ์ และที่แสดงงานศิลป์ เยอะมากครับ เดินกลับมาระหว่างทางนี่เจอหลายที่เลย

กลับการเดินทางไปยัง Interken

กลับมาถึงสถานีรถไฟก็รีบไปเอากระเป๋าที่ฝากไว้ที่ล๊อกเกอร์ แล้วก็รีบเดินไปขึ้นรถไฟรอบ 11.59 น. เลยครับ เพื่อที่จะเดินทางไป Interlaken ครับ ระหว่างทางนั่งรถไฟมา 2 ข้างทางสวยมากๆ ครับ เจอภูเขาที่บนยอดมหิมะปกคลุม ตอนนั้นรู้สึกตื่นเต้นมากๆ

เดินทางมาถึง Interken

และแล้วก็มาถึง สถานี Interlaken West จะอยู่ที่เมืองนี้ 3 คนครับ จองที่พักไว้ก็ใกล้ๆ ไม่ไกลจากสถานีนี้เองครับ ก่อนอื่นต้องเดินหาที่พักก่อน กางแผนที่ แล้วก็ตามทางไปครับ เดินผ่านสะพาน เจอแม่น้ำ น้ำใสมากๆ เดินไปไม่ไกลก็เจอที่พักครับ ตอนนั้นไปถึงประมาณบ่ายสองกว่าๆ แต่ไม่เจอใคร เห็นป้ายที่หน้า Reception บอกว่าเปิดเช็คอินบ่าย 3 ผมก็นั่งเล่นเน็ตรอครับ พอบ่าย 3 ก็มี จนท มา ช่างมาตรงเวลาจริงๆ จากนั้นก็เช็คอินเอาออกไปเก็บที่ห้องแล้วออกไปเที่ยวต่อเลยครับ

เที่ยวเสร็จแล้ว ก็เดินทางมาพักที่ Swisslodge-Falken
ชื่อที่พัก Swisslodge Falken

–    เมือง Interlaken , สวิตเซอร์แลนด์
–    จำนวนคืนที่พัก 3 คืน ไม่มีอาหารเช้า
–    ราคารวม 2,480 บาท
–    ที่พักอยู่ใกล้กับสถานีหลัก Interlaken west ครับ เดินไปทางฝั่งสถานีรถบัส เดินข้ามทางรถไฟไป แล้ว เดินข้ามคลอง จากนั้นก็เดินเรียบคลองไปทางขวา ตามซอยเรื่อย เดี๋ยวก็เจอครับ
–    ลักษณะห้องพัก เป็นห้องรวม ชาย- หญิง ทั้งหมด 4 เตียง
–    มีตู้เก็บของใหญ่แต่เหมือนตู้เสื้อผ้าบ้านเรา เหมือนเก็บรวมกันครับ ไม่มีแยกของใครของมัน ผมก็เลยเก็บไว้ในกระเป๋าเดินทางตัวเองดีกว่าแล้วก็คล้องสายล๊อคไว้กับเตียง
–    มีห้องน้ำในตัว น้ำก๊อก ในห้องน้ำ มีป้ายเขียนไว้ว่าสามารถดื่มได้ มีแก้ววางไว้ให้พร้อม แต่จะไปกดน้ำในห้องน้ำกินสำหรับเราก็จะรู้สึกแปลกๆ ไม่ค่อยกล้ากินครับ
–    มี Free Wi-fi แค่ส่วนกลาง ห้องพักบางห้องสัญญานไม่ถึง

ที่นี่ต้องบอกเลยว่าเลือกเพราะถูกจริงๆ ครับ คะแนนรีวิวที่นี่ไม่ได้ดีมาก อยู่ประมาณกลางๆ พอใช้ครับ ก็กะแล้วว่ามานี่ก็เอาไว้ใช้แค่นอนจริงๆ ครับ  และวันสุดท้ายผมมีเดินทางจาก Interlaken west ไปมิลานแต่เช้า ก็เลยต้องหาที่พักที่ใกล้ๆ สถานี Interlaken west ไว้ก่อนจะได้ตื่นแล้วเดินมาได้เลย

การพักที่นี่ออกแนวต้องช่วยเหลือตัวเองครับ พนักงาน Reception เค้าไม่ได้อยู่ตลอด เค้าจะมาเป็นเวลาครับ ที่นี่จะเปิดให้เช็คอิน บ่ายสามโมง เค้าก็จะมาประมาณเวลานี้ละครับ ใครมาถึงที่พักก่อนก็อาจจะไม่เจอครับ หรือมาถึงดึกมากเค้าก็อาจจะไม่อยู่ครับ เห็นหลายคนมีเขียนป้ายฝากกุญแจไว้ที่ หน้า Reception เลย ถ้ามาถึงดึกก็หยิบกุญแจไปเปิดเข้าห้องเอาเองเลยครับ

ที่นี่จะออกแนวเก่าๆ หน่อยนะครับ แต่คนมาพักเยอะอยู่ครับ อาจจะด้วยเพราะถูก คนไทยก็มาพักหลายห้องครับ

สองคืนแรกที่พักที่นี่เรียกได้ว่าโชคดีมาก ที่ห้องผมยังไม่มีคนอื่นมาพักด้วย ได้นอนคนเดียว 2 คืนเลย แต่คืนที่ 3 ต้องเรียกว่านรกแตกครับ เจอคนนอนกรนแบบดังมากกก ดังจนผมนอนไม่ได้เลย หยิบหูฟังมาใส่เปิดเพลงดังที่สุด แต่ก็เผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้ครับ คืนสุดท้ายนี้ผมกลับมาดึก แล้วออกแต่เช้า มาก หน้าตาคนที่พักห้องเดียวกันเป็นยังไงผมก็ไม่รู้ครับ เพราะกลับมาดึก เค้านอนกันหมดแล้ว ตอนเช้าก็ออกแต่เช้ามืด เค้าก็ยังไม่ตื่นกัน

