เตรียมเอกสารขอวีซ่าเชงเก้น แล้วไปเที่ยวสวิสด้วยตัวเอง ที่เมือง Luzern

ทริปเที่ยวสวิสด้วยตัวเองกับ 3 ภูเขาชื่อดัง

เที่ยวสวิสด้วยตัวเอง ประเทศในฝันของใครหลายคน และรีวิวนี้ ผมจะพาไปเที่ยวที่เมือง ลูเซิร์น

และพาเที่ยว เขาไฮไลท์ 3 เขา ที่ควรค่าแก่การขึ้น ทั้ง Pilatus ,Rigi และ Titlis

สำหรับผมเองตอนที่ได้ไปเห็นสวิสครั้งแรก ผมบอกกับตัวเองเลย ว่าผมจะต้องพาแม่มาที่นี่ให้ได้

เพราะมันสวยมากๆ ไม่รู้ทำไม พอเห็นที่นี่แล้วนึกถึงแม่ขึ้นมา และอยากให้แม่มาเห็นธรรมชาติสวยๆ แบบนี้ด้วยตาตัวเองซักครั้ง

สำหรับทริปนี้ ก็เลยจะเป็นทริปพาแม่เที่ยวสวิสด้วยตัวเอง ครับ แต่จะเป็นส่วนไหนของสวิตเซอร์แลนด์ละ

ต้องบอกเลยว่าค่อนข้างทำการบ้านหนักมาก ในการที่ต้องเลือกว่าจะพาแม่ไปเที่ยวเมืองไหนดี จะพาขึ้นเขาลูกไหน ที่จะทำให้แม่ประทับใจในธรรมชาติของสวิสเซอร์แลนด์ และจ่ายได้อย่างประหยัดงบ เรามีเวลาเที่ยวในสวิตเซอร์แลนด์ประมาณ 3 วันเต็มๆ

(ทริปนี้เราเก็บหลายประเทศ ทั้ง อิตาลี สวิส เยอรมัน และเนเธอร์แลนด์)

ผมเดินทางเที่ยวที่เมืองลูเซิร์นช่วงวันที่ 10-12 ตุลาคม 2560 ที่ยวอยู่ 3 วัน 2 คืน


:: วีซ่าเข้าสวิสเซอร์แลนด์ ::

สำหรับสวิตเซอร์แลนด์อยู่ในกลุ่มประเทศเชงเก้น ดังนั้นการจะเข้าสวิตเซอร์แลนด์ต้องมีวีซ่าเชงเก้น การเตรียมเอกสารขอวีซ่าเชงเก้น ผมได้มีเขียนประสบการณ์ ตอนขอวีซ่าเชงเก้นเนเธอร์แลนด์ไว้แล้ว สามารถดูรายละเอียดตามลิงค์นี้ครับ  >>> คลิก <<< การเตรียมเอกสารขอวีซ่าเชงเก้น ก็จะคล้ายๆ กัน ผมได้มีเขียนอธิบายไว้หมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็น เอกสารขอวีซ่าเชงเก้น ขอวีซ่ายุโรปต้องมีเงินในบัญชีเท่าไหร่ ประกันการเดินทาง ใช้ของอะไรดี เป็นต้น

***การขอวีซ่าเชงเก้น จะมีบางประเทศที่ได้มีการบอกต่อกันมาว่าได้นาน ของ่าย ก็จะเช่น เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และ ขอวีซ่าเยอรมัน เป็นต้น

สิ่งที่อยากให้ระวังและตรวจสอบดีๆ สำหรับการยื่นวีซ่าเชงเก้นคือ

1.ตั๋วเครื่องบิน ต้องจองแบบไปกลับ และวันที่เดินทางต้องสอดคล้องกับแผนที่ยื่นไป (ต้องเลือกจองแบบจ่ายเงินทีหลังแล้วเอาใบที่ได้มาไปยื่นก่อนได้เลย)

2.เรื่องใบจองที่พัก ต้องมีใบจองที่พักทุกคืน จองแบบจ่ายเงินทีหลัง ห้าม!! ยกเลิกห้องพักก่อนจนกว่าวีซ่าจะผ่านและได้รับเล่มวีซ่าคืน

3.ประกันการเดินทาง วันที่ที่ระบุความคุ้มครองทั้งทริป ห้าม!! ขาดแม้แต่วันเดียว ส่วนวงเงินความคุ้มครองและรายละเอียดอื่นๆ ต้องตรงตามที่สถานทูตกำหนด

