แชร์ประสบการณ์ติด ตม. ญี่ปุ่น และเทคนิคการเตรียมตัวเพื่อให้ผ่าน

สวัสดีครับ ผม เอ็ม พาบิน วันนี้จะมาแชร์ประสบการณ์ การติด ตม. ครั้งแรกในชีวิต ที่ญี่ปุ่น แบบ งงๆ นิดหน่อย

ไม่ใช่การติด ตม. ตอนเข้าญี่ปุ่นครั้งแรกนะครับ แต่เป็นการติด ตม. ตอนเข้าญี่ปุ่น ประมาณรอบที่ 8 เมื่อปลายเดือน มิถุนายน ที่ผ่านมา

ต้องบอกก่อนว่า ผมเดินทางมาแล้ว 30 กว่าประเทศ ไม่เคยติด ตม. ที่ไหนเลย ครับ อย่างมากก็แค่ถามเยอะ

สำหรับญี่ปุ่นผมก็ไปบ่อย ไปมาแล้วประมาณ 7 ครั้ง สำหรับแค่ปีนี้ ก็ 4 ครั้งแล้ว ไม่เคย ไม่เคย จะขอดูเอกสารอะไร อย่างมากก็แค่ถามว่ามากี่คน พักที่ไหน จบ แสตมป์ผ่าน

 

แต่ล่าสุดนี้ เดินทางเข้าญี่ปุ่น บินไปลงที่ซับโปโร สนามบินชิโตเสะ (CTS)

เล่าเหตการณ์เลยนะครับ

พอลงเครื่องมาด้วยความที่ผมนั่งโซนหน้าของเครื่อง ก็เลยได้เดินลงมาเป็นกลุ่มคนแรกๆ ที่ได้เข้ามารอแถว ต่อเข้า ตม.

ตอนก่อนจะเดินเข้าไปต่อแถว จะมี จนท ผู้หญิง คอยจัดแถว ว่าใครจะได้ไปต่อแถว ที่ ตม. ช่องไหน

ผมก็ได้ ช่อง จนท ผู้ชาย อายุน่าจะประมาณ 30 ต้นๆ นี่ละครับ แต่ดูแล้วไม่ค่อยถูกชะตาเอาซะเลย ดูเป็นคนกวนๆ แบบบอกไม่ถูก

ผู้หญิงคนก่อนหน้าผมก็โดนถามเยอะมาก มากับใครให้ชี้ให้ดูให้หมด เพื่อนต่อแถวอยู่ก็ต้องมองหาเพื่อนและชี้ให้ดูให้ครบ

ตอนนั้นรู้สึกว่าเฮ้ย ตม. คนนี้เยอะแล้วละ



 



พอถึงคิว ผม ก็ยื่นพาสปอร์ต ให้ จนท

ตม. : มาทำอะไรที่ญี่ปุ่น   ,   ผม : มาเที่ยว

ตม. : อยู่กี่วัน   ,   ผม : 7 วัน

ตม. : คุณเดินทางมากับใคร  , ผม : คนเดียว

ตม. : แล้วกำลังจะไปไหนต่อ  , ผม : Farm Tomita

ตม. : แล้วไปยังไง

ผม : ขับรถไป เช่ารถไว้ (นึกในใจ เริ่มเยอะแล้วนะ) ช่วงนั้น คนที่บินไฟล์ทเดียวกันมาก็เริ่มมาอยู่ตรงหน้า ตม. กันเกือบทั้งลำละ 

ตม. : คุณพักที่ไหน

ผม : ผมเปิดเมล์จองที่พักที่ผม (แคปไว้ในมือถือให้ดู ที่แคปไว้มันมีแค่คืนแรก เพราทริปนี้เปลี่ยนที่พักทุกคืน)

ตม. : ทำไมมีที่พักแค่คืนเดียวแล้วคืนอื่นๆ ละ

ผม : แจ้งว่ามันอยู่ในเมล์ ผมไม่ได้พิมพ์ออกมา ตอนนั้นพยายามจะต่อ Free Wifi ของสนามบิน แต่พอมาอยู่หน้า ตม. ดันต่อไม่ได้ คือตอนต่อแถวอยู่ก็เล่นได้ปกตินะ ผมก็ยื่นมือถือให้ จนท ดูว่ามันต่อเน็ตไม่ได้