สรุปที่นี่ก็เอาไว้แค่นอนจริงๆ แหละนะครับ สำหรับคนเน้นถูก ก็พอได้อยู่ ถึงไม่ค่อยโอเค เท่าไร แต่มันก็ไม่แพง จะว่าไปก็สมราคานั่นแหละครับ จ่ายถูกก็อย่าไปคาดหวังอะไรมาก ฮ่าๆ

เดินทางไปยัง Grindelwald

>>>Grindelwald

วันนี้มีเวลาช่วงเย็นก็เลยเลือกไปเที่ยวที่ใกล้ๆ ที่สามารถใช้ Swiss pass ขึ้นไปได้ครับ นั่นก็คือ   ไปที่ Grindelwald

การเดินทาง
จากที่ผมอยู่คือ Interlaken west ผมต้องนั่งรถไฟไปที่สถานี Interlaken Ost ก่อน จากนั้นค่อยนั่งรถไฟไปที่ Grindelwald ซึ่งมีรอบเวลา 17.05 น. ครับ

ถึงสถานี Grindelwald

ตอนที่ขึ้นมาถึง สถานี Grindelwald ตื่นเต้นมากครับ เพราะเป็นบรรยากาศที่อยากมาเห็นเลยเมื่อมาสวิส ภูเขาที่มีหิมะปกคลุ่ม ทุ่งหญ้าเขียวๆ บ้านตามสันเขา บรรยากาศดีสุดๆ ครับ ผมเดินเล่นถ่ายรูปอยู่ที่นี่อยู่นานเหมือนกันครับ อากาศก็หนาวๆ

วิวบริเวณ Grindelwald

 

วิวอีกฝั่งบริเวณ Grindelwald

เวลาประมาณ ทุ่มกว่าๆ ก็เลยนั่งรถไฟลงมาครับมาถึงข้างล่างก็ประมาณ 2 ทุ่ม กว่าจะเข้าที่พักก็เกือบๆ สามทุ่มครับ คืนนี้กลับมาถึงห้อง พบว่ายังไม่มีใครมาพักด้วยครับคืนนี้ ห้องนอนรวม 4 คน แต่คืนนี้มีผมนอนคนเดียว สบายเลย  กลับมาเจอคนไทยที่พักด้วยครับ นั่งกินมาม่าพูดคุยกัน เห็นบอกว่าพึ่งไป Matterhorn มา แต่วันนี้อากาศไม่ค่อยดี เลยแนะนำให้ผมไปพรุ่งนี้ เพราะพยากรณ์อากาศบอกพรุ่งนี้อากาศจะดี ผมก็ได้ที่ไปละพรุ่งนี้ คืนนี้ก็นอนหาข้อมูลเลย

เที่ยวหมู่บ้านเล็กๆ

เดินชิล ๆ ด้วยตัวเอง และ เดินทางกลับโรงแรม

จบการเที่ยววันที่ 2 ที่สวิตเซอร์แลนด์ครับ

.

14 เมษายน 2559

เช้านี้ตื่นมาแต่เช้าเตรียมตัวออกไปที่เมือง Zermatt เพื่อที่จะไปชมยอดเขา Matterhorn ครับ บรรยากาศที่ Interlaken ตอนเช้านี่ครึ้มๆ ทีเดียวครับ เหมือนฝนจะตก ตอนนั้นรู้สึกว่าดีละที่วันนี้ไปเที่ยวเมืองอื่น>>>Matterhorn
การเดินทาง
จาก Interlaken west ไป Zermatt ต้องแวะเปลี่ยนรถไฟที่ Spiez และ Visp นะครับ เส้นทางจะเป็นแบบนี้ครับ Interlaken west – Spiez – Visp – Zermatt
เดินทางไปยัง Zermatt ด้วยรถไฟ
บรรยากาศการแวะต่อรถไฟที่สถานี Spiez มีเวลาประมาณ ครึ่งชั่วโมงก็เลยเดินออกไปเล่น ชมบรรยากาศ ที่ Spiez เป็นอีกที่ๆ สวยเลยนะครับ น่ามาพัก เพราะสถานีนี้ถือว่าเดินทางสะดวกครับ เพราะมีรถไฟหลายๆ สาย ต้องผ่านที่สถานีนี้
วิวสวยๆเห็นภูเขาที่ Zermatt
มาถึง Zermatt
ถึงสถานี Zermatt Station
และแล้วก็มาถึง Zermatt ครับ ตอนเวลาประมาณ 11.13 น. ออกจาก Interlaken west ตอน 8.35 น. ตอนมาถึงมันก็ใกล้เที่ยงแล้วเนาะ ผมก็เดินเข้าไปร้าน Coop เป็นซุปเปอร์ของที่นี่คล้ายๆ เซเว่นนะครับ เดินเข้าไป ไปเจออาหารไทยใส่กล่องอยู่ เป็นข้าวหมูผัดพริกอะไรซักอย่าง ด้วยความอยากอาหารไทย มาอยู่หลายวันกินแต่เบอร์เกอร์ ก็เลยซื้อ มันเป็นข้าวที่ต้องเวฟก่อน ก็พยายามมองหาไมโคเวฟนะครับ แต่ไม่เจอ คิดว่าคงจะมีตั้งไว้หลังที่จ่ายเงินละมั้ง พอไปจ่ายเงินก็เลยถามเค้าว่าไมโครเวฟ อยู่ไหน พนักงานบอก ไม่มี ผมก็อ้าว กำเวรจริงๆ จ่ายเงินไปแล้ว แล้วจะขายอาหารที่มันต้องเวฟทำไมเนี่ย ถ้าไม่มีไมโคเวฟให้ เซ็งอย่างแรงเลยครับ ตอนนั้น เก็บใส่กระเป๋าแล้วไปหาซื้อขนมปังใหม่
เดินทางไปยังซูเปอร์มาร์เก็ต เพื่อซื้อของ
จุดชมยอดเขา Matterhorn เราต้องขึ้นไปที่ ยอดเขา Gornergrat ครับ นั่งรถไฟขึ้นไปได้เลยสถานีรถไฟจะอยู่ทางซ้ายมือครับ เดินออกมาจากสถานีรถไฟ Zermatt ก็จะเจอครับ ตามรูป ราคาเต็มสำหรับการขึ้นไปสถานีสูงสุดจะราคา 76 CHF ครับ แต่ถ้าใครมี Swiss pass ก็สามารถลดได้ครึ่งราคาเลย เหลือจ่ายแค่ 38 CHF ก็ประหยัดไปได้เยอะครับ เป็นราคาไปกลับ
วันนี้เป็นวันที่อากาศดีมากครับ ฟ้าใส แดดเปรี้ยงมาก กลับมานี่ดำเลย มาที่นี่เจอคนไทยเยอะครับ รู้สึกสนุกกับการถ่ายรูปมาก คนไทยจะช่วยถ่ายรูปให้กันครับ น่ารักดี