แล้วประกัน เลือกซื้อของเจ้าไหนดี ถ้าให้ผมแนะนำ ผมอยากแนะนำเป็น ประกันการเดินทางของ Cigna เพราะนอกจากจะมีรายละเอียดความคุมครองต่างๆ ตรงตามที่สถานทูตกำหนดแล้ว

ประกันการเดินทางของ Cigna ยังพิเศษตรง กรณีเจ็บป่วย ต้องเข้ารับการรักษา เราไม่ต้องสำรองจ่ายไปก่อน ซึ่งตรงนี้ดีมากๆ เลย เพราะประกันการเดินทางส่วนใหญ่เท่าที่เจอมา ต้องให้เราออกเงินไปก่อน แล้วค่อยเอาใบเสร็จมาเบิกทีหลัง ผมว่าอันนี้ไม่ค่อยสะดวก เพราะบางทีเราเดินทางเราก็ไม่ได้พกเงินไปเยอะ เผื่อบางกรณี เงินที่พกไปไม่พอกับการจ่ายค่ารักษาอีก ยุ่งยากไปอีก

เลือกประกันการเดินทางทั้งที ก็เลือกที่เพิ่มความสะดวกให้แก่เราด้วยครับ

สำหรับใครที่สนใจ ประกันการเดินทางของ Cigna เข้าไปดูรายละเอียดในลิงค์ ประกันภัยการเดินทาง ลิงค์นี้นะครับ

4.ขอวีซ่ายุโรปต้องมีเงินในบัญชีเท่าไหร่? อย่างบางประเทศก็มีระบุมาเลยว่าเงินใน บัญชีต้องมี 50000 บาทขึ้นไป แต่ถ้าให้ผมแนะนำเลยคือ หาเงินมาใส่บัญชีให้ได้เยอะที่สุดท่าที่จะทำได้เลยครับ หลักแสนขึ้นนี่อุ่นใจเลย

***เอาให้เหมาะสมกับแผนเที่ยวของเรา ดูแล้วว่ามีเงินเที่ยวพอแน่นอน


หลักการขอ วีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa)

สำหรับการขอวีซ่าเชงเก้นนั้นก็มีหลักการขอ คือ ยื่นขอผ่านประเทศที่เราจะอยู่เที่ยวหรือพำนักนานที่สุด หรือ ถ้าอยู่เที่ยวจำนวนวันเที่ยวเท่ากันก็ยื่นขอผ่านประเทศแรกที่เดินทางไปถึง

เช่น

1.ทริป 16 วัน โดยเที่ยวที่ เยอรมัน 7 วัน , อิตาลี 5 วัน และ สวิตเซอร์แลนด์ 4 วัน

>> ข้อนี้ต้องยื่นขอวีซ่าเยอรมัน ครับ เพราะพำนักนานที่สุด

2.ทริป 10 วัน โดยเที่ยวที่ อิตาลี 5 วัน และ สวิตเซอร์แลนด์ 5 วัน โดยบินไปลงที่อิตาลี

>> ข้อนี้ต้องยื่นขอวีซ่าเชงเก้นผ่านประเทศอิตาลี ครับ เพราะจำนวนวันเท่ากัน ต้องยื่นผ่านประเทศแรกที่เดินทางไปถึง

3.ทริป 7 วัน โดยเที่ยวแค่ประเทศเยอรมัน 7 วัน

>> อันนี้ง่ายๆ เลยครับ ขอวีซ่าเยอรมัน  ได้เลย เพราะไปประเทศเดียว

เรื่องนี้ค่อนข้างสำคัญนะครับ เพราะถ้าขอวีซ่าไม่ถูกหลักการหรือใช้ไม่ถูกวัตถุประสงค์ของวีซ่าที่ได้มา อาจจะโดนปฏิเสธให้เข้าประเทศได้ ถึงแม้จะมีวีซ่าเชงเก้นอยู่ในมือแล้วก็ตาม บางคนรู้ว่ามีประเทศที่ขอผ่านง่ายจึงไปขอที่ประเทศนั้น แต่จริงๆ แล้วไม่มีแผนที่จะไปประเทศนั้น อันนี้ต้องระวังครับ

 


:: เดินทางอย่างไรในสวิตเซอร์แลนด์ ::

