แสงเหนือที่ ไอซ์แลนด์ พร้อมวิธีการถ่ายรูปแสงเหนือ

reCoArora

ช่วงนี้เห็นรีวิวคนไปล่าแสงเหนือออกมาให้ชมกันเรื่อยๆ อ่านเยอะๆ แล้วก็รู้สึกว่า เฮ้ย ขอเห็นด้วยตาซักครั้งเถอะ เจ้าแสงเหนือเนี่ย จัดการหาแนวร่วมทันที สรุปได้มา 1 คน เอาวะ ไป 2 คนก็ไป ความอยากแรงกล้ามาก

และจะไปดูแสงเหนือที่ไหนละ แน่นอนเราเลือกไอซ์แลนด์ เพราะโอกาสเห็นแสงเหนือเยอะมาก

สรุปทริปนี้ก็แพลนไปกัน 15 วัน เที่ยว 2 ประเทศ คือ นอร์เวย์และไอซ์แลนด์ อยู่ไอซ์แลนด์กัน 9 วัน 9 คืน ที่เหลือก็เที่ยวที่นอร์เวย์ เลือกไปช่วงหน้าหนาว ปลาย ก.พ. – มี.ค. 2560 ที่ผ่านมา ที่เลือกไปช่วงนี้เพราะเป็นช่วงที่ทางไอซ์แลนด์มี กลางวันกับกลางคืน พอๆ กัน

ทำไมคนถึงเรียกว่า ไปล่าแสงเหนือ รู้ไหมครับ ก็เพราะมันไม่ได้เห็นกันง่ายๆ มีองค์ประกอบหลายอย่างมาก ที่ทำให้เห็นหรือไม่เห็นแสงเหนือ บางคนไปทั้งทริปอาจจะไม่เห็นแสงเหนือเลยก็ได้ ถึงได้บอกว่าต้องพกดวง ไปด้วย ไสยศาสตร์ พึ่งได้เป็นพึ่ง ขอให้ฟ้าโปร่งๆ ค่าแสงเหนือสูงๆ ฮ่าๆ

และนับเป็นความโชคดีของพวกเรามาก ก่อนพวกเราจะไปไอซ์แลนด์ 1 อาทิตย์ พายุหิมะ เข้าประเทศไอซ์แลนด์ เมฆนี่คลุมทั่วฟ้า เห็นว่าคนไปไอซ์แลนด์ช่วงนั้นแทบไม่เห็นแสงเหนือกันเลย เพื่อนก็เช็คสภาพอากาศ ก็เปิดให้ดูตลอด ก็เลยบอกว่า ตกเลยตกให้เต็มที่นะตอนนี้ ตอนที่พวกเราไปขอให้อากาศดีๆ และก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ครับ ฮ่าๆ นับว่าโชคดีมาก เห็นแสงเหนือกันเกือบทุกคืนเลย บางวันก็เลยขอนอนดีกว่า ไม่ดูละแสงเหนือ ขนาดนั้นกันเลยทีเดียว


>>>ก่อนจะไปล่าแสงเหนือเตรียมเรื่องการขอวีซ่าก่อน
HOW TO : การขอวีซ่าเชงเก้นไปล่าแสงเหนือที่ “ไอซ์แลนด์” อย่างละเอียด
Link >> https://goo.gl/WafjDg

>>>องค์ประกอบที่จะทำให้เห็นแสงเหนือมีอะไรบ้าง
1.เลย ค่า Kp index ขอเรียกง่ายๆ ว่า ค่าการเกิดแสงเหนือละกันนะ มีตั้งแต่ระดับ 0-9 แต่ละคืนต้องคอยเช็คว่าอยู่ที่ระดับไหน ถ้าระดับ 2 ขึ้นไปก็เตรียมออกไปรอดูแสงเหนือได้เลย
เช็คได้ที่เว็บนี้ >> http://en.vedur.is/weather/forecasts/aurora/

2.เช็คสภาพอากาศ แน่นอนว่าการจะเห็นแสงเหนือได้ ฟ้าต้องโปร่ง ต้องไม่มีเมฆบัง
สภาพอากาศนี้สำคัญมาก ถ้าสภาพอากาศไม่ดี ถึงค่า Kp index จะแรง ก็ทำให้มองไม่เห็นแสงเหนือได้
เช็คได้ที่เว็บนี้ >> http://en.vedur.is/