อยู่บนนี้ถ่ายรูปได้พักใหญ่ๆ เกือบ 3 ชั่วโมง ไม่รู้จะไปไหนต่อละ ลงไปข้างล่างดีกว่า พอลงมาข้างล่างก็แอบเห็นหมู่บ้าน ที่รถไฟผ่าน ดูน่ามาเดินเล่นดี ก็เลยเดินย้อนกลับมาถ่ายรูปเล่นข้างล่างครับ วันนี้แดดแรงมากจริงๆ ครับ ถ้าเทียบกับแดดบ้านเราน่าจะแดดช่วงกลางวันประมาณ 42 องศาเลยครับ แต่ที่นี่อากาศหนาว แต่แดดแรง ผมนี่ดำเลยครับ ครีมกันแดดก็เอาไม่อยู่

เดินทางกลับไปที่ Visp

เดินมาส่องป้ายว่ามีรถไฟกลับรอบกี่โมง มีอีกทีรอบ 15.37 น.เลยครับไปที่ Visp มาทางไหนก็กลับทางนั้นนะครับ ไม่ งง กับชื่อสถานีเนาะ เหลือเวลาอีกประมาณ ครึ่ง ชั่วโมง ไปเดินเล่นร้านขายของแถวสถานี Zermatt ร้านขายของเยอะเลยครับ เจอคนไทยเยอะมากๆ ครับ แถวนี้ ระหว่างรอก็ดันไปเจอฟรีวายฟายเข้า มัวแต่อัพคลิป เกือบมาขึ้นรถไฟไม่ทันครับ

มาเที่ยวด้วยตัวเองก็รู้สึกดี อากาศที่นี่ดี

ตอนมารอรถไฟที่สถานี Spiez อากาศดีมากครับตอนเย็น แว๊บออกไปถ่ายรูปอีกรอบครับก่อนจะรีบวิ่งมาขึ้นรถไฟอีกรอบขากลับนี่ผมจะไปลงที่สถานี Interlaken Ost นะครับ เพราะจะไปเที่ยวต่อที่ Lauterbrunnen จะไปดูบรรยากาศครับ ว่าเป็นยังไง

 

>Lauterbrunnen

เป็นอีกทางที่สามารถขึ้นไปจุงเฟราได้ครับ แวะมาดูบรรยากาศ เดินเล่นชมรอบๆ อีกแล้ว เคยอ่านเจอบางคนถกเถียงกันว่า ถ้าจะขึ้น จุงเฟรา ลองไปพักที่ Lauterbrunnen หรือ Grindelwald สวยกว่าพักที่ Interlaken นะ ทริปนี้ก็เลยมาสำรวจทั้งสองครับ แต่คิดว่าทั้ง Lauterbrunnen และ Grindelwald บรรยากาศดีเงียบ ไร้ซึ่งผู้คนเกินไปครับ ผมไม่ค่อยชอบ ยังไงก็คิดว่าพักที่ Interlaken น่าจะโอเคกว่าครับ สำหรับผมสถานที่ Lauterbrunnen

วิวสวยๆบริเวณ Lauterbrunnen

จบการเที่ยววันที่ 3 ที่สวิสครับ กลับเข้าที่พักนอน ตอนกลับไปที่พักเจอคนไทยที่ได้พูดคุยกันเมื่อวาน อีกแล้วครับ ก็เลยถามว่าไปไหนมา ก็เห็นว่าไปดูหมีที่ Bern มา เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมไปมั้ง ฮ่าๆ แอบลอกทริปเล็กน้อย

ระหว่างทางขึ้นต้องบอกเลยว่าสวย น่าตื่นตาตื่นใจมาก ทางรถไฟค่อยๆ ไต่ ขึ้นเขา ที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ จะมีการจองประมาณ 3 สถานีก่อนจะไปถึงชั้นบนสุด ส่วนใหญ่คนที่นี่เขาขึ้นมาเล่นสกีกันครับ แต่ละคนอุปกรณ์พร้อมมาก แต่นักท่องเที่ยวแบบเราๆ นี่ก็ขึ้นมาถ่ายรูปก็พอ


.