สำหรับคนที่จะเที่ยว เที่ยวสวิสด้วยตัวเอง

สวิตเซอร์แลนด์ก็ขึ้นชื่อว่าแพงอยู่แล้วนะครับ ดังนั้นคนที่คิดจะเที่ยวสวิสด้วยตัวเอง เรื่องการเดินทางต้องวางแผนเป็นอย่างดีว่าจะเดินทางโดยวิธีไหน ไม่งั้นงบการเดินทางของเราอาจจะพุ่งสูงขึ้นมาก หลายคนก็เลยเลือกซื้อพาสเอาเลยง่ายดี ขึ้นรถไฟผิดสายก็ไม่ต้องกลัว ก็ขึ้นใหม่เอา

สำหรับนักท่องเที่ยวคงต้องรู้จัก Swiss Pass ที่สามารถใช้เดินทางได้อย่างไม่จำกัด ภายในสวิตเซอร์แลนด์ อาจจะมีส่วนลดค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยว หรือบางที่ก็อาจจะเข้าฟรี แต่ส่วนใหญ่จะมีเป็นส่วนลดมากกว่า ถ้าเป็น  Swiss Pass ก็จะมีให้เลือกหลายวันครับ 3 4 8 และ 15 วัน ราคาก็ต่างกัน ผมว่า 15 วันนี่คุ้มสุดนะ

เที่ยวสวิสด้วยตัวเอง ด้วยรถไฟ

แต่ทริปนี้ผมไม่ได้ใช้ Swiss Pass ครับ เพราะดูแล้วไม่คุ้มแน่ๆ เพราะผมไม่ได้จะเที่ยวทั้งประเทศสวิตเซอร์แลนด์ กะจะเลือกเที่ยวแค่บางเมืองหรือบางที่เท่านั้น

ก็เลยหาข้อมูลให้ย่อยลงไปอีกว่ามันมีพาสแบบอื่นไหม เช่นพาสภูมิภาค หรือตั๋วแบบเหมารวมในการขึ้นเขาดังๆ ในสวิตเซอร์แลนด์

 

ก็เลยได้มาเจอพาสที่ชื่อว่า Tell Pass ซึ่งดูแล้วพาสนี้ละตอบโจทย์มาก

Tell Pass เป็นพาสสำหรับใช้เฉพาะโซนภาคกลางของ สวิตเซอร์แลนด์ครอบคลุมพื้นที่ค่อนข้างกว้างครับตามรูปด้านล่างเลย

รวมการเดินทางทั้งรถไฟ เรือ เคเบิลทั่วภูมิภาค และที่พิเศษมากๆ เลยคือขึ้นเขา หรือเข้าสถานที่ท่องเที่ยวได้แบบฟรีๆ เลย ดูแล้วคุ้มและถูกกว่า  Swiss Pass มาก ขึ้นเขาที่อยากขึ้นฟรีด้วย ทั้ง Pilatus ,Rigi และ Titlis  จริงๆ มีอีกหลายที่ๆ น่าไปและใช้พาสนี้ขึ้นได้เลย แต่ด้วยเวลา จึงต้องเลือกครับ ฮ่าๆ

รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่ลิงค์นี้ www.tellpass.ch

แผนที่เที่ยวสวิสโซนภาคกลาง Tell Pass

ก็จะมีให้เลือกหลายแบบครับ ทั้งแบบ 2 3 4 5 และ 10 วัน ยิ่งหลายวัน ราคาหารเฉลี่ยต่อวันยิ่งถูกครับ สำหรับผมรอบนี้ผมเลือกซื้อที่ 2 วันครับ อีกวันเน้นเดินเที่ยวในเมือง

อ้อ แล้วก็สำหรับบางคนที่อาจจะเดินทางมาจากเมืองอื่นที่ไม่ใช่โซนภาคกลางที่พาสนี้สามารถใช้ได้ เค้าก็มีขายตั๋วแบบเที่ยวเดียวสำหรับเดินทางมา ให้ด้วยได้เลย ราคาแอบถูกกว่าด้วยนะครับ ทั้งนี้ต้องเช็คราคาหน้าเว็บจองตั๋วรถไฟเปรียบเทียบกันด้วย กดซื้อได้เลยที่ช่อง Tell-Pass inc. Arrival