ตม. : งั้น ผมขอดูแผนการเดินทางคุณหน่อย

ผม : เออ ไม่มีครับ พยายามอธิบายว่าแผนประมาณไหน ขับรถเที่ยวสวนดอกไม้ และจะมาเที่ยวในเมืองซับโปโร

(สารภาพว่า ด้วยความที่เดินทางบ่อยมาก ญี่ปุ่น เคยทำแพลนการเดินทางไว้แค่ครั้งแรกที่ไป ที่เหลือไม่เคยทำแผนการเดินทางเลย ส่วนใหญ่ก็แค่ถามมาตอบไปแค่นั้น)

ตม. : เริ่มดูไม่เชื่อ

ผม : แบบ นึกในใจว่า เฮ้ยย ดูประวัติการเดินทางตรูด้วย เข้าออกตรงเวลาตลอด ไม่เคยอยู่เกินเลย

ด้วยความที่ใช้เวลาถามผมนานมาก คนที่ต่อคิวแถวเดียวกับผมก็เริ่มย้ายไปอยู่แถวใหม่กันละ ตอนนั้นคนมองผมกันเยอะมาก เกิดอะไรขึ้น

 

ขอเชิญเข้ากลุ่ม พูดคุย แลกเปลี่ยน เรื่องราวเที่ยวญี่ปุ่น

ที่กลุ่ม เที่ยวญี่ปุ่น ไปไหนมาแชร์

คลิกผ่านลิงค์ นี้ >>คลิก<<

หรือสแกน QR Code ตามรูปด้านล่างเลย

23847374

ตม. ญี่ปุ่น

ซักพัก ตม. เอาใบบางอย่างมาเขียน ผมก็เริ่มรู้ชะตากรรมผมละ ว่าต้องโดนเข้าห้องเย็นแน่ๆ

แล้วก็ไม่พลาด เขียนเสร็จ ตม.ผู้ชาย ก็เรียก จนท ผู้หญิงมาพาผมไปเข้าห้องเย็น โอ้ย นี่จะเป็นการเข้าห้องเย็นครั้งแรกในชีวิตเลยนะเนี่ย

ต้องตื่นเต้นไหม หรือควรต้องตกใจ แต่ก็เดินตามไปแบบยิ้มๆ พร้อมไม่หลบตาทุกคนที่มอง 555

ตอนนั้นแบบว่า ต้องเดินผ่า แถวคนที่ยืนต่อคิวเข้า ตม. อยู่ ทุกคนมองผมแบบว่า ไอ้นี่มรึงติดตม. เหรอ ผมก็มอง แล้วก็ยิ้มๆ

 

พอเข้าไปในห้องเย็น ฝั่งหนึงมองไปจะเจออ๊อฟฟิต ที่มี จนท ญี่ปุ่นนั่งทำงานกันอยู่หลายคน

ส่วนห้องที่ผมนั่งจะเป็นห้องคล้ายๆ ห้องนั่งสัมภาษณ์งาน แล้วก็มี จนท  ผู้ชายเดินมาคุยกับ จนท ผู้หญิงที่พาผมมา พร้อมอ่านในใบ น่าจะเป็นสาเหตุ ที่ตม. คนนั้นเขียนว่าทำไมผมถึงติด ต้องสังสัยอะไร พอ จนท ผู้ชายอ่าน เค้าก็ขำๆ เฮ้ย ขำอะไร หรือสาเหตแบบ ไม่น่าติดตม. ใช่ไหม

 

สรุป จนท ผู้หญิง คนที่พาผมมาเป็นคนได้รับหน้าที่ในการถามผมต่อ และขอดูเอกสารต่างๆ ที่สำคัญ ไม่พูดภาษาอังกฤษด้วย

ใช้แอ๊พ translate ในมือถือ ให้ผมพูด แล้วก็แปลเป็นญี่ปุ่นอีกที คือพูดสลับกันอย่างนี้ตลอดการสื่อสาร + กับความกังวลว่ามันจะแปลมาได้ตรงกับที่เราอยากสื่อสารป่าววะ