15 เมษายน 2559

วันนี้มีแผนจะไปเที่ยวที่ยอดเขา Rigi ที่ Lucerne ครับ ดูการเดินทางแล้วต้องไปแวะเปลี่ยนรถไฟที่ Bern เมืองหลวงของสวิตเซอร์แลนด์ ก็เลยจะแวะเที่ยวด้วยซะเลยครับ ไปดูหมี

เดินทางไปยังภูเขา RIGI

>>>Bern

นั่งรถไฟมาถึง Bern ก็ประมาณ เกือบๆ สิบโมงครับ มาถึงนี่ก็มาแบบ ไม่ได้เตรียมข้อมูลอะไรมามากมายว่าต้องไปเที่ยวไหนยังไง ก็อาศัยเดินเที่ยวไปเรื่อยๆ เดินตามๆ คนไปครับ ฮ่าๆ เช้านี้มาถึงฟ้าครึ้มๆ อีกแล้วครับ บรรยากาศฝนพร้อมตกตลอดเวลา เดินเที่ยวไปเรื่อยๆ จนไปเจอหมีครับ แล้วถึงเดินย้อนกลับมาถ่ายรูปบรรยากาศเมือง

เที่ยว ๆ อยู่ก็เจอหมีระหว่างทาง

เที่ยวถ่ายรูปบริเวณที่สวย ๆ

ตอนที่มาถึงก็ดูขบวนรถไฟไว้แล้วครับ ว่าผมจะไป Luzern รอบเวลา 12.00 น. ก็รีบถ่ายรูปและกลับมาขึ้นรถไฟให้ทันครับนั่งรถไฟไปอีกประมาณ 1 ชั่วโมงครับกว่าจะไปถึง Luzern

เดินทางไปยัง Luzern

มาถึงสถานี Luzern ก็ให้เดินออกไปที่หน้าสถานีนะครับ จะเจอท่าเรือ ที่ล่องในทะเลสาบลูเซิร์น เราจะล่องเรือนี้ไปเขา Rigi กันครับ แต่รอบเรือมีทุกนาทีที่ 12 ของแต่ละชั่วโมง ผมมาไม่ทันรอบ 13.12 น. ก็เลยต้องรอขึ้นรอบ 14.12  น. ครับ

เดินทางไปยังท่าเรือ

เดินทางถ่ายรูประหว่างรอเรือ

ระหว่างรอขึ้นเรือ มีเวลาประมาณ 1 ชม ก็เดินไปหาของกินแล้วก็เดินไปหาถ่ายรูป เดินชมบรรยากาศเมืองครับ ฝนก็ตกปรอยๆ มาเป็นช่วงๆ เดี๋ยวจะเดินไปเที่ยวสะพานไม้อีกหนึ่งสัญลักษณ์ของเมือง Luzern ครับ หาง่ายมากๆ อยู่ใกล้ๆ จากท่าเรือนี่เองครับ

เดินทางขึ้นเรือ

ถ่ายรูปจนพอใจแล้วก็ได้เวลามาขึ้นเรือครับ ใครถือ Swiss pass ก็ขึ้นได้ฟรีเลยนะครับ ผมมาที่นี่ก็ด้วยเหตุนี้นี่เอง จะได้ใช้ Swiss pass ให้คุ้มๆ และเป็นที่ๆ อยากมาด้วย

วิวสวยๆบนขณะนั่งเรือ

บรรยากาศผู้คนบนเรือ

ระหว่างนั่งเรือ วิว สวยมากครับ ผมไม่เข้าไปนั่งข้างในเรือเลย ออกมารับอากาศ เดินถ่ายรูปข้างนอกเรือตลอดทางครับ วิวดีสุดๆ เหมือนกับหลุดเข้าไปในฉากหนัง ไม่คิดว่าจะได้มาอยู่ที่นี่ สวยจริงๆ ครับ เราจะนั่งเรือไปลงที่ท่าชื่อว่า VITZNAU ครับ แต่ระหว่างทางก็เจอว่ามีอีกท่าหนึงที่คนลงเยอะ ลงเกือบทั้งเรือเลยก็คือท่าชื่อว่า WEGGIS ครับ ก็เลยกางดูแผนที่ดู ก็เลยรู้ว่าตรงนี้ก็สามารถขึ้นไปที่เขา Rigi ได้เหมือนกัน ท่านี้จะมีกระเช้าขึ้นไปด้านบนครับ เขา Rigi นี่ขึ้นได้ประมาณ 3 ทางนะครับ

เห็นดอกไม้สวยๆข้างทาง

มาถึงท่าเรือ Vitznau

>>>Rigi

มาถึงท่า VITZNAU เดินออกมาก็จะเจออาคารที่เราจะขึ้นรถไฟไปเขา Rigi ครับ เดินขึ้นไปได้เลย ใช้ Swiss pass ขึ้นฟรีเช่นกันครับ ระหว่างล่องเรือมาที่ว่าวิวสวยๆ แล้ว มาเจอวิวระหว่างทางขึ้นเขา Rigi เข้าไป สวยกว่ามากครับ สวยมากๆ ผมนี่ไม่ได้นั่งเลยครับ ยืนถ่ายรูปตลอด วิวสวยแบบอลังการมาก ไม่รู้จะสรรหาคำใดมา บอกว่ามันสวยจริงๆ ต้องลองได้ไปเห็นด้วยตานะครับ