ผมก็ซื้อผ่านเว็บนี้เลย เพราะว่า ผมต้องหาตั๋วจากซูริคมาที่เมืองลูเซิร์น และเช็คแล้วมันถูกกว่าซื้อแยกจากเว็บตรงก็เลยกดซื้อที่นี่ไว้เลย

รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่ลิงค์นี้ www.tellpass.ch

ราคาตั๋ว Tell Pass ราคาต่าง ๆ

 

สำหรับใครที่อยากเที่ยวสวิสด้วยตัวเอง   แบบประหยัดๆ Tell Pass นี้ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีเลย เพราะที่ๆ ผมจะพาไปเที่ยวโดยใช้ พาสนี้เที่ยว ในทริปนี้ ก็เรียกได้ว่าเป็นที่เที่ยวไฮไลท์ของ Tell Pass สวิตเซอร์แลนด์ เหมือนกันนะ สวยมากๆ เลยละ เดี๋ยวไปติดตามพร้อมกันเลย

อ้อ ลืมบอกไปครับว่า ผมเดินทางช่วงเดือนตุลาคม เป็นช่วงที่อากาศดีมากๆ กำลังเย็นสบายๆ และที่สำคัญเที่ยวสวิสด้วยตัวเอง ช่วงนี้คือสวยโครตๆ เลย สวยที่สุดตั้งแต่ผมเคยมาสวิตเซอร์แลนด์เลย


ที่พัก Backpackers Luzern 

     ที่พักที่เมืองลูเซิร์น นี้ผมเลือกพักเป็นสไตล์ประหยัดครับ มีทั้งห้องแบบนอนรวม และห้องส่วนตัว แต่ห้องน้ำจะเป็นห้องน้ำรวมทั้งหมด ซึ่งตรงนี้ไม่ติดครับ

     ที่เลือกที่นี่เพราะสามารถเดินมาจากสถานีรถไฟ ลูเซิร์น ได้ประมาณ 8-9 ร้อยเมตร จริงๆ ก็ไกลอยู่ แต่ก็ถือว่าราคาโอเค เพราะผมเลือกพักเป็นห้องแบบ 2 เตียง ห้องส่วนตัว และที่สำคัญมีห้องครัวให้ทำอาหารด้วย จะได้ประหยัดค่าอาหาร

ราคา ห้องเตียงแฝดราคาประหยัด (ห้องน้ำรวม) 2 คืนอยู่ที่ประมาณ 6 พันบาท

โดยรวมแล้วที่พัก ห้องพักถือว่าโอเคมาก และมีการจัดการต่างๆ ที่ดี แต่แอบเดินไกลนิดหนึงครับ แต่ถ้าราคามันถูก กว่ากันมากก็ยอม

ที่พักสวิสเมืองลูเซิร์น


 

เมืองลูเซิร์น (Lucerne) – Switzerland

เมืองลูเซิร์น (Lucerne) เป็นเมืองทางภาคกลางของสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งโซนนี้ก็มีแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นไฮไลท์ของ สวิตเซอร์แลนด์ ที่ต้องมาอยู่หลายที่เลย

ไม่ว่าจะมาจากที่ไหน ถ้าจะมาเที่ยวโซนนี้ก็ต้องเดินทางมาที่เมืองลูเซิร์นนี้ละครับ มาถึงเมืองนี้ทั้งทีแล้วก็ขอพาไปเที่ยวที่เที่ยวในเมืองกันก่อน ก่อนจะออกไปขึ้นเขากัน ซึ่งที่เที่ยวในเมืองก็มีหลายที่เลยนะครับ เดินเที่ยวได้อย่างชิลล์ๆ เลย เพราะที่เที่ยวแต่ละที่ก็ไม่ได้ไกลกันมาก

บรรยากาศเมืองลูเซิร์น

Kapellbrücke (คาเพ็ลล์บรึคเคอ)

     สะพานไม้เก่าแก่ประจำเมืองลูเซิร์น ซึ่งตอนนี้ก็กลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองลูเซริน์ นักท่องเที่ยวผ่านไป ผ่านมาเมืองนี้ก็สามารถแวะมาถ่ายรูปกับสะพานไม้แห่งนี้ได้ เพราะอยู่ใกล้ๆ กับสถานีรถไฟกลางลูเซิร์นเลย เดินออกมานิดเดียว