หลักๆ แล้วที่ต้องดูก็จะมีแค่ 2 ข้อตามด้านบน

3.รายละเอียดอื่นๆ ก็เช่น
–    ต้องไปดูที่มืดๆ ส่วนใหญ่ก็ขับรถออกไปดูกันนอกเมืองที่ไม่มีแสงไฟครับ
–    แสงจากดวงจันทร์ก็มีผลเหมือนกัน ถ้าพระจันทร์เต็มดวงก็อาจจะทำมห้ฟ้าสะว่างมากเกินไป
–    สภาพอากาศตอนกลางคืนที่โหดร้าย ลมตอนกลางคืนนี่แรงสุดๆ ยิ่งใครไปช่วงหน้าหนาว ตอนกลางคืนหนาวสุดๆ สภาพอากาศเป็นอุปสรรคต่อการไปดูแสงเหนือมาก

นี่ละครับ ถึงต้องเรียกว่า ล่าแสงเหนือ เพราะไม่ใช่จะเห็นกันง่ายๆ มีองค์ประกอบหลายอย่างมาก




Booking.com

>>>เตรียมกล้องเพื่อไปถ่ายแสงเหนือ
1.การเลือกใช้กล้อง ควรใช้กล้องที่สามารถปรับ shutter speed ,รูรับแสง (ค่าF)และ ISO ได้
2.เลนส์กล้อง ควรเลือกใช้เลนส์ที่รูรับแสง ต่ำๆ เช่น F2.8 เป็นต้น และสามารถปรับ manual focus และมีระยะอินฟินิตี้
3.เตรียมขาตั้งกล้อง

>>>การปรับก้องถ่ายภาพเหนือ
1.ใช้ shutter speed ประมาณ 3-6 วินาที (ส่วนตัวคิดว่าเห็นแสงเหนือเป็นริ้วๆ กำลังสวย)
2.ค่า ISO 1600 ขึ้นไป (ไม่มีค่าตายตัวนะครับ ลองปรับดูหลายๆ ค่าว่าชอบแบบไหน)
3.รูรับแสง F2.8
4.ปรับเลนส์เป็น manual focus และหมุนไปที่ระยะอินฟินิตี้
5.ใช้ขาตั้งกล้อง จับไว้ดีๆ ระวังล้มนะครับตอนกลางคืนมืดและลมแรง กล้องผมนี่ลมเลนส์แตกไปเรียบร้อยครับ พูดแล้วน้ำตาจะไหลFacepalm

>>>สำหรับสเต็ปการถ่ายภาพแสงเหนือ คือ
1.ครั้งแรกที่เห็น เจอตรงไหนก็ให้ถ่ายก่อนเลย ไม่ต้องเน้นสถานที่ เพราะบางคนอาจจะไม่ได้โชคดีเห็นบ่อยๆ เก็บภาพให้ได้ก่อน สำหรับการเห็นครั้งแรก
2.ครั้งที่ ต่อๆ ไปที่เห็น หากถ่ายแสงเหนืออย่างเดียวภาพจะดูธรรมดาและเหมือนเดิมๆ เกินไป แนะนำว่าควรหาถ่ายแสงเหนือคู่กับสถานที่หรือแลนด์มาร์ค สำคัญๆ เช่นถ่ายกับรถ ถ่ายกับโบส์ถ  ภูเขา เป็นต้น และเริ่มถ่ายตัวเองคู่กับแสงเหนือ


มาดูรูปแสงเหนือคืนแรกกันเลย 28 ก.พ. 2560

-คืนนี้ท้องฟ้าโปร่ง ค่า KP ประมาณ 4-5
-ถ่ายช่วงเวลาประมาณ 20.30 น.

ระหว่างที่ไปเที่ยวมาทั้งวัน และกำลังจะขับรถกลับที่พักที่เมือง เรคยาวิค ช่วงนั้นกำลังมืด เพื่อนก็ส่องกล้องไปเรื่อยๆ ครับ ระหว่างทาง ว่ามีแสงเหนือรึยัง จนกำลังจะเข้าโซนเมืองเรคยาวิคแล้ว เพื่อนบอกว่า เฮ้ย มาแล้วๆ แสงเหนือมาแล้ว

ด้วยความตื่นเต้น ไหนขอดูหน่อย เห็นดังนั้น เลี้ยวรถกลับไปหาที่มืดๆ ทันที จอดรถถ่ายมันข้างทางนั่นละ