วิวสวยๆ ก่อนถึงภูเขา Rigi

ระหว่างทางก็จะมีหลายสถานีนะครับ แต่จุดหมายของเราคือสถานี RIGI KULM ครับ สถานีสูงสุดนั่นเอง ขึ้นมาถึงด้านบนจะเจอวิว 2 แบบครับ ฝั่งหนึงเป็นวิวสีเขียวๆ มองไปด้านล่างเป็นเมือง ส่วนอีกฝั่งก็จะเป็นวิวเทือกเขา ที่มีหิมะปกคลุ่ม สวยมากๆ ครับเที่ยวทิวเขา Rigi Kulm ด้วยตัวเอง

วิวบนยอดเขา Rigi สมชื่อสวิสเซอร์แลนด์

บนยอดเข้า Rigi แห่งนี้ เป็นที่ถ่ายละครเรื่อง อย่าลืมฉัน ด้วยนะครับ ถ้าใครได้ดู

ทางลงจากขุนเขา Rigi

มุมต่างๆ สวย Rigi Kulm

ถ่ายรูปจนพอใจแล้ว เดินเที่ยวจนพอแล้วก็ได้เวลากลับครับ ขากลับจะลงไปอีกทางครับ จะได้เห็นวิว ที่หลากหลาย โดยเลือกลงทางที่ไปที่สถานี Arth – Goldau ครับ จากนั้นค่อยนั่งรถไฟกลับไปที่สถานี Lucerne อีกที

เดินเที่ยวสวิสอยู่ดี ๆ ก็เจอดีเจอีกท่านหลังลงเขา

ขากลับลงมาได้เจอ ดีเจพุฒ และ คุณจุ๋ย วรัทยา ด้วยครับ นั่งรถไฟลงจากเขา Rigi มาพร้อมกัน น่ารักทั้งคู่ครับ ไม่ถือตัวเลย

เจอโดยบังเอิญมากๆ ครับ เพราะเขา Rigi ลงมาได้หลายทาง ซึ่งคนส่วนใหญ่จะลงทางที่ขึ้นมา แต่ผมเลือกกลับอีกทาง เพราะจะได้เห็นวิวหลายๆ แบบ ทางนี้ไม่ค่อยมีคนนั่งครับ สถานีแรกเลย มีคนนั่งแค่ ประมาณ 7 คนเองครับ ก็คิดว่าคงจะมีแค่นี้ แต่พอลงมาอีกสถานี เจอกลุ่มของ ดีเจพุฒ และ คุณจุ๋ย ขึ้นมาพอดี แต่ตอนอยู่บนรถไฟไม่กล้าไปขอถ่ายหรอกนะครับ พอลงมาข้างล่าง มีพี่คนไทยที่เที่ยวด้วยกันด้านบนเขาเข้าไปขอถ่ายพอดี ผมก็เลยได้ถ่ายมาด้วยครับ ฮ่าๆ รู้สึกประทับใจจริงๆ ครับ เป็นกันเองดีครับ ขอไม่โชว์หน้าตัวเองแล้วกันนะครับ ถ่ายคู่กับดาราแล้วดับไปเลยครับ ฮ่าๆ จริงๆ ช่วงที่ผมไป ดารามาเยอะมากครับ ทั้งตอนอยู่ปารีส และตอนมาสวิส หรือ ตอนไปมิลาน แต่คนอื่นผมไม่เจอครับ ฮ่าๆ

เดินทางกลับรถไฟ

ตอนที่มาอยู่ที่สถานี Arth – Goldau ระหว่างรอรถไฟไปสถานี Lucerne พี่คนไทยที่เที่ยวด้วยกันด้านบนเขา Rigi ซื้อไวน์มาให้ลองชิม อร่อยดีครับ ขวดละไม่แพงด้วยนะครับประมาณ 5 ร้อยบาทไทย
ขากลับจะนั่งรถไฟแบบนี้ครับ Arth – Goldau – Lucerne – Bern แต่พอมาถึง Bern ดูที่จอ อ้าวทำไมไม่มีรถไฟกลับไป Interlaken ละทีนี้ หรือว่ารถไฟหมกแล้ว ตอนนั้นเริ่มรู้สึกว่างานเข้าเพราะมัน 2 ทุ่มแล้ว แล้วพรุ่งนี้แต่เช้าต้องไปอิตาลีต่อ คืนนี้ถ้ากลับที่พักไม่ได้ซวยแน่ ระหว่างนั้นก็เลยนึกขึ้นได้ว่าสถานี Spiez เป็นสถานีที่มีรถไฟหลายสายผ่าน ก็เลยนั่งรถไฟจาก Bern ไปลงที่ Spiez ก่อนครับ

พอไปถึง Spiez ก็รีบไปดูที่จอว่ามีรถไฟไป Interlaken ไหม ปรากฏว่ามีครับ รอดแล้วคืนนี้ มีรถไฟรอบ 21.36 น. กว่าจะถึงที่พักก็ประมาณ 4 ทุ่มพอดี