สะพานเมืองลูเซิร์น

     จากนั้นเดินข้ามสะพานหลักไปยังอีกฝั่งหนึงของเมือง ซึ่งก็จะมีทั้งถนนสายช๊อปปิ้ง โบส์ถ อนุสาวรีย์สิงโตร้องไห้ ซึ่งเดี๋ยวผมจะพาเดินไปที่นี่ครับ

บรรยากาศเมืองโบสถ์สวิสเซอร์แลนด์

     ข้ามสะพานมาก็จะมีทางเดินเลียบทะเลสาบลูเซิร์น ซึ่งคนเค้าก็จะมานั่งพักผ่อน จับกลุ่มพูดคุยกัน บรรยากาศช่วงนี้ก็ค่อนข้างที่จะชิลล์มาก

เที่ยวสวิสด้วยตัวเอง กับบรรยากาศที่สดชื่น

Church of St. Leodegar

     จากสะพานก็เดินมาทางขวาเรื่อยๆ ก็จะมาเจอโบส์ถประจำเมืองลูเซิร์น หาง่ายครับ เพราะยอดปลายแหลมของหลังคาโบส์ถ มองจากมุมไหนของเมืองก็เจอ

บันไดทางขึ้นโบสถ์สวิสเซอร์แลนด์ อนุสาวรีย์ภูเขาสิงโต (Mountain Lion) หรือ อนุสาวรีย์สิงโตร้องไห้

     เดินมาเรื่อยๆ ไม่ไกลจากโบส์ถครับ เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวที่นักท่องเที่ยวมาเยอะ มากันเรื่อยๆ แต่อยู่แป๊ปๆ ก็กลับเพราะว่าก็มีแค่รูปแกะสลักสิโตนี่ละครับ

อนุสาวรีย์สิงโตที่สวิสเซอร์แลนด์

ด้านล่างเป็นรูปบรรยากาศมุมอื่นๆ ของเมือง

ท่าเรือสวิสเซอร์แลนด์ เที่ยวสวิสด้วยตัวเอง และพักผ่อนที่โรงแรม

.


Mt. Rigi

Mt. Rigi ได้รับฉายาว่าเป็นราชินี แห่งขุนเขา ของสวิสเซอร์แลนด์ โอ้โห ฉายาขนาดนี้ จึงทำให้รู้สึกว่าต้องขึ้น

     เป็นอีกภูเขาที่นักท่องเที่ยวมากันเยอะเลยนะครับ เพราะการเดินทางมาที่นี่เลือกเดินทางได้หลายแบบ มีล่องเรือด้วย ทำให้ถ้ามาภูเขานี้เราก็จะได้ชมวิวหลายบรรยากาศ และที่สำคัญ Swiss pass และ Tell Pass ที่ผมใช้ในทริปนี้ สามารถขึ้นเขาแห่งนี้ได้ฟรีเลย นักท่องเที่ยวก็เลยมาเที่ยวกันเรื่อยๆ

การเดินทาง : ไปได้หลายวิธีนะครับ ส่วนขาไปผมจะเลือกวิธีล่องเรือ+นั่งรถไฟขึ้นเขา และส่วนขากลับนั่งรถไฟกลับครับ

มาเริ่มต้นที่ สถานีรถไฟ Luzern ด้านหน้าสถานี จะเจอท่าเรือ ที่ล่องในทะเลสาบลูเซิร์น เราจะล่องเรือนี้ไปเขา Rigi กัน แต่รอบเรือมีทุกนาทีที่ 12 ของแต่ละชั่วโมง เช่น 10.12 , 11.12 เป็นต้น

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ลิงค์นี้ www.rigi.ch/en/

นั่งเรือสำราญที่สวิสเซอร์แลนด์

ได้เวลาล่องเรือไปใน ทะเลสาบลูเซิร์น เราจะล่องเรือไปที่ท่าเรือ ชื่อว่า VITZNAU ใช้เวลาประมาณ 40 นาที- 1 ชั่วโมง

บรรยากาศที่ดีที่มองเห็นทะเลและภูเขาที่สวิสเซอร์แลนด์

ช่วงที่ผมมาคืออากาศดีมากๆ จริงๆ ทำให้บรรยากาศในการล่องเรือดีสุดๆ นี่แหละมาสวิส ต้องได้เห็นอะไรสวยๆ แบบนี้