เข้าไปตอนแรกเลยผมก็เลยแจ้งว่า ผมขออะไรแหลมๆ มาเสียบมือถือเพื่อเปลี่ยนซิมหน่อยได้ไหม ผมต้องการต่อเน็ต เพราะเอกสารทุกอย่างอยู่ในเมล์ ผมไม่ได้พิมพ์ออกมา เค้าก็ไปหามาให้ผมจนเปลี่ยนซิม ต่อเน็ตได้เรียบร้อย

 

การเริ่มขอดูเอกสารต่างๆ จึงเริ่มขึ้น

เป็นการขอดูเอกสารทุกอย่างเลย ทั้งใบจองโรงแรม ตั๋วเครื่องบิน ใบเช่ารถ บัตรเครดิต ถามเกี่ยวกับการงานที่ไทย ขอดูเงินสดที่พักมา

ผมแจ้งเค้าไปด้วยว่าจริงๆ ทริปนี้ผมมาเที่ยวกับเพื่อน แต่เพื่อนบินมาก่อนแล้ว ผมพึ่งบินตามมาทีหลังคนเดียว

จนท เค้าก็ขอดูว่าเพื่อนคนไหนชื่ออะไร ผมก็เปิดเฟส ให้ดูเลย เค้าก็จดชื่อทุกคนไปหมดเลย ฮ่าๆ

ใช้เวลาสอบถามผมอยู่ประมาณ ครึ่งชั่วโมงครับ คงพอที่จะสรุปผลบางอย่างได้แล้วว่าจะให้ผ่านหรือจะส่งกลับ

 

จากนั้น จนท ผู้หญิงคนสัมภาษณ์ ก็ไปเรียก จนท ผู้ชายที่นั่งอยู่ในอ๊อฟฟิตเข้ามา พร้อมกับ น่าจะเล่าเกี่ยวกับการสัมภาษณ์ผมให้ฟัง

จนท ผู้ชาย หยิบพาสปอร์ตผมไปเปิดดู ดูไปพยักหน้าไป (คือเล่นพาสปอร์ตผมมีประวัติการเดินทางเยอะ และหน้าวีซ่าต่างๆ ก็มีอยู่ในพาสปอร์ต)

แล้วก็ยื่นพาสปอร์ตคืน จนท ผู้หญิง

 

จากนั้น  จนท ผู้หญิง ก็หันกลับมาพูดกับผมว่าโอเค พร้อมนั่งลงที่โต๊ะ และพิมพ์ใบมาติดที่พาสปอร์ต

สรุปคือให้ผ่าน และจนท ผู้หญิง ก็เดินออกมาส่งผมที่ด้านนอก ด้วยช่องทางพิเศษ

ก่อนจาก เค้าบอกว่า ครั้งหน้าเตรียมแผนการเดินทางมาด้วยนะ เพราะเราต้องดูที่เอกสาร

ผมก็โอเค ยิ้ม ขอบคุณ และเดินจากมา

 

ตอนนั้นแบบรีบออกมาหากระเป๋าที่สายพาน สรุปไม่มีแล้วบนสายพาน เพราะนานมากกว่าจะออกมา เค้าคงเอาไปไว้ไหนซักที่แล้วกำลังจะวิ่งไปถาม จนท

ก็มองไปเห็นว่า กระเป๋าผมอยู่ที่ จนท ผู้หญิงคนหนึง ผมก็เลยบอกนั่นกระเป๋าผม พร้อมยื่นแท๊กติดกระเป๋าให้ดูว่าเลขเดียวกัน

จนท ถามผมว่าไปไหนมา ทำไมถึงพึ่งมาเอากระเป๋า ผมก็ยิ้ม เค้าเลยถามต่อว่า  immigration เหรอ ผมก็ ใช่คร๊าบบ

 