เที่ยวเสร็จแล้วก็ถึงเวลาเดินทางกลับไปยังโฮเต็ล

กลับถึงที่พักก็เจอว่าที่พักปิดประตูแล้ว ตอนนั้นพยายามเปิด ก็เปิดไม่ได้ซะที เปิดอยู่นาน จนมีพี่คนไทยกลับมาพอดี เลยพยายามช่วยกันเปิด ซักพัก อ้าวได้ครับ กว่าจะเข้าที่พักได้ ทำเอาเหนื่อยเลยวันนี้ กลับเข้าห้อง ตอนแรกนึกว่ายังไม่มีใครมาพัก เห็นปิดไฟเงียบ นึกว่าจะได้นอนคนเดียวเหมือน 2 คืนแรกซะแล้ว แต่ที่ไหนได้เปิดประตูเข้าไปนอนครบทุกเตียงกันเลย ผมก็เลยทำอะไรมากไม่ได้ รีบวางของแล้วก็นอนเลยครับ ฮ่าๆ

แต่ไม่สามารถนอนได้ง่ายๆ คืนนี้เป็นคืนที่นรกแตกมาก เพราะเจอคนนอนกรนเสียงดังมากกกกก ดังจนนอนไม่ได้ จนผมตัดสินใจไม่นอนเลยเอามือถือมาเสียบหูฟัง เปิดเพลงดังสุด แล้วก็ไม่รู้ว่าเผลอหลับไปตอนไหนนะครับ ก็เลยได้หลับไปคืนนี้


.

16 เมษายน 2559

เช้านี้ผมตื่นแต่เช้ามาก ตี 5 ก็ตื่นเก็บกระเป๋าอาบน้ำออกมาจากที่พักเลยครับ สรุปเมื่อคืนผมไม่รู้เลยว่าเพื่อนที่นอนร่วมห้องหน้าตาเป็นยังไงกันบ้าง เพราะผมกลับเข้าที่พักเค้าก็นอนกันหมด ตอนเช้าผมก็ออกมาก่อนแต่เช้า เลยไม่รู้เลยว่าได้นอนกับใครนะครับเมื่อคืน

ผมรีบออกมาให้ทันรถไฟตอน 6.05 น. วันนี้ผมจะเดินทางไปมิลานอิตาลีครับ ซื้อตั๋วไว้รอบนี้ Swiss pass ใช้หมดตั้งแต่เมื่อวานแล้ว พอมาถึงสถานี Interlaken west มาดูตั๋ว อ้าว ขึ้นรถไฟรอบ 7.05 น. นี่หว่า ไม่น่ารีบตื่นมาเลย ก็เลยได้มายืนหนาวอยู่สถานีรถไฟแต่เช้าเลยครับ ฮ่าๆ

เที่ยวสวิสเสร็จแล้วก็ตื่นยามเช้าพร้อมกับเดินทางไปยัง มิลาน

การเดินทางคือ Interlaken west –  Spiez – Milano หรือมิลานนั่นเองครับ ผมจองตั๋วผ่านทางเว็บที่บอกด้านบน เค้าส่งเป็นตั๋วจริงมาให้ที่เมืองไทยเลยครับ ระหว่างทางที่นั่งรถไฟ ไปมิลาน ปรากฏว่า ขบวนที่นั่งไป ระบบไฟฟ้าขัดข้อง ต้องเปลี่ยนไปขึ้นอีกขบวน คนนี่แทบจะเหยียบกันครับ รีบไปขึ้นอีกขบวนเพราะกลัวจะไม่มีที่นั่ง วันนี้เป็นวันเสาร์ คนเดินทางเยอะมากครับ

ถึงมิลานในช่วงเช้า

ประมาณ 10 โมงนิดๆ ก็มาถึง มิลานอิตาลี ครับ ลงรถไฟมาก็ งงๆ ว่าจะไปทางไหนดี ทุกอย่างมันดูแปลกตาไปหมด ตัวหนังสือสัญลักษณ์อะไรก็แปลกไปจากปารีส ก็มันคนละประเทศกันนี่นา ฮ่าๆ มิลานก็เป็นอีกเมืองที่ต้องระวังเรื่องการโดนล้วงกระเป๋านะครับ ผมลงรถไฟมาก็เข้าสู่โหมดระวังตัวทันที

เดินจากมิลาน ไปยังห้องพัก

จากนั้นก็เดินทางเข้าที่พักเลยครับ ที่พักได้รีวิวไว้แล้วตามด้านล่างเลยนะครับ

มุมห้องพักที่ Milano
ชื่อที่พัก New Generation Hostel Urban Brera

–    เมือง มิลาน , อิตาลี
–    จำนวนคืนที่พัก 1 คืน ไม่มีอาหารเช้า
–    ราคารวม 1,694 บาท
–    ที่พักอยู่ใกล้กับสถานี TURATI สาย M3 ออกทางออก VIA MOSCOVA ออกมาก็เลี้ยวซ้าย จะเจอโบสถ์ อยู่ซ้ายมื้อ เดินตรงไปเจอซอยขวามือที่มีต้นไม้ตรงกลางถนน เดินไปจนสุดแล้วเลี้ยวซ้ายอีก ทีก็จะเจอครับ ที่พักอยู่ขวามือ ใคร งง พิมพ์แผนที่ ที่พักไปด้วยครับ
–    ลักษณะห้องพัก เป็นห้องรวม ชาย- หญิง ทั้งหมด 8 เตียง
–    มีตู้เก็บของใหญ่ ใส่กระเป๋าเดินทางได้
–    มีห้องน้ำในตัว แต่ส่วนตัวผมไม่ชอบห้องน้ำในตัวนะครับ ชอบห้องน้ำรวมด้านนอกมากกว่า เพราะมันมีหลายห้องดี ไม่ต้องรอคิวครับ
–    มี Free Wi-fi ถึงห้องพัก