ล่องเรือสำราญ

บรรยากาศทะเลกับเรือลำเล็ก

มาถึงที่ ท่า VITZNAU เราจะลงไปต่อรถไฟขึ้นเขากัน

ท่าเรือ vitznau ที่ สวิสเซอร์แลนด์

สถานีรถไฟก็อยู่หลังท่าเรือเลย เดินขึ้นมาก็เจอเลย ก่อนขึ้นแสดงพาส ให้ จนท ดูด้วย

เที่ยวสวิสด้วยตัวเองกับการเดินทางรถไฟครั้งแรก

วิวระหว่างทางนั่งรถไฟขึ้นเขา สวยจนไม่รู้จะบรรยายยังไง มันดีมาก

นั่งรถไฟชมบรรยากาศธรรมชาติข้างทาง

นั่งรถไฟมาลงที่สถานีปลายสายที่ RIGI KULM จากนั้นก็เดินเที่ยวบนเขาได้เลย

บนนี้ก็จะมีโรงแรมและร้านอาหาร ส่วนกิจกรรมไม่ค่อยมีอะไร คนมาที่นี่น่าจะเน้นมาเดินชมวิวครับ

เขาแห่งนี้เคยไปฉากถ่ายทำละครเรื่องอย่าลืมฉันด้วยนะครับ

นั่งรถไฟถึงสถานีปลายทาง Rigi-Kulm
บริเวณสถานีรถไฟ RIGI KULM

เดินชมวิวกันไปเรื่อยๆ เจอจุดไหนสวยก็พาแม่แวะถ่ายรูป

พาชมวิวบริเวณรอบๆ ชมวิวบริเวณบ้านและภูเขา ถ่ายรูปสวยๆให้คุณแม่

เที่ยวสวิสด้วยตัวเอง วิวสวยอากาศร่มรื่น ผู้คนบริเวณสถานี Rigi Station

เป็นไงครับ Mt. Rigi เห็นวิวแล้วต้องบอกเลยว่าต้องมาๆ เที่ยวที่นี่ไม่ได้ใช้เวลาเยอะครับ ใครมีเวลาครึ่งวันก็สามารถมาเที่ยวกันได้นะแนะนำครับ

.


 

Titlis

ภูเขาแห่งนี้จะแนวๆ สกีรีสอร์ท นักท่องเที่ยวเยอะ กิจกรรมเยอะ และที่สำคัญสวยมากๆ เหมือนกัน คนจึงมาเยอะ ทั้งทัวร์ ทั้งนักท่องเที่ยวทั่วไป

ใครอยากเห็นหิมะก็ต้องมาที่เขานี้ เพราะเป็นเขาที่มีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี

การเดินทาง : นั่งรถไฟที่สถานี Luzern แล้วนั่งรถไฟที่ไปที่ Engelberg ใช้ Tell Pass ขึ้นได้เลย

รายละเอียดเพิ่มเติม สามารถดูได้ที่ลิงค์นี้ครับ >>> www.titlis.ch

 

พอมาถึงสถานี Engelberg เราต้องเดินมาที่สถานีกระเช้าขึ้นเขา Titlis โดยจะมีป้ายบอกตลอดทาง นักท่องเที่ยวเดินกันเยอะครับ ไม่ต้องกลัวหลัง ไม่ไกลมาก

พาขึ้นภูเขา Titlis

สถานีกระเช้าจะเป็นแบบนี้ แสดง Tell Pass ให้จนท ดูตรงทางเข้า จากนั้น จนท จะออกตั๋วให้เราอีกครั้ง ไม่ต้องจ่ายอะไรเพิ่ม

เที่ยวสวิสด้วยตัวเอง พาขึ้นกระเช้าที่สถานี Titlis บรรยากาศบริเวณรอบๆ ขณะขึ้นกระเช้า

กระเช้าเองก็จะมีอยู่หลายช่วง บางช่วงต้องลง แล้วเปลี่ยนกระเช้าใหม่อีกที

จุดเปลี่ยนกระเช้า ถ่ายรูปสวยๆ บนกระเช้า

วิวระหว่างนั่งกระเช้านี่ต้องบอกว่าอลังการมาก แม่ก็ชอบสุดๆ เลย ส่วนผมเองก็มาครั้งแรกก็ตื่นเต้นไม่น้อยครับ ฮ่าๆ

วิวสวยๆขณะนั่งกระเช้า

มาเที่ยวสวิสก็ต้องได้ชมวิวภูเขาสวยๆ

     ขึ้นมาถึงด้านบนแล้ว เดินตามผู้คนไปครับ ฮ่าๆ แดดวันนี้คือแรงมาก แนะนำพกแว่นกันแดด และทาครีมกันแดดมาเยอะๆ ครับถ้าอากาศแบบนี้