ตลอดระยะเวลาที่เข้าห้องเย็น จนท ทุกคนปฏิบัติอย่างสุภาพกับผมมาก

มีการถามตอบกันอย่างปกติ ผมเองก็ไม่ได้กังวล หรือตื่นเต้นอะไร อาจจะเป็นเพราะส่วนหนึงก็คุ้นเคยกับคนญี่ปุ่น เพราะเคยทำงานบริษัทญี่ปุ่นมาก่อนจึงไม่ได้รู้สึกกลัว มื้อไม้สั่นแต่อย่างใด

เค้าถามมาก็ตอบไป เค้าแค่สงสัย เพราะเราไม่มีอะไรให้เค้าดูเลยตอนแรก พอต่อเน็ตได้แล้ว เค้าอยากดูอะไรก็เปิดให้เค้าดู

 

ตม. ญี่ปุ่น

สิ่งที่อยากแนะนำให้เตรียมตัวเพื่อให้ผ่าน ตม. เลยตั้งแค่ตอนแรกคือ

1.เตรียมเอกสารการเดินทางต่างๆ ให้พร้อม

  • ใบจองตั๋วเครื่องบิน ไปกลับ
  • ใบจองโรงแรม
  • แผนการเดินทาง
  • ตั๋วการเดินทางในประเทศอื่นๆ ถ้ามี

2.เตรียมหลักฐานทางการเงิน

  • เงินสดที่พกมา พอประมาณ เหมาะสมกับการเที่ยวตลอดทริป
  • บัตรเครดิต เพราะคนที่มีงานประจำหรือมีธุรกิจนะ ถึงจะทำบัตรเครดิตได้ มันก็ช่วยยืนยันเราได้ในระดับหนึงว่าเรามีงาน

 

3.หลักฐานการงาน

มีหลักฐานอะไรที่แสดงได้ว่า เรายังทำงานอยู่ ก็พกไปด้วยครับ เช่นบัตรพนักงาน หรือใบลางาน เป็นต้น

 

4.ให้รู้ว่าตัวเองมาทำอะไร

คือให้รู้แผนการเดินทางของตัวเองนั้นละครับ บางทีเราให้เพื่อนจัดการให้ไง ก็กะมาเดินเที่ยวตามเพื่อนเอา ไม่ต้องจำอะไรหรอก

แต่ไม่ได้นะ อย่างน้อยเราต้องรู้ว่า เรามากี่วัน พักที่ไหน กลับวันไหน เป็นต้น

 

5.ควบคุมสติ ไม่ตื่นเต้น หรือแสดงพิรุทอะไร

ไม่ว่าจะโดนถามอะไร เราไม่ต้องตื่นเต้น ครับ เพราะบางคนก็รู้แหละว่ามาเที่ยวจริงๆ แต่เวลาโดนถามนี่มือไม้สั่น พูดติดๆ ขัดๆ อาจจะเป็นพิรุททำให้ จนท สงสัยได้

 

***ถ้าเตรียมเอกสารได้ครบตาม นี้ ตม. ถามอะไรตอบได้ มีเอกสารให้ดู ผมรับรองว่ายังไงก็ผ่านครับ

จริงๆ ไม่ควรให้ถึงขั้นเข้าห้องเย็น เพราะบางประเทศพอได้เข้าห้องเย็นแล้ว โอกาสที่จะได้ออกมายากมากๆ

ครั้งนี้ก็ถือว่าผมประมาทเองอย่าเอาเป็นตัวอย่างนะครับ ไปทริปไหนก็พกเอกสารการเดินทางต่างๆ ไปด้วย

ก็ถือเป็นประสบการณ์ครั้งใหม่ของผม ทำให้ต่อไปผมจะไม่ประมาทอีกแล้ว เพราะถ้าครั้งนี้โดนส่งกลับนี่เสียหายหลายบาทละครับ

เพราะจองทุกอย่างไว้หมดแล้ว

ไม่ได้แชร์เพื่อนจะให้ทุกคนกลัว ตม. ญี่ปุ่นนะครับ แค่จะให้ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเดินทาง

ขอให้ทุกคนโชคดี เดินทางไปไหนก็ผ่าน ตม. ทุกที่ ทุกประเทศนะครับ

 

 



Facebook Comments

Related posts