ที่นี่เป็นอีกที่ๆ น่าพักมากครับ ห้องนอนน่ารักเลยทีเดียว ดูสะอาด กว้างดีด้วยครับ แต่ละเตียงก็มีปลั๊กไฟ มีไฟประจำเตียง  ที่พักมีหลายชั้นเลย เป็น Hostel ขนาดใหญ่ครับ ตรง Reception ก็มีพวกของกินขายครับ ที่พักมีตู้กดน้ำ กดเครื่องดื่มร้าน แบบหยอดเหรียญด้วย มีห้องครัวให้ทำอาหารครับ มีไมโคเวฟวางอยู่ 1 เครื่อง มีพื้นที่ส่วนรวม ให้ลงมานั่งเล่นได้ ที่ตั้งของที่นี่ก็ถือว่าอยู่ใจกลางของมิลานเลยครับ ห่างจากสถานี Duomo และ Centrale แค่ 2 สถานี

ตรงนี้ข้อเสียคือไม่มีน้ำดื่มให้กรอก และผ้าห่มค่อนข้างบางครับ

มิลานเป็นเมืองที่ ที่พักค่อนข้างราคาสูงนะครับ ขนาดนอนรวมยังเห็นแต่ราคาเริ่มต้นพันกว่าบาทครับ ไม่เหมือนเมืองอื่นๆ ที่ไปจะเริ่มต้นที่หลักร้อยครับ

เข้าที่พักเสร็จแล้วออกไปเที่ยวกันดีกว่าครับ วันนี้จะไปที่

 

>>>มหาวิหารดูโอโม่ (Duomo)

การเดินทาง
–    นั่ง Metro สายสีเหลืองหรือแดง มาลงที่ สถานี Duomo ออกได้ทุกทางออกครับ

มาถึงสถานี Duomo

พาชมวิหารที่สวยงาม

เดินเที่ยวถ่ายรูป ดูผู้คน คนเยอะมากครับด้านหน้าวิหาร ต้องระวังคนขายของหรือคนที่จะคอยเอาอาหารนกมาใส่มือเรา แล้วให้นกมากินนะครับ ถ้าใส่ได้เราก็ต้องเสียเงินให้เค้าครับ บริเวณรอบๆ นี้ก็มี อาคารศูนย์การค้า กัลเลเรีย วิตโตรีโอ เอมานูเอล (Galleria Vittorio Emanuele II) คนก็จะเดินเข้าไปเที่ยวกันเยอะ คนนี่แน่นเลยครับ ต้องระวังกระเป๋าดีๆ เดินทะลุอาคารศูนย์การค้า ไปก็จะเจอรูปปั้นของศิลปินที่โด่งดังคนหนึ่งของโลก คือ “ ลีโอนาร์โด ดาวินชี (Leonardo da Vinci)  นั่นเองครับ เป็นผู้ร่วมออกแบบ มหาวิหารดูโอโม่ ด้วยนะครับ

เดินผ่านวิหารเพื่อไปยังศูนย์การค้า

มุมต่างๆใกล้อนุสาวรีย์

เดินเที่ยวจนพอใจแล้วไม่รู้จะไปไหนดี ก็เลยกลับที่พัก ไปพักซักหน่อยครับ แล้วตอนใกล้ๆ ค่ำก็ออกมาเก็บบรรยากาศตอนกลางคืนใหม่อีกรอบ จากนั้นก็กลับที่พักนอนครับ จบลงสำหรับวันนี้

 บรรยากาศตอนกลางคืนสวยงาม

.

17 เมษายน 2559

เมื่อวานมาดูโอโม่ไม่ได้ขึ้นไปบนหลังคา เช้านี้ก็เลยเช็คเอาท์ที่พัก ฝากกระเป๋าไว้ที่พักก่อนแล้วออกมาขึ้นหลังคาดูโอโม่อีกรอบครับ อ้อ วันนี้ผมต้องเดินทางไปปารีสช่วงเย็นๆ ครับ

มาถึงก็รีบไปซื้อบัตรครับ ค่าขึ้น 8 ยูโรสำหรับเดินขึ้นครับ ทางขึ้นก็จะอยู่ฝั่งซ้ายมือ ข้างๆ ถ้าหันหน้าเข้าดูโอโม่ ตอนเดินขึ้นไปนี่เล่นเอาหอบเหมือนกันครับ แต่พอได้ขึ้นไปเห็นข้างบนต้องบอกเลยว่าคุ้มค่าจริงๆ สวย ใหญ่อลังการมาก สมแล้วที่ใช้เวลาการสร้างยาวนานกว่า 500 ปี กว่าที่ทุกอย่างจะลงตัว วันนี้ด้านบนมีคนมาขอกันแต่งงานด้วยครับ ทุกคนก็ร่วมยินดีไปด้วยครับ

เช้านี้เดินทางไปปารีส

มุมอื่นๆ ที่อิตาลี

ได้เวลากลับไปเอากระเป๋าที่ๆพัก แล้วรีบมุ่มหน้าไปที่สถานี Centrale เพื่อขึ้นรถบัสไปสนามบินครับ ผมจองรถบัสของ MALPENSA SHUTTLE รอบ 13.00 น. ไว้ครับ จองผ่านเน็ตมาราคา 8 ยูโร พนักงานบริการโอเคครับ ดูกระตือรือร้นดี

เดินทางด้วยรถบัส

มาถึงสนามบิน Milan Malpensa T2 ก็เวลาประมาณบ่าย 2 ครับ เผื่อเวลาไว้ค่อนข้างเยอะเลย มาถึงเคาน์เตอร์ยังไม่เปิดให้เช็คอิน อ้อ จากมิลานไป ปารีส CDG ผมใช้บริการของสายการบิน easy Jet ครับ บินไปเลยเร็วดี จองได้ราคารวมน้ำหนักกระเป๋า 20 โล ราคารวม 2,678 บาท