พาเดินขึ้น Ice Flyer

     และสำหรับคนที่ถือ Tell Pass เราสามารถใช้ขึ้น  Ice Flyer ได้ฟรี โดยไม่ต้องจ่ายเพิ่มเลย แต่ถ้าใครถือ Swiss pass ต้องจ่ายเพิ่มนะครับ แต่  Ice Flyer เล่นได้รอบเดียวนะครับสำหรับการใช้    Tell Pass

กำลังขึ้น Ice Flyer

เที่ยวสวิสแล้วก็เล่นหิมะกันบนเทือกเขา

      นักท่องเที่ยวก็เล่นหิมะกันอย่างสนุกสนานเลย ยิ่งถ้าใครเคยเห็นหิมะครั้งแรกนี่น่าจะตื่นเต้นน่าดูเลย ตอนผมเห็นหิมะครั้งแรกผมก็ตื่นเต้นมากๆๆ

ทางเดินบนภูเขา

     อีกหนึงจุดถ่ายรูปยอดฮิตของเข้านี้คือ สะพานแห่งนี้ และที่ผมอยากมาที่นี่ก็เพราะสะพานนี้เลยครับ อยากมาถ่ายรูปที่นี่มากๆ และก็ได้มาซักที

วิวสวยๆ ขณะเดินทางเดินภูเขา

Titlis อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 3020 เมตร เลย จึงทำให้ที่นี่มีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี

พาขึ้นภูเขา Titlis ที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล

เดินทางกลับ จากภูเขา Titlis

ได้เวลากลับ Titlis เป็นอีกเขาที่ผมรู้สึกชอบนะครับ ถึงแม้คนจะค่อนข้างเยอะก็ตาม แต่ก็ดูสนุกไม่เหงาดี และที่ชอบที่นี่ก็คือ มีกิจกรรมให้เลือกเล่นหลายอย่างเหมือนกัน วิวก็สวยมากๆ และที่สำคัญ สำหรับคนที่ไม่เคยเห็นหิมะ และอยากเห็นหิมะซักครั้ง แนะนำที่นี่เลย

สำหรับใครจะมาที่นี่ผมว่าควรให้เวลาซัก 1 วันเลย เพราะถ้าครึ่งวันก็อาจจะดูรีบเร่งในการเที่ยวไปหน่อย


.

Pilatus

     เขานี้ต้องบอกเลยว่าตอนแรกไม่มีอยู่ในหัวผมเลย แต่พอดีก่อนที่จะมาสวิส แชทคุยกับน้องที่อยู่สวิส น้องบอกเขา Pilatus สวยมากพี่ พี่ต้องไปๆ เอาหละน้องมันแนะนำมาขนาดนี้ ก็แสดงว่าสวยจริง มาก็มา และที่สำคัญสามารถใช้ Tell Pass ที่มีขึ้นได้เลย โดยไม่ต้องจ่ายเงินอะไรเพิ่ม

     เขา Pilatus แห่งนี้ อยู่ใกล้ๆ กับเมืองลูเซิร์น มาเที่ยวแบบไปกลับครึ่งวันได้เลย และที่นี่มีไฮไลท์คือ รถไฟฟันเฟืองไต่เขาที่ชันที่สุดในโลก แค่ชื่อก็น่าตื่นเต้นแล้ว

การเดินทาง : นั่งรถไฟที่สถานี Luzern ไปที่ สถานี Alpnachstad  ใช้ Tell Pass ขึ้นได้เลย

รายละเอียดเพิ่มเติม สามารถดูได้ที่ลิงค์นี้ครับ >>> www.pilatus.ch

วิวสวยๆที่สถานี Alpnachstad

รูปบนคือวิวระหว่างทางที่นั่งรถไฟมาที่ สถานี Alpnachstad  เห็นด้วยตาจริงๆ แล้วต้องบอกว่าสวยมากกก แค่ได้มาเห็นวิวแบบนี้ก็รู้สึกว่าคุ้มค่ามากๆ

เตรียมเอกสารขอวีซ่าเชงเก้น เพื่อเตรียมตัวไปนั่งรถไฟที่ชันที่สุดในโลก

พอนั่งมาถึงสถานี Alpnachstad  เดินออกมาก็จะเจอกับ สถานีรถไฟสำหรับขึ้นเขา โดยเราต้องเอา Tell Pass ของเราไปยื่นที่ห้องตั๋ว เพื่อให้ จนท ออกตั๋วสำหรับขึ้นเขาให้เรา ไม่มีค่าใช้จ่ายอะไรเพิ่ม

รอรถไฟใกล้ๆ Pilatus-Bahn

มารอขึ้นรถไฟได้เลย รถไฟที่ชันที่สุดในโลก

พาขึ้นรถไฟที่ชันที่สุดในโลก

รางของรถไฟจะเป็นฟันเฟือง นะครับ ค่อยๆ ขึ้นเขาที่สูงชันไป แต่ถ้านั่งอยู่ในรถไฟไม่ได้รู้สึกว่าน่ากลัวอะไร

เที่ยวสวิส ชมวิวสวยๆขณะขึ้นรถไฟที่ชันที่สุดในโลก

แต่วิว 2 ข้างทางนี่คือดีมาก ที่สวิส ภูเขาต่างๆ ก็จะสวยอลังการมากๆ อยู่แล้ว

วิวทิวเขาสวยๆขณะขึ้นรถไฟที่ชันที่สุดในโลก

พาชมโรงแรมบนเขา

ด้านบนก็จะมีโรงแรม ร้านอาหาร คาเฟ่ นักท่องเที่ยวขึ้นมาก็เดินชมวิวรอบๆ ได้เลย

เขา Pilatus มีความสูงจากน้ำทะเลประมาณ 2132 เมตร

แวะเที่ยวภูเขา Pilatus ที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล

เราสามารถเดินขึ้นบนเขาต่ออีกนิดจะมีจุดชมวิว ที่เราจะสามารถมองเห็นเขาต่างๆ ได้ รวมทั้ง Rigi และ Titlis

พาชมวิวบนภูเขาสวยๆ

ผมกับแม่ก็มายืนดูจิ้มๆ ตรงป้าย แล้วก็มองแต่ละเขา แม่ผมก็แอบจำ Rigi ได้เหมือนกันนะครับ เขา Rigi จะมีเสาสัญญานใหญ่ๆ

วิวอีกฝั่งบนภูเขา

ดูวิวซิครับ เห็นด้วยตานี่อลังการกว่าถ่ายภาพมาเยอะเลย

รูปวิวอื่นๆบนภูเขา

สถานที่อื่นๆที่มองเห็นบนภูเขา

อำลาเขา Pilatus ไปด้วยภาพนี้ เป็นอีกหนึ่งเขาที่ชิลล์ๆ ดี คนไม่เยอะ แต่วิวอลังการมาก

เดี๋ยวขากลับเราจะนั่งกระเช้าลงไปที่สถานีรถไฟ แล้วนั่งรถไฟกลับ ลูเซิร์นกันครับ

รูปสุดท้ายก่อนลงเขา Pilatus และจบทริปเที่ยวสวิสด้วยตัวเองทริปนี้


เป็นไงบ้างครับ กับการที่ผมพาเที่ยวสวิสด้วยตัวเอง ที่เมือง Luzern ภายในเวลา 3 วัน กับเขาไฮไลท์ 3 เขา  Pilatus ,Rigi และ Titlis

เที่ยวด้วยการใช้ Tell Pass ที่ประหยัดกว่า Swiss pass มาก

จริงๆ เที่ยวแค่นี้ก็ครบมากๆ แล้วสำหรับใครที่อาจจะมาสวิสครั้งแรก ถ้าตามที่ผมพาเที่ยวนี่ก็น่าจะได้เที่ยวสวิสเกือบครบทุกแบบนะครับ

ทั้งเที่ยวเมือง ได้ล่องเรือ เล่นหิมะ ได้ชมวิวสวยๆ อลังๆ ทุ่งหญ้าเขียวๆ และได้ขึ้นเขา ผมว่าเพียงพอแล้ว

แต่ถ้าใครมีเวลาหลายวันกว่านี้ก็ไปเก็บเพื่อนเมืองอื่นได้

ขอบคุณที่ติดตามรีวิวมาจนถึงตรงนี้นะครับ

ติดตามการเดินทางและรีวิวต่อๆ ไปได้ที่เพจเลย

 



Booking.com


Facebook Comments

Related posts