คืนแรกเป็นคืนที่แสงเหนือจัดเต็ม ชุดใหญ่ไฟกระพริบมาก มาคืนแรก ก็เจอเลย มีแต่คนถามว่าทำบุญด้วยอะไร โชคดีอะไรเบอร์นี้
มันจะค่อยๆ เป็นริ้วๆ สีเทาๆ มานะครับ ซักพักเริ่มเข้มขึ้นๆ เป็นสีเขียว ช่วงเข้มๆ นี่คือเห็นด้วยตาก็สวยมาก

แต่… แต่… แต่… ผมถ่ายรูปพลาดมากกกก มาเปิดดูรูปในคอมแล้วมันเบลอนี่หว่า ภาพมันไม่โฟกัส คือไม่ได้ปรับ manual focus และมีหมุนเลนส์เป็นระยะอินฟินิตี้ นั่นเอง น้ำตาจะไหนซิครับตอนเปิดดูรูป เพราะไม่รู้ว่าคืนอื่นจะเห็นจัดเต็มขนาดนี้ไหม

เพื่อนก็บอก ไม่เป็นไร เรายังจะเห็นกันอีกหลายคืน ช่วงนี้อากาศดี และค่า KP แรง ผมก็โอเค หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น

และนี่คือรูปผม กล้อง DSLR

และนี่คือรูปเพื่อนผม กล้อง mirrorless

ระยะเวลาของริ้วนี้ประมาณ 30-45 นาทีนะครับ แล้วก็หมด พอเลยคืนนี้ กลับที่พักนอนเลย

คืนแรกที่เห็นแสงเหนือพวกผมตื่นเต้นมากครับ วิ่งไปวิ่งมาถ่ายรูป เห็นด้วยตาครั้งแรกไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกยังไงเลยครับ


มาถึงคืนที่ 2 ,  1 มี.ค. 2560

คืนนี้เรามาอยู่กันที่เมือง Vik

เข้าที่พักประมาณ 2 ทุ่ม คุยกันกับเพื่อนเดี๋ยว ซัก 4 ทุ่มเราออกไปถ่ายรูปแสงเหนือกันเนาะ ตอนนี้ขอพักสายตาซักครู่ และแล้วผมรู้สึกตัวอีกทีตอน ตี 4 ครับ 555 หลับแบบไม่รู้เรื่อง เพื่อนบอกปลุกยังไงก็ไม่ตื่น เพื่อนก็เลยออกไปถ่ายคนเดียวต้อน ประมาณ 4 5 ทุ่ม

และนี่คือรูปเพื่อนผม กล้อง mirrorless
-ช่วงเวลาประมาณ 22.00-24.00 น.
-สถานที่ : Vik Church
-ค่า KP ประมาณ 4

ผมตื่นขึ้นมาตอนตี 4 แย่ละ หลับแบบไม่รู้เรื่องเลย รูปแสงเหนือก็ยังไม่ได้ก็เลยขับรถออกไปคนเดียวตอนประมาณ ตี 4 ไปที่น้ำตก Skógafoss ห่างจากที่พักประมาณ 40 กิโล

-ช่วงเวลาประมาณ 05.00 น.
-สถานที่ : Skógafoss
-ค่า KP ประมาณ 3

ตอนมาถ่ายที่น้ำตก ก็ไม่ค่อยเห็น ก็เลยคิดว่าคงไม่เจอแล้วมั้ง เห็นแค่เล็กๆ น้อยๆ ก็เลยขับรถกลับดีกว่า

ระหว่างทางขับรถกลับ ตาก็พยายาม มองซ้าย มองขวา ว่ามีแสงเหนือไหม และก็ยังเป็นความโชคดีว่า แสงเหนือโผล่มาทักทายก่อนกลับครับ ออกมาไม่เสียเที่ยว
***ถ้าคนที่เคยเห็นแงเหนือครั้งแรกแล้วจะมองออกครับ ว่าริ้วแบบไหนคือแสงเหนือ

นี่คือสังเกตุว่าพระอาทิตย์กำลังจะขึ้นแล้วครับ

ช่วงที่ขับรถออกไปถ่ายแสงเหนือคนเดียวตอนตี 4 แทบไม่มีรถผ่านเลยครับ ตลอดระยะทางกว่า 40 กิโลที่ขับไป ตอนนั้นยังคิดอยู่เลยว่าทำไมกล้าขับไปคนเดียว หนาวก็หนาว จอดถ่ายรูปข้างทางอีกต่างหาก แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำดีครับ


คืนที่ 3 , 2 มี.ค. 2560 เห็นกันอย่างต่อเนื่อง 3 คืนติดๆ

คืนนี้เรามาอยู่ที่เมือง Horn

คืนนี้ขับรถมาถ่ายรูปตามที่ เจ้าของ Guesthouse แนะนำ แต่มาถึงก็ไม่ค่อยมั่นใจว่ามันใช่ตรงนี้จริงๆ รึป่าว แต่ก็จอดถ่ายรูปกันเลย
-ช่วงเวลาประมาณ 22.00 น.
-สถานที่ : แถวๆ เมืองHorn
-ค่า KP ประมาณ 5

คืนนี้ก็เริ่มหาอะไรมาถ่ายรูปกับแสงเหนือบ้าง ใช้อะไรดีละ รถแล้วกัน

ย้ายไปถ่ายอีกจุด ระหว่างทาง

ผมชอบแสงเหนือริ้วนี้มากครับ มันเข้มและมีหลายเฉดสี สวยจริงๆ

พอถ่ายตรงนี้ได้ซักพักกล้องผมก็ล้ม เลนส์แตก จบกันคืนนี้ เลิก
ตอนนั้นแบบน้ำตาจะไหลเลย เพราะพึ่งมาได้แค่ครึ่งทริป กล้องมาพังซะละ
แต่พอกลับมาดูที่พักก็ยังพอถ่ายได้อยู่ แต่เลนส์นี่คือกลับมาแล้วทิ้งเลย เสียหายหนักมาก


คืนที่ 6 , 5 มี.ค. 2560 ชุดใหญ่ไฟกระพริบ

คืนนี้เรามาพักที่เมือง olafsvik มารอถ่ายรูปแสงเหนือคู่กับภูเขา Kirkjufell ภูเขาไฮไลท์ของไอซ์แลนด์นั่นเอง

มีเรื่องขำๆ เกิดขึ้นก่อนไปดูแสงเหนือเล็กน้อย

พากันเข้าที่พัก Guesthouse ก็เกือบๆ 3 ทุ่ม พากันทำอาหารกินก่อนจะออกไปดูแสงเหนือ เจ้าของที่พักก็ดีดี นะครับ คอยส่องแสงเหนือให้ ว่ามารึยัง พวกผมก็พึ่งทำกับข้าวเสร็จกำลังนั่งกิน เจ้าของที่พักเดินมาเรียกแบบตื่นเต้น ยูๆ แสงเหนือมาแล้วๆ พวกผมก็โอเค นั่งกินต่อ ผ่านไปซักพัก เดินมาเรียกอีก พวกผมก็กินต่อ คือจะกินข้าวให้เสร็จก่อน คือเห็นมาหลายคืนแล้วเลยไม่ได้ตื่นเต้นมาก

เจ้าของที่พักเค้าก็กลัวพวกผมไม่เห็น รอบ 3 เดินมาเรียก รอบนี้ดูจริงจัง พวกยูจะไปดูแสงเหนือไหม ถ้าไปต้องไปตอนนี้นะ พวกผมก็โอเค 555 รีบเก็บของ พอลงไปที่รถเท่านั้นละ เ.ี่ยละ เต็มฟ้าเลย คุยกับเพื่อน

พากันรีบขับรถไปที่ Kirkjufell ทันที แน่นอนคนเพียบครับ รถจอดเต็มเลย

-ช่วงเวลาประมาณ 22.00 น.
-สถานที่ : Kirkjufell
-ค่า KP ประมาณ 5

พอลงมาถึง ลงจากรถเท่านั้นละ เสียงแรกที่ได้ยินคือ สวยเ..ี่ยๆ สวยเ..ี่ยๆ คนไทยที่ถ่ายรูปตรงนั้นคุยกับเพื่อน ผมก็รีบเลยตั้งกล้องให้ไว



คืนนี้เรียกได้ว่า แสงเหนือเต้นระบำเต็มฟ้า สวยงามมากๆ



คืนนี้เป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง ครับ สว่างมาก ทั้งแสงเหนือทั้งแสงจันทร์

ขอถ่ายรูปคู่กับแสงเหนือซะหน่อย

Kirkjufellsfoss หนาวไม่หนาวก็ดูเอาเถอะ น้ำตกยังแข็ง

*******************************



Booking.com

Facebook Comments

Related posts