เที่ยวทั้งสวิสและอิตาลีเสร็จแล้ว ก็ได้แก่เวลาในการเดินทางกลับไปปารีส

ถึงปารีส

เช็คอิน โหลดกระเป๋าเรียบร้อย ไปรอขึ้นเครื่องครับ ที่นี่สนามบินเล็กๆ ครับ เก้าอี้นั่งไม่พอคนพากันนั่งกันที่พื้นรอกันเลย เกทก็ใกล้ๆ กัน คนนี่แน่นสุดๆ ครับ อ้อบินจากมิลานไปปารีส ไม่ต้องผ่าน ตม. เลยครับ เพราะอยู่ในกลุ่มประเทศเชงเก้น ความรู้สึกเหมือนบินภายในประเทศเลยนะครับ
ผมบินไฟล์ท EZY2787 16.50 – 18.20 น.

มาถึงปารีสก็ ไม่ต้องผ่าน ตม. เช่นกันครับ เดินไปรับกระเป๋าได้เลย จากนั้นก็เดินทางเข้าเมือง ไปเข้าที่พักครับคืนสุดท้ายที่ปารีสผมพักที่นี่ครับ พรุ่งนี้ก็จะได้เดินทางกลับแล้ว

มาพักที่ Generator ที่ Paris

ชื่อที่พัก Generator Paris

–    เมืองปารีส , ฝรั่งเศส
–    จำนวนคืนที่พัก 1 คืน รวมอาหารเช้า
–    ราคารวม 1,061 บาท
–    การเดินทางไปที่พัก นั่ง รถไฟ Metro สาย 2 ลงสถานที Colonel Fabien ออกมาจากสถานี ก็เจอเลยครับ
–    ลักษณะห้องพัก เป็นห้องรวม ชาย – หญิง ทั้งหมด 10 เตียง
–    มีที่เก็บของใหญ่ พอสมควร แต่ต้องเตรียมแม่กุญแจล๊อคไปเอง ผมมีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ไปมันใส่ไม่ได้ ผมก็ใช้สายกุญแจ แบบที่ล๊อคจักรยาน คล้องไว้กับเตียงอีกทีเวลาออกไปข้างนอก
–    มีห้องน้ำอยู่ในห้องพักเลย แบ่งเป็น ห้องอาบน้ำ 2 ห้อง ห้องส้วม 1 ห้อง อ่างล้างหน้าอีก 2 อ่าง
–    มี Free Wi-fi ถึงห้องพัก

เป็นที่ๆ น่าพักอีกแล้วครับ ตอนผมพักนี่มีเตียง 10 เตียง แต่มีคนพักแค่ 3 คนครับ ก็สบายๆ ครับ เตียงนอนดีมาก แต่ละเตียงก็มีปลั๊กไฟ มีไฟประจำเตียง

อาหารเช้าก็เยอะมากครับ ของกินเพียบ ที่นี่ดีตรง ราคาห้องตอนแรกจะไม่รวมอาหารเช้าครับ ตอนคลิกจองถ้าจะเอาก็เพิ่มได้ ประมาณ 5.8 ยูโรครับ ถ้าใครไม่ออกแต่เช้า มีเวลากินก็เพิ่มไว้เลยก็ได้ครับ อาหารเช้าคุ้มมาก

ที่นี่ก็เป็น Hostel ขนาดใหญ่ครับ มีหลายชั้นเลย คนเข้าพักเยอะครับ มีร้านอาหารใต้ที่พักราคาก็ทั่วไปครับ ไม่ได้แพง ตอนเช้า ร้านนี้ก็จะกลายเป็นที่ทานมื้อเช้าครับ

ขอเสียของที่นี่คือไม่มีน้ำดื่มให้กรอกครับ ถ้าต้องการน้ำร้อนให้เดินไปขอในร้านอาหารครับ แต่ขอบ่อยๆ ก็เกรงใจนะครับ ฮ่าๆ


.

18 เมษายน 2559

มารับประทานเช้าก่อนเดินทางกลับ
เช้านี้ตื่นมากินมื้อเช้าของที่พัก จากนั้นก็เก็บของเตรียมกลับไทยครับ วันนี้มีบินกลับไทยไฟล์ทเวลา 19.00 น. ครับ วันสุดท้ายผมก็ลากกระเป๋าเที่ยวเลยครับ ก็กลับไปที่เดิมๆ แหละครับ ไม่รู้จะไปไหน เพราะปารีส ที่ๆ อยากไปก็ไปหมดแล้ว วันนี้ก็เลย ชิลล์ๆ สบายๆ
เดินทางไปยังที่เดิมก่อนกลับ
เที่ยวสวิสด้วยตัวเอง และอิตาลี
ก็เลยจะขอจบรีวิวทริปนี้ไว้แต่เพียงเท่านี้ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามมาตั้งแต่รีวิวแรกๆ นะครับ
สำหรับการเดินทางกลับสามารถดูได้ที่รีวิวนี้ครับ

 

Facebook Comments

Related posts

One thought on “Review เล่าการเดินทาง เที่ยวยุโรปครั้งแรกด้วยตัวเอง : สวิตเซอร์แลนด์ & อิตาลี

  1. Neung

    สวยค่ะ แต่ถ้าไปอิหร่าน เอามารีวิวให้ดูบ้างนะค๊ะ ชอบฝั่งตะวันออกมากค่